แนะรัฐลงทุน‘บริการ-เกษตร’หนุนเศรษฐกิจฟื้นเร็ว

21 สิงหาคม 2560 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
788

สถานการณ์กำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในบรรยากาศซบเซาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 4-5 เดือนที่เหลือของปี ซึ่งภาคธุรกิจประเมินว่า “ทรงตัว” แม้จะมีภาพการขับเคลื่อน “เมกะโปรเจคภาครัฐ” เป็นหนึ่งในสัญญาณบวก แต่จะส่งผลในระยะยาว

ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจ 5 เดือนหลังของปีนี้ค่อนข้าง “ทรงตัว” แม้รัฐบาลจะเดินหน้าลงทุนเมกะโปรเจคโครงสร้างพื้นฐาน โครงข่ายคมนาคม ต่างๆ เป็นผลดีต่อการจ้างงาน แต่ต้องใช้ระยะเวลากว่าที่เม็ดเงินจะหมุนเวียนในระบบและมีผลต่อการใช้จ่าย 

เมกะโปรเจคเป็นเรื่องระยะยาว แต่ความจำเป็นเร่งด่วนขณะนี้ภาครัฐต้องเข้ามาดูภาคส่วนที่สามารถให้ผลในระยะสั้นอย่างภาคบริการและภาคการเกษตร หากทำได้จะเห็นผลเร็วมาก” 

 ขณะที่องค์ประกอบของโครงสร้างเศรษฐกิจ 3 ส่วนหลัก ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคการเกษตร ซึ่งการขับเคลื่อนการลงทุนต่างๆ ของภาครัฐมุ่งภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก 

ขณะที่ 2 ส่วนหลัก “บริการ-การเกษตร” ที่สร้างรายได้ให้ประเทศเป็นสัดส่วนถึง 60% ของโครงสร้างเศรษฐกิจกลับไม่มีภาพในเชิงนโยบายสนับสนุนทางด้านการลงทุนอย่างชัดเจน

อนาคตประเทศไทยจะต้องเร่งวางยุทธศาสตร์ส่งเสริมภาคบริการและการเกษตรเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจัง หากทำได้จะทำให้ไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง” 

ทั้งนี้ ในภาคบริการ ซึ่งมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นฟันเฟืองหลัก จะต้องมี “การลงทุนทางด้านการท่องเที่ยว” ในด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่นเดียวกับการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าต่างๆ รวมไปถึงการลงทุนทางด้านสถาปัตยกรรมต่างๆ สร้างแลนด์มาร์ค หรือจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน เสริมความแข็งแกร่งการท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติสวยงาม และเอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามอยู่แล้ว

ภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว มีความเกี่ยวข้องและเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมหลายแขนง เมื่อเติบโตอย่างมีศักยภาพ จะทำให้เกิดการขยายตัวไปพร้อมๆ กันทั้งระบบ ทุกกลุ่มได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ รายกลาง หรือธุรกิจขนาดย่อม รวมทั้งระดับชุมชนฐานราก จะเห็นผลลัพธ์ทางด้าน “รายได้” ที่จะกลับมาเป็นกำลังซื้อได้ทันที 

ทศ กล่าวถึงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่ภาครัฐกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้เห็นด้วยที่เร่งให้เกิด เพราะมีผลครบถ้วนต่อทั้งภาคอุตสาหกรรม บริการ และการเกษตร 

เมื่อเกิดการขยายตัวของโครงข่ายคมนาคมเกิดความเจริญของเมืองตามมาด้วยการค้าการลงทุน  มีความต้องการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่อยู่อาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ เป็นโอกาสขยายการลงทุนของธุรกิจค้าปลีก ประกอบกับภาคตะวันออกมีศักยภาพของความเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล  การเดินทางที่สะดวกรวดเร็วทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นทั้งประชาชนในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะหลั่งไหลเข้ามาเยือน 

การขยายตัวทางธุรกิจทุกประเภททำให้เกิดการจ้างงาน นำมาซึ่งรายได้ และการจับจ่ายใช้สอย เป็นกลไกผลักดันเศรษฐกิจขยายตัว  

บิ๊กสเต็ป’เซ็นทรัล

กลุ่มเซ็นทรัล ยังเดินหน้าขยายการลงทุนทั้งใน “ไทย” ที่มีบิ๊กโปรเจคร่วมกับพันธมิตรกลุ่มดุสิตธานีพัฒนา “มิกซ์ยูส สีลม” มูลค่า 3.65 หมื่นล้านบาท การปรับโฉม “เซ็นทรัลเวิลด์” ครั้งใหญ่ย้ำความเป็นแลนด์มาร์ค และอีกหลายๆ โครงการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด 

ต่างประเทศ มุ่งเป้าหมายหลัก ยุโรป และ “เวียดนาม” ซึ่งเป็นฐานหลักในภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งมองหาโอกาสลงทุนต่อไปจากศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญ “อาเซียน” มีไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับไทย 

เซ็นทรัลในฐานะหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของอาเซียน ระบุด้วยว่า  ความท้าทายที่น่าสนใจที่จะเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียนให้รวดเร็วขึ้น คือ การสร้างอาเซียนให้เป็นภูมิภาคการค้าเดียว ซึ่งต้องมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ผ่อนคลายกฎข้ามแดน การเคลื่อนย้ายแรงงาน สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการธนาคาร และค่าเงิน รวมถึงมีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันในด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ)

ยุทธศาสตร์เซ็นทรัลกรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง “อีคอมเมิร์ซ” เป็นอันดับต้นๆ เพราะมองว่า การค้าทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบการค้าแบบดั้งเดิม มาเป็นการค้ายุคใหม่ และในขณะนี้เป็น “การค้าไซเบอร์” 

ผู้ค้าปลีกต้องมีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อตามเทรนด์ของตลาดให้ทัน

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง