'ผมขอโทษ' ทีมสัตวแพทย์แถลงปิดเคสการรักษาช้างป่า!!

22 ตุลาคม 2560
54,400

"ทีมสัตวแพทย์" แถลงปิดเคสการรักษา "ช้างป่า" ชี้เครียดสูงจนเกิดภาวะกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงจนไตวายเฉียบพลัน ระบุเป็นเคสแรกที่เกิดขึ้น พร้อมยกให้เป็นครู

เมื่อเวลา 20.20 น. (21ต.ค.) ที่สถาบันคชบาลแห่งชาติฯองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดลำปาง ทีมสัตวแพทย์ที่บูรณาการร่วมกันระหว่างสถาบันคชบาลแห่งชาติ, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แถลงปิดเคสการรักษาช้างป่าที่พลัดตกคลองชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ว่า ช้างป่าได้ล้มลงอย่าสงบ

โดยทางน.สพ.ทวีโภค อังควานิช นายสัตวแพทย์ สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กล่าวว่า ช้างป่าได้หมดลมหายใจและหลับอย่างสงบแล้ว หลังจากนี้ จะทำการชันสูตรซากช้างป่าตัวนี้ เพื่อยืนยันผลตามที่คณะแทย์ลงความเห็น และทำพิธีทางศาสนาต่อไป โดยถือว่าเป็นเคสแรกที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นบทเรียนทางสัตว์แพทย์ที่ต้องกลับไปวางแนวทางในการรับมือ กรณีที่อาจจะมีช้างประสบกับภาวะเดียวกัน

"ผมขอโทษทุกคนที่คาดหวัง และเฝ้ารอติดตาม โดยเฉพาะชาวเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลกที่ได้ไปเฝ้าตั้งแต่วันแรกที่ช้างตัวนี้ตกน้ำ และได้ให้กำลังใจมาโดยตลอด แม้ว่าจะมารับการรักษาต่อที่จังหวัดลำปางก็ยังคอยติดตามข่าวสารตลอดเวลา ดยทางทีมสัตวแพทย์ได้ทำเต็มที่แล้ว แต่ทุกคนไม่คาดคิดจะเกิดเหตุการณนี้ขึ้น ทั้งนี้ พลายชมพู ถือเป็นครู ที่ให้ทุกคน และทีมสัตวแพทย์ได้เรียนรู้ทุกสิ่งจากการเสียชีวิตครั้งนี้" น.สพ.ทวีโภค

รศ.น.สพ.ดร.นิกร ทองทิพย์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าด้วยความที่เป็นช้างป่าจึงเกิดความเครียดสูงมาก จะมีโรคกล้ามเนื้ออักเสบทั้งตัวจากความเครียด ทำให้กล้ามเนื้อสลายกลายเป็นสารพิษไปกระทบไต ทำให้เกิดไตวาย จากการตรวจเลือดทีมแพทย์ก็มีความเป็นห่วงได้ดูแลใกล้ชิด แต่ก็มีโอกาสไปได้ทุกเมื่อ ซึ่งทุกคนได้พยายามเต็มที่แล้ว และถือว่าทุกคนได้เรียนรู้บทเรียนร่วมกัน

ผศ.น.สพ.ดร.วีรพงศ์ ตั้งจิตเจริญ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ภาวะกล้ามเนื้ออักเสรุนแรง เกิดจากช้างมีอาการเครียด ลอดระยะเวลาที่ทางทีมสัตวแพทย์ได้ทำการรักษานั้น ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด แต่ต้องยอมรับว่า ด้วยธรรมชาติของสัตว์ป่ามีความเสี่ยงที่จะ เกิดโรคนี้ได้ ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อแตกสลาย และเม็ดสีในกล้ามเนื้อถูกปลดปล่อยออกสู่กระแสเลือด เป็นพิษต่อไต และเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน โดยตอนนี้หากถามว่าความรู้สึกอย่างไร ต้องบอกว่า หัวใจแตกสลาย เพราะตั้งใจที่จะรักษา และยื้อชีวิตเขาให้อยู่รอด ซึ่งตลอดเวลาที่ได้เข้ามาทำหน้าที่รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจ และมิตรภาพของทุกคนที่ได้ให้ความช่วยเหลือช้างป่าตัวนี้ และถือว่าแม้จะล้มลงไปแล้ว แต่ก็ได้ให้ความรู้กับทางทีมสัตวแพทย์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซากช้างป่ายังคงอยู่ในบริเวณคอกธรรมชาติ ภายในบริเวณปางแม่วังโดยได้ปลดเชือกพยุงออกจากตัวช้าง และนำผ้าสีขาวมาปิดตัวไว้ จากนั้นได้มีการแจกธูปให้กับทุกคนที่อยู่ภายในบริเวณนั้น คนละ 1 ดอก เพื่อขอขมาและยืนไว้อาลัย เพราะเป็นสัตว์ใหญ่ และเปรียบเสมือนเป็นเทวดา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้า และหลายคนถึงกับมีน้ำตาซึม จากการที่ช้างป่าได้ล้มลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง