ฟลอยด์เคาะไอพีโอ '2.80 บาท' เข้าเทรด 1พ.ย.นี้

17 ตุลาคม 2560
3,102

"ฟลอดย์" กำหนดราคาไอพีโอ 2.80 บาท นำเงินระดมทุน 252 ล้านหมุนเวียนในกิจการ ต่อยอดกำไร เปิดจองซื้อ 18-20 ต.ค. และเเข้าซื้อขาย 1 พ.ย.นี้

นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD เปิดเผยว่า มั่นใจหุ้น IPO ของ FLOYD จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยบริษัทได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 90  ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท ซึ่งคิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสำมัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ 

โดยเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่าย 76.50ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท 12.73 ล้านหุ้นและเสนอขายต่อพนักงานของบริษัท 0.77 ล้านหุ้น   กำหนดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่  18–20 ต.ค.2560

โดยมีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายเข้าร่วมอีก 5 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์  เคที ซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)  บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) และ บริษัท หลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 1 พฤศจิกายน  2560 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า  “FLOYD”

ในการกำหนดราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 2.80 บาทต่อหุ้นนั้นถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับผลประกอบการและปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โดยบริษัทมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 13.33 เท่า เมื่อคำนวณจากผลประกอบการรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2559 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2560  เมื่อเปรียบเทียบกับค่า P/E เฉลี่ยของหมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วง 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. 2560 ถึงวันที่ 5 ต.ค. 2560  มีค่าเท่ากับ 30.55 เท่า ทั้งนี้คาดว่า FLOYD จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลามเนื่องจากจำนวนหุ้นที่เสนอขายมีจำนวนเพียง 90 ล้านหุ้น

“สำหรับปัจจัยด้านภาวะตลาดหุ้นขณะนี้ถือว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์สามารถยืนเหนือ 1,700 จุดได้ต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อ Sentiment การลงทุน ประกอบกับผลประกอบการของ FLOYD เติบโตโดดเด่นต่อเนื่องช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2557-2559 มีรายได้รวม 432.53 ล้านบาท 463.03 ล้านบาท และ 545.44 ล้านบาท ตามลำดับ  ในส่วนของกำไรสุทธิมีเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2557 – 2559 อยู่ที่ 35.41 ล้านบาท 66.21 ล้านบาท และ 115.89 ล้านบาท ในขณะที่ผลประกอบการงวด 6 เดือนของปี 2560 อาจชะลอตัวลงบ้างเนื่องจากลูกค้าบางส่วนมีการชะลอแผนงานโดยบริษัทฯมีรายได้รวม 123.48 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 12.48 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ในช่วงกลางปีที่ผ่านมาลูกค้าบางส่วนได้เริ่มงานตามแผนงานก่อสร้างที่วางไว้ประกอบกับการขยายงานไปยังฐานลูกค้ารายใหม่ จึงคาดว่า FLOYD จะเป็นอีกหนึ่งบริษัทจดทะเบียนที่น่าจับตามอง และมั่นใจว่าทิศทางหุ้น IPO ของ FLOYD จะได้รับความสนใจจองซื้อเต็มจำนวนจากนักลงทุน” นายชนะชัย  กล่าว

นายทศพร จิตตวีระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล เปิดเผยว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนขยายกิจการเพื่อรองรับการเติบโตของกิจการ ในขณะที่เงินทุนอีกส่วนหนึ่งจะใช้ในการลงทุนก่อสร้างอาคารสำนักงานและศูนย์อบรม เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถของพนักงานในการให้บริการเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต  นอกจากนี้การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ทั้งต่อสถาบันการเงิน  คู่ค้าธุรกิจ รวมทั้งลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายงานเพื่อรองรับการเติบโตของรายได้ในอนาคต

“FLOYD กำหนดราคาเสนอขายที่ 2.80 บาทต่อหุ้น เป็นราคาที่เหมาะสม ซึ่งนักลงทุนจะได้มีส่วนลงทุนในบริษัทฯ ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีการเติบโตทาง จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตและเพิ่มความสามารถของพนักงานในการให้บริการเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต  โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้เชื่อว่า FLOYD จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างดี และถือว่าเป็นหนึ่งในหุ้น Growth Stock ซึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เชื่อมั่นในการเติบโตของบริษัทฯ พร้อมทั้งเน้นการถือลงทุนระยะยาว” นายทศพร กล่าว

บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ บริษัทฯจะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็น 180 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 360 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท  โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯได้แก่ กลุ่มเมืองเกษม ถือหุ้นร้อยละ 18.75 กลุ่มจิตตวีระ ร้อยละ 18.75 กลุ่มเลิศศุภกุล ร้อยละ 18.75 และกลุ่มทัศนสุกาญจน์ ถือหุ้น 18.75 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว

แชร์ข่าว :
Tags: