‘อิมแพ็ค’ งัดกลยุทธ์ ‘โกคาร์ทไฟฟ้า’ ดูดรายได้

17 สิงหาคม 2560 | โดย ภานุพงศ์ วัฒนเสรีกุล
3,880

“อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์” บริษัทบริหารสถานที่จัดกิจกรรมและการประชุมชื่อดัง ตั้งเป้าใช้ “โกคาร์ทไฟฟ้า” ดึงดูดรายได้และนักท่องเที่ยว หลังเปิดสนาม "สปีดพาร์ค" ไปเมื่อปลายปีที่แล้วจนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวแห่งสำคัญ

นายพอล กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสนามโกคาร์ทพลังไฟฟ้าแห่งนี้ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากเปิดตัวสนามสปีดพาร์คไปเมื่อเดือนธ.ค. 2559 ถือว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ และมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

นายพอลกล่าวว่า ที่มาที่ไปในการสร้างสนามสปีดพาร์คคือต้องการให้บรรดาผู้จัดงานหรือการประชุมและลูกค้าโรงแรมในพื้นที่เมืองทองธานี ได้มีสถานที่สำหรับทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งโกคาร์ทก็เป็นกิจกรรมที่สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย และเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัว

“จะว่าไปแล้ว สปีดพาร์คอาจไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสถานที่จัดการประชุมและนิทรรศการซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเราโดยตรง แต่หากมองให้ลึกลงไป ทุกกลุ่มที่มาจัดนิทรรศการหรือพักโรงแรมที่นี่ล้วนต้องการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน ซึ่งโกคาร์ทก็ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้พอสมควร เพราะทำให้คนทุกวัยได้มาสนุกกัน”

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำหรับสปีดพาร์คคือสภาพอากาศ เพราะในช่วงฤดูฝนแทบไม่มีคนมาใช้บริการ เนื่องจากเป็นสนามแข่งกลางแจ้ง แต่หากเป็นช่วงปกติมักมีลูกค้าจำนวนมากในช่วงสุดสัปดาห์ และเคยมีผู้ใช้บริการโกคาร์ทไฟฟ้าสูงสุดถึง 300 รอบต่อวัน

ลดมลภาวะชัดเจน

แม้โกคาร์ทพลังไฟฟ้ามีต้นทุนแพงกว่าโกคาร์ทที่ใช้น้ำมัน แต่นายพอลมองว่าคุ้มค่ากว่ามากเมื่อเทียบกับมลภาวะที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และบอกว่า ใช้งบลงทุนกับสนามแห่งนี้ไปราว 100 ล้านบาท

“รถโกคาร์ทพลังไฟฟ้าต้นทุนแพงกว่าแบบใช้น้ำมัน 3 เท่า โดยเรานำเข้าจากฝรั่งเศสตกคันละ 300,000 บาท แต่หากเทียบกับโกคาร์ททั่วไปที่ยังใช้น้ำมันแล้ว รถพลังไฟฟ้าแทบไม่ก่อมลภาวะ เพราะเสียงเครื่องยนต์เบามาก ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน เพราะไม่ต้องเผาผลาญน้ำมัน จึงไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ก่อความรำคาญให้ผู้อยู่อาศัยโดยรอบ”

โกคาร์ทไฟฟ้าที่ใช้งานในสปีดพาร์คเป็นรุ่นอาร์ทีเอ็กซ์ (RTX) ของ “โซดี คาร์ท” (SODI Kart) ผู้ผลิตโกคาร์ทจากฝรั่งเศส ซึ่งสปีดพาร์คนำเข้ามาจำนวน 30 คัน โดยใช้งานจริงในสนามแข่ง 24 คัน และให้วิ่งรอบละไม่เกิน 12 คัน เพื่อไม่ให้จำนวนรถแน่นสนามมากเกินไป

นอกจากนี้ ทางสนามยังเล็งนำเข้าโกคาร์ทไฟฟ้าแบบ 2 ที่นั่งเพิ่มอีก 5 คันภายในเดือนต.ค.นี้ เพื่อให้สามารถขับซ้อนสองคนได้ อีกทั้งยังมีแผนสั่งรถเพิ่มอีกเพื่อรองรับความต้องการที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีนี้

ข้อมูลเฉพาะของโกคาร์ทรุ่นนี้ มีความยาวอยู่ที่ 185 ซม. กว้าง 135 ซม. สูงถึงโรลล์บาร์ (โครงเหล็กด้านหลังศีรษะคนขับ) 104 ซม. มีน้ำหนัก 218 กก. เร่งความเร็วได้สูงสุด 70 กม.ต่อชม. และมีเข็มขัดแบบหัวเสียบ 4 จุด

ชูระบบความปลอดภัย

นายพอลระบุว่า จุดแข็งของโกคาร์ทที่สปีดพาร์คคือ ความปลอดภัย โดยใช้การควบคุมความเร็วโดยห้องควบคุมกลาง ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุหรือรถคันอื่น ๆ ในสนามแข่งมีปัญหา ทางเจ้าหน้าที่จะทำการลดความเร็วให้แบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งหยุดเวลาไว้ และหลังจากแก้ไขปัญหาเสร็จแล้วก็จะเพิ่มความเร็วให้วิ่งได้ตามปกติ

สปีดพาร์คกำหนดเวลาเล่นแต่ละรอบ (Session) ไว้ที่ 8 นาที มีค่าบริการอยู่ที่ 600 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 480 บาทสำหรับเด็ก (อายุ 7-14 ปี) โดยต้องสูงอย่างน้อย 120 ซม. ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิกก่อน โดยจะมีการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังเฟซบุ๊ค เพื่อแสดงผลงานในสนามไปยังหน้าเฟซบุ๊คของผู้เล่นหลังเล่นครบรอบด้วย

เมื่อผู้เล่นลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเข้าห้อง “บรีฟฟิง รูม” เพื่อรับฟังรายละเอียดในการแข่งขัน พร้อมทั้งกฎกติกาต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของสัญลักษณ์ธง สัญญาณไฟ เพื่อลูกค้าทุกคนทั้งที่เคยขับโกคาร์ทและไม่เคยขับมาก่อน เข้าใจและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง

สนามแข่งสุดท้าทาย

ขณะที่ตัวสนามแข่งระยะทางสูงสุดถึง 800 เมตรนี้ ออกแบบโดยบริษัทเทคโปร แบร์ริเออร์ส (TECPRO BARRIERS) ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสนามแข่งโกคาร์ท โดยสนามแข่งที่นี่ติดตั้งกำแพงกั้นมาตรฐานเดียวกับสนามฟอร์มูลาวันและมีพื้นแทร็กค่อนข้างเรียบ รวมถึงบริเวณรัน-ออฟ (Run-Off) ก็สร้างจากพื้นยางมะตอย ซึ่งรวมพื้นที่ทั้งหมดในสนามมีพื้นที่กว่า 17,900 ตร.ม. ถือเป็นสนามที่ได้มาตรฐานสากล

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของสปีดพาร์คคือจะมีการเปลี่ยนเส้นทางทุกเดือน เพื่อไม่ให้นักขับคุ้นชินหรือเบื่อกับเส้นทางเดิม ๆ

ส่วนแนวโน้มธุรกิจจัดนิทรรศการและกิจกรรมของอิมแพ็ค ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทนั้น นายพอลเผยว่า ยังคงมีการตอบรับดี และมีผลประกอบการดีเกินคาด แต่ไม่ได้ระบุตัวเลข ขณะที่ในปีหน้าจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ของศิลปินดังหลายรายมาจัดในเอเชีย อาจทำให้ธุรกิจนี้ได้รับอานิสงส์ไปด้วย

นอกจากนั้น กรรมการผู้จัดการบริษัทอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ยังเสริมว่า เขามีแผนสร้างสวนน้ำพื้นที่ 40-50 ไร่ โดยหวังว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นปีหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายเปลี่ยนเมืองทองธานีให้เป็นเมืองท่องเที่ยวแห่งสำคัญที่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง