“ไลฟ์อโศก-พระราม9”ชิงดีมานด์คนทำงาน-ลงทุน

28 กันยายน 2560
4,682

“เอพี”เปิดตัวคอนโด“ไลฟ์ อโศก-พระราม9”มูลค่า 9,000 ล้าน  เจาะดีมานด์คนทำงานไทย-ต่างประเทศ ย่านออฟฟิศเกรดเอ  ดึงเอเย่นต์ต่างชาติร่วมทำตลาด หวังยอดพรีเซล 50% ดันสิ้นปียอดขาย 3.1-3.2 หมื่นล้าน

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าได้เปิดตัวคอนโดมิเนียม“ไลฟ์ อโศก-พระราม 9” พื้นที่ 8 ไร่ มูลค่า 9,000 ล้านบาท จำนวน 2,248 ยูนิต 2 อาคาร สูง 42 ชั้น และ 46 ชั้น ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับ มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ประเทศญี่ปุ่น โครงการที่ 11

โครงการ“ไลฟ์ อโศก-พระราม 9” มีขนาดห้องสตูดิโอพื้นที่ 25-27.5 ตร.ม. , 1 ห้องนอน เริ่มที่ 32-40 ตร.ม. และ 2 ห้องนอนเริ่มที่ 45-58 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.45 ล้านบาท หรือ 98,000 บาทต่อตร.ม. เตรียมเปิดขายครั้งแรกที่ AP-iBooking ผ่านเว็บไซต์ apthai.com วันพุธที่ 8 พ.ย.นี้ และเปิดขายที่สำนักงานวันที่ 11-12 พ.ย.นี้

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดคอนโดในย่านพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอโศก-เพชรบุรี-พระราม 9 พบว่ามีความต้องการคอนโดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนทำงานบริษัทสัญชาติไทยและกลุ่มทุนต่างชาติ ที่กำลังย้ายเข้ามาเต็มรูปแบบใน 6 ออฟฟิศเกรดเอบนย่านศูนย์กลางย่านธุรกิจแห่งใหม่ คาดมีจำนวน 78,837 คนในปี 2563 ส่งผลให้ซัพพลายคอนโดเหลือขายปัจจุบันมีเพียง 1,198 ยูนิต หรือคิดเป็น 17% ของจำนวนยูนิตที่เปิดตัวทั้งหมด ซึ่งเป็นคอนโดไฮเอนด์ราคาต่อตารางเมตรประมาณแสนต้นๆ คงเหลือ 109 ยูนิตเท่านั้น

ขณะที่อัตราการเข้าอยู่และผลตอบแทนของคอนโดพร้อมอยู่ในย่านนี้ยังเติบโต โดยเฉพาะคอนโดในเครือเอพีย่านนี้มีอัตราการเข้าอยู่เฉลี่ยกว่า 85% ทุกโครงการ แบ่งสัดส่วนเป็นผู้ซื้ออยู่เอง 75% และปล่อยเช่า 25% โดยเป็นผู้เช่าเอเชีย อาทิ ไต้หวัน ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ และญี่ปุ่น และราคาปล่อยเช่าในทำเลเฉลี่ย 22,000 -53,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 7-8% ต่อปี ดังนั้นมั่นใจว่าไลฟ์ อโศก-พระราม 9 จะได้รับการตอบรับที่ดีจากดีมานด์ในตลาดทั้งกลุ่มซื้ออยู่อาศัยและลงทุน คาดว่าจะทำยอดพรีเซลได้กว่า 50% หรือมูลค่า 4,500 ล้านบาท

บริษัทได้เปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ก่อนเปิดขายล็อตแรก 200 ยูนิต ผ่านช่องทางออนไลน์ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ซึ่งมีผู้สนใจลงทะเบียนกว่า 1,000 คน นอกจากนี้ได้แบ่งห้องบางชั้น สัดส่วน 25% ของจำนวนยูนิตรวมเพื่อให้ตัวแทนขายต่างประเทศไปทำตลาดให้กับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจ ทั้ง ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน 

สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงปีนี้ คาดมียอดขาย 31,000-32,000 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขาย 27,300 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 26,000 ล้านบาท เป็นผลจากกลยุทธ์สร้างความแตกต่าง รวมถึงการร่วมมือกับตัวแทนขายนำโครงการขายในต่างประเทศ คาดว่าทั้งปีนี้จะมีสัดส่วนยอดขายลูกค้าต่างชาติ 10% 

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง