เอ็กซ์พีเดียเจาะเที่ยวครอบครัวชี้“เอเชีย”โตสูง

13 กันยายน 2560 | โดย นฤมล เกษมสุข
1,884

องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจากหลายประเทศปักธงทำตลาดคุณภาพ ส่งผลให้ "กลุ่มครอบครัว" เป็นเป้าหมายสำคัญ เนื่องจากการเดินทางพร้อมกันเป็นหมู่คณะ และสนใจทำกิจกรรมหลากหลายสำหรับคนทุกวัย ทำให้เกิดการใช้จ่ายที่สูง

ซิมอน ฟิเก้ ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศอินเดีย เอ็กซ์พีเดีย กล่าวว่า เมื่อเห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้ร่วมกับบริษัท นอร์ธสตาร์ ผู้วิจัยและกลยุทธ์ระดับโลก สำรวจและศึกษาข้อมูลเรื่องความสำคัญของการท่องเที่ยวแบบครอบครัวในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยสำรวจกลุ่มนักท่องเที่ยวกว่า 1.7 หมื่นคนใน 28 ประเทศ รวมถึงไทยซึ่งประกอบไปกลุ่มพ่อแม่ 300 คน และวัยรุ่น 200 คน และกลุ่มที่ไม่ใช่พ่อแม่ 100 คน

ผลการสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวไทยติดอันดับต้นๆ ในทุกหมวดหมู่ ที่น่าสนใจคือวัยรุ่นไทย 74% ยังเดินทางกับครอบครัวด้วยความถี่ 2 ครั้งขึ้นไปต่อปี สูงสุดในโลกเท่ากับเกาหลีใต้ และมีถึง 79% ที่ระบุว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ ส่วนฮ่องกงวัยรุ่นเพียง 29% ยังเดินทางกับครอบครัว ต่ำสุดของเอเชีย

จุดหมายของครอบครัวไทย 70% อยู่ภายในประเทศ ทำให้มีความถี่ค่อนข้างสูง ส่วนอีก 30% เดินทางต่างประเทศ มีจุดหมายระยะใกล้ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ ส่วนตลาดระยะไกลกลุ่มยุโรป เช่น เยอรมนี ได้รับเลือกติดอันดับต้นๆ

ผลการศึกษาในภาพรวมยังบ่งบอกด้วยว่า การเที่ยวกับครอบครัวมักจะเกิดขึ้นปีละครั้งเป็นอย่างน้อย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความต้องการที่มีอยู่แน่นอน แต่หากวิเคราะห์ในเชิงลึกเพื่อทำตลาดให้เหมาะสม จะเห็นว่าประเทศในเอเชีย, ยุโรปตอนใต้ และเม็กซิโกส่วนใหญ่ จะให้ความสำคัญกับครอบครัว จึงมีความถี่การเดินทางค่อนข้างสูงกว่าประเทศอื่นๆ

หากวิเคราะห์ตามรายได้พบว่ากลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่อหัวเทียบกับจีดีพีสูงมีความถี่ในการเดินทางน้อยกว่าประเทศที่รายได้ต่ำกว่า เนื่องจากพ่อแม่มีภาระด้านการงาน และวัยรุ่นต้องศึกษาเล่าเรียน

การสำรวจความพึงพอใจจากการเดินทางเป็นครอบครัววัยรุ่นไทย 98% ให้ความเห็นว่าทำให้ครอบครัวใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น โดยนอกจากไทยแล้วอีก 2 ประเทศที่ให้ความเห็นสอดคล้องกัน คือ เกาหลีใต้, ไต้หวัน ส่วนกลุ่มที่เป็นพ่อแม่ชาวไทยถึง 82% เห็นว่าการเดินทางช่วยสร้างความสมานฉันท์ในครอบครัว ถือเป็นสถิตสูงที่สุดในเอเชีย ตามด้วยมาเลเซีย 81%, เกาหลีใต้ 74% และไต้หวัน 69%

ส่วนอุปสรรคของการเดินทางเป็นครอบครัวมักจะเป็นการโดยสายเครื่องบิน "เส้นทางระยะไกลที่ต้องใช้ระยะเวลาเดินทางยาวนาน ซึ่งพบว่า 27% ของพ่อแม่พาลูกเดินทางไกล และมี 19% ที่ระบุว่าเสียใจในภายหลังกับการตัดสินใจ หรือคิดเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย โดยในกลุ่มประเทศเอเชีย ที่มีอัตราความผิดหวังในการเดินทางพร้อมเด็กๆ มากที่สุดคือ อินเดีย ที่พ่อแม่สะท้อนถึงความผิดหวังถึง 43% และญี่ปุ่น 21% ซึ่งในภาพรวมในพ่อแม่ชาวเอเชียกว่า 45% ระบุตรงกันว่า เป็นเพราะความกราดเกรี้ยวโมโหของเด็กที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง

“ครอบครัวคนไทย ติดกลุ่มประเทศที่เดินทางด้วยความถี่มากที่สุดในโลก และพบว่ายังเป็นรูปแบบที่มีความสำคัญเพราะนักท่องเที่ยวที่คิดว่าเป็นความทรงจำช่วงหนึ่งของชีวิต และพบด้วยว่า แม้กระทั่งคนที่เป็นพ่อแม่ก็ยังให้ความสำคัญในการพาพ่อแม่ของตัวเองไปเป็นเพื่อนเดินทาง แสดงความแน่นแฟ้นของรูปแบบครอบครัวที่น่าสนใจ”

ดังนั้นเอ็กซ์พีเดีย ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวมา 21 ปี จึงวางแนวทางการบริการออนไลน์ด้านการจัดการท่องเที่ยว เพื่อให้กลุ่มครอบครัว สามารถคัดสรรตัวเลือกโรงแรมและสายการบินที่เหมาะสม เช่น การเลือกที่นั่งสายการบินที่มีเซกชั่นเฉพาะสำหรับเด็กเล็กพร้อมครอบครัว และโรงแรมที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับครอบครัวทั้งหมดรวมกัน เป็นต้น

ส่วนพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ที่มีความกระตือรือร้นในการเดินทางเป็นครอบครัวที่สุดในโลก ได้แก่ เกาหลีใต้ พบว่าพ่อแม่ที่อายุต่ำกว่า 40 ปีมีสัดส่วนกว่า 59% ส่วนอีก 41% มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพ่อแม่ หรือครอบครัวพ่อแม่ที่ไม่มีบุตร ต่างเดินทางด้วยความถี่ 2 ครั้งขึ้นไปต่อปี ขณะที่พ่อแม่ก็ยังยินดีที่จะเลือกบุตรของตัวเองเป็นเพื่อนเดินทาง โดยประเทศที่มีความนิยมในหมวดหมู่นี้รองลงมาได้แก่ พ่อแม่ชาวบราซิลและสวีเดน

ขณะที่ ญี่ปุ่น ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมาไทยราว 1.5 ล้านคนต่อปี มีความกระตือรือร้นในการให้ความสำคัญกับการเที่ยวแบบครอบครัวลดลงมา แม้ว่าในเชิงความถี่ในการเดินทางจะไม่น้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยมีอัตรามากกว่า 50% ของวัยรุ่นและพ่อแม่ที่เที่ยวมากกว่า 2 ครั้งต่อปี

นอกจากนั้น ทัศนคติของวัยรุ่นญี่ปุ่นยังค่อนข้างแตกต่างกับไทย มีเพียง 44% เท่านั้นที่ระบุว่าเกิดความทรงจำที่ดีขึ้นระหว่างเที่ยวกับครอบครัว ขณะที่พ่อแม่จากญี่ปุ่น มีแนวโน้มที่จะไม่ยอมผ่อนปรนกฎเหล็กของครอบครัวมากที่สุดระหว่างการเดินทางพักผ่อน แต่ระดับความเข้มงวดนั้นยังต่ำกว่าเมื่อเทียบกับพ่อแม่ชาวฮ่องกงและไต้หวัน

แชร์ข่าว :
Tags: