MORNING CALL ACTION NOTES (20 ต.ค.60)

20 ตุลาคม 2560 | โดย บล.โกลเบล็ก
3,261

รอซื้อเล่นรีบาวด์

ภาวะตลาดหุ้นไทยวันก่อน ปรับตัวลงแรงต่อจากแรงขายทำกำไรหลักในหุ้นกลุ่ม ENERG  หลังราคาน้ำมันดิบทรงตัวและค่าการกลั่นฯเริ่มส่งสัญญาณอ่อนตัว รองลงมาคือ กลุ่ม BANK ที่จะรายงานกำไร 3Q60 ครบทุกรายในวันนี้ ขณะที่ Fund flow พลิกกลับมาเป็น net sell ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 สวนทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าเล็กน้อยโดยรวม SET Index ปิดที่ 1,683.43 จุด (-24.10 จุด) Volume 5.92 หมื่นลบ. โดย Foreign Net -2,744.96 ลบ.  TFEX Net +15,061 สัญญา ตราสารหนี้ -1,257 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

+/- ดาวโจนส์ขยับขึ้นเล็กน้อยจากข่าว เจอโรม พาวเวล ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะได้รับเลือกเป็นประธานเฟดคนใหม่ ขณะที่จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานลดลง 22,000 รายสู่ระดับ 222,000 ราย แต่ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ย.ร่วงลง 0.2%

-น้ำมันดิบปรับตัวลงเนื่องจากนักลงทุนเข้าเทขายทำกำไร ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลง 5.7 ล้านบาร์เรลสู่ระดับ 456.5 ล้านบาร์เรล

+วุฒิสภาสหรัฐโหวตผ่านร่างงบประมาณกรุยทางสู่การพิจารณากม.ปฏิรูปภาษี

+ผู้นำแคว้นกาตาลุญญายังไม่ออกมาประกาศแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปน หลังผ่านเส้นตายไปแล้ว

+ พาณิชย์เผยส่งออก ก.ย.60 ขยายตัว 12.2% 9M60 ส่งออกขยายตัว 9.3%

+/- Fund Flow พลิกเป็น Net Sell 3 วันติดต่อกัน 5 ล้านบาท ขณะที่เงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นสู่ 33.11 Bath/USD และนักลงทุนต่างชาติเริ่มปิดสถานะ Short TFEX (ก.ย. ต่างชาติ Net Short ราว 1.05 แสนสัญญา)

** ติดตามการประกาศงบกลุ่มธนาคาร 20 ต.ค. KTB KKP

**ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้น SP และ NP กรณีสำนักงาน ก.ล.ต. แจ้ง GL ให้แก้ไขงบการเงินให้ถูกต้องโดยเร็ว

ภาวะตลาดหุ้นไทยมีปัจจัยบวกจากวุฒิสภาผ่านร่างงบประมาณสหรัฐที่จะนำไปสู่การพิจารณาการปฏิรูปภาษี ตัวเลขส่งออกของไทยที่เติบโตดี อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบกดดันจาก fund flow ที่ผันผวน และราคาน้ำมันปรับลง แนะนำให้รอซื้อหาก SET ปรับตัวลงมาใกล้แนวรับ 1,675-1,690 จุดเพื่อเล่นรีบาวด์

กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน

- APCS ได้งานใหม่มูลค่ารวม 1,870 ล้านบาท

- การปฎิรูปภาษีของสหรัฐ IVL EPG

- กลุ่มโรงกลั่นคาดกำไร Q3/17 เติบโต

- กลุ่มเดินเรืออานิสงส์ค่าระวางเรือทำ New High 1,582 จุด

- ประมูล SPP HYBRID 300MW BPP GPSC TPCH PSTC BCPG  

- กลุ่มที่คาดว่างบ Q3/17 จะเติบโตขึ้น ได้แก่ PTTGC TOP IRPC BCP BCPG  HARN FTE  ASIMAR  ATP30 JWD  ERW CKP COMAN SYNEX XO TPCH

หุ้นแนะนำพิเศษ

กลุ่มเดินเรือ (Baltic Dry Index หรือ BDI)

  • ดัชนี BDI ล่าสุดปรับตัวขึ้น 1% โดยปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 12 วันทำการ รวมแล้วกว่า 20.9% มาอยู่ที่ 1,582 จุด ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในรอบ 3 ปี โดยเริ่มปรับขึ้นต่อเนื่องภายหลังจาก WTO ออกมาปรับเพิ่มคาดการณ์การซื้อขายโลก (Merchandise) ขึ้นจาก 2.4% มาอยู่ที่ 3.6% ในช่วงปลายเดือน ก.ย. 60 ที่ผ่านมา
  • แนะนำให้ "ซื้อเก็งกำไร" PSL เนื่องจากราคาหุ้น กลับมา Laggard อีกครั้งหลังจากมีแรงขายทำกำไรไปช่วงก่อนหน้านี้ กล่าวคือ ตั้งแต่ดัชนี BDI มีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องดังกล่าว ราคาหุ้นของ PSL มีการปรับตัวขึ้นเพียง 0.8% กอปรกับ ค่าเฉลี่ยดัชนี BDI ในช่วง 3Q60 ยังปรับตัวขึ้นสูงกว่า 2Q60 (ซึ่งเข้าใกล้จุดคุ้มทุนมาก) ถึง 15 - 20% บ่งชี้แนวโน้มพลิกเป็นกำไรไตรมาสแรกในรอบ 3 ปี

หุ้นมีข่าว   

Ø  (-) PTTEP (ราคาปิด  Bloomberg Consensus ) ปรับแผนชะลอตัดสินลงทุนขั้นสุดท้าย "มาเรียนา ออยล์ แซนด์" ประเทศแคนาดา ส่งผลต้องบันทึกด้อยค่าราว 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาในไตรมาส 3/2560 ไร้ผลกระทบกระแสเงินสดในมือ (ที่มาทันหุ้น)

Ø  ความเห็น เรามีมุมมองลบต่อผลประกอบการในไตรมาส 3 หลังมีการตั้งด้อยค่าในโครงการมาเรียนา ออยล์ แซนด์ ซึ่งปกติ PTTEP มีกำไรไตรมาสละ 5-7 พันล้านบาทหากรวมด้อยค่าจะทำให้ผลประกอบการ 3Q60 อาจรายงานขาดทุน 1.1-1.3 หมื่นล้านบาท เหตุที่ต้องตั้งด้อยค่าเนื่องจากต้นทุนการผลิตของแหล่งดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 60-65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (จากการสอบถามบริษัท) ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 50-52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้ตั้งด้อยค่าไปแล้ว 2 ครั้งในปี 2014 และ 2015 มูลค่า 630 ล้านดอลลาร์และ 626 ล้านดอลลาร์ตามลำดับหลังจากที่ราคาน้ำมันปรับตัวลงจาก 100-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ 40-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

Ø  BAY (ราคาปิด 38.50 Bloomberg Consensus 39.27) แจ้ง 3Q60 มีกำไรสุทธิ 6,014 ลบ. +2.4%QoQ +3.2%YoY 9M60 มีกำไร 17,530 ลบ. +8%YoY %์NPL ดีขึ้นโดยลดเหลือ 2.16% จาก 2.24% ใน 2Q60 Coverage Ratio เพิ่มสู่ 149.4% จาก 143.6% ณ 2Q60 อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเท่ากับ 16.28% สินเชื่อเติบโต 3.3%YTD ในช่วงที่เหลือของปี 60 ผู้บริหารคาดว่าศก.ยังขยายตัวต่อเนื่อง และยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อทั้งปีที่ขอบล่างของเป้าหมาย 6-8%

Ø  BBL(ราคาปิด 189.50 Bloomberg Consensus 203.79) แจ้ง 3Q60 มีกำไรสุทธิ 8,161 ลบ. +1.4%QoQ +1.2%YoY 9M60 มีกำไรสุทธิ 2.45 หมื่นลบ. +4.1%YoY NPL +2.7%QoQ +28%YTD ส่งผลให้ %NPL เพิ่มขึ้นสู่ 3.8% จาก 3.7% ใน 2Q60 Coverage Ratio 154% ปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก 151% ใน 2Q60 แต่ต่ำกว่าปลายปี 59 ที่ระดับ 173.6%  อัตราส่วนเงินกองทุนรวม 18.7%

Ø  SCB (ราคาปิด 148.50 Bloomberg Consensus 166.85) แจ้ง 3Q60 มีกำไรสุทธิ 10,103 ลบ. -12.2%YoY -15%QoQ  เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 50%QoQ ในการเตรียมปฏิบัติตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ที่จะใช้ในปี 2562 ส่งผลให้มีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPL (Coverage Ratio) เพิ่มเป็น 136% จาก 133.5% ในไตรมาสก่อน  %NPL เท่ากับ 2.75% ลดลงจาก 2.85% ณ ก.ย. 59  แต่เพิ่มขึ้นจาก 2.65% ณ ปลาย 2Q60 อัตราส่วนเงินกองทุนรวมเท่ากับ 18.2%  งวด 9M60 มีกำไร 33,953 ลบ.-2.7%YoY

Ø  KBANK (ราคาปิด 212.00 Bloomberg Consensus 213.38)รายงานกำไร 3Q60 เท่ากับ 9,473 ลบ. -13%yoy กำไร 9M60 เท่ากับ 28,631 ลบ. -4%yoy  เนื่องจากการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 9M60 มีคชจ.สำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 12% แม้สำรองหนี้สูญลดลง 2%ใน 3Q60 %NPL เพิ่มขึ้นสู่ 3.3% ทรงตัวqoq อัตราส่วนเงินกองทุนรวม 18.23% Tier1 15.91%

Ø  TFD เซ็น MOU กับ “JAIE HAOUR” ยักษ์ใหญ่ไต้หวัน จ่อซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี 2 จำนวน 500 ไร่ ด้าน JAIE HAOUR เล็งพัฒนาพื้นที่พร้อมดึงกลุ่มไต้หวันขยายการลงทุนในไทย (ที่มา ข่าวหุ้น)

Ø  GL ก.ล.ต.สั่ง “กรุ๊ปลีส” แก้ไขงบการเงินให้ถูกต้องโดยเร็ว หากไม่ทำตาม ยันมีความผิดตามมาตรา 312 ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ โทษจำคุก 5-10 ปี ปรับเงินสูงสุด 1 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น) –เช้านี้ตลท.ขึ้น SP และ NP กรณีสำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งให้แก้ไขงบการเงินให้ถูกต้องโดยเร็ว

แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: