เพื่อไทยจี้ 'นายกฯ' ตรวจสอบระบายข้าว-ส่อทุจริต

11 สิงหาคม 2560
1,912

"พรรคเพื่อไทย" ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง "พล.อ.ประยุทธ์" ขอให้ตรวจสอบและทบทวนวิธีการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล ระบุส่อทุจริต

พรรคเพื่อไทย ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) โดยมีข้อความว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้อนุมัติให้มีการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล

ซึ่งเก็บรักษาไว้ในโกดังของเอกชนในจังหวัดต่างๆ โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล เป็นผู้รับผิดชอบในการระบายข้าว แต่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่านโยบายการจัดเกรดข้าวสารของ นบข.และการดำเนินการระบายข้าวของคณะทำงานดังกล่าว ส่อพฤติกรรมถึงความไม่โปร่งใส และส่อว่าจะมีการทุจริตเป็นขบวนการ ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงผู้ปฏิบัติ อันนำมาซึ่งความเสียหายแก่รัฐจำนวนมาก

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้ปรากฏต่อสื่อมวลชนจากกรณีที่เจ้าของโกดังและคลังสินค้าต่างๆ ที่รับเก็บรักษาข้าวได้ออกมาเรียกร้องคัดค้านให้มีการทบทวนการประมูลข้าว แต่ข้อเรียกร้องดังกล่าวกลับถูกเพิกเฉยจากรัฐบาลและ คสช. ขณะเดียวกันมีการให้ทหารเข้าไปควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของสื่อมวลชนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วย

พรรคเพื่อไทยเห็นว่า การกำหนดนโยบายการระบายข้าวและการดำเนินการระบายข้าวของ นบข. และคณะทำงานดำเนินการระบายข้าว เปิดช่องให้มีการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์ทั้งโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนผู้ประมูลข้าว ดังนี้

1. การจัดให้ข้าวสารในสต็อกเป็นข้าวเกรดซี โดยไม่มีการตรวจสอบคุณภาพข้าวอย่างถูกต้องและทั่วถึง ทำให้ข้าวสารดังกล่าวไม่สามารถประมูลขายเพื่อการบริโภคของคนได้ แต่ให้ใช้ไปเพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์หรือพลังงาน ทั้งที่ข้อเท็จจริง โกดังต่างๆ มีการจ้างบริษัทรักษาและดูแลสภาพข้าวสารอย่างดี และได้รับการยืนยัน รวมถึงการนำสภาพข้าวสารมาเปิดเผยต่อสาธารณะของเจ้าของโกดังว่า ข้าวสารดังกล่าวยังเป็นข้าวที่มีคุณภาพและสามารถใช้เพื่อการบริโภคของคนได้

2. การจัดระดับข้าวสารให้อยู่ในระดับเกรดซี เป็นการทำให้ข้าวสารมีคุณภาพดี กลายเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ เพื่อให้เกิดการประมูลขายในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง

3. มีข้อเท็จจริงว่า ได้มีผู้ขอเสนอซื้อข้าวสารในโกดังหลายแห่งในราคาที่สูง แต่คณะทำงานดำเนินการระบายข้าวไม่ขาย แต่กลับขายให้อีกบริษัทหนึ่งซึ่งประมูลได้ในเวลาต่อมาในราคาที่ต่ำกว่าการเสนอซื้อครั้งแรกมาก ดังเช่น มีการเสนอซื้อข้าวหอมมะลิ 100 % ชั้น 2 จำนวนกว่า 14,000 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 11.25 บาท แต่คณะทำงานไม่ขาย กลับขายให้อีกบริษัทหนึ่งในราคากิโลกรัมละ 6.10 บาท เป็นต้น ซึ่งการประมูลขายดังกล่าว ผู้เข้าประมูลหลายรายและเจ้าของโกดังได้ทำหนังสือคัดค้านและขอให้ทบทวนการขายแล้ว แต่คณะทำงานก็มิได้ยกเลิกหรือทบทวนการดำเนินการแต่อย่างใด ส่งผลให้รัฐต้องได้รับความเสียหายจากการขายข้าวคุณภาพดีเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพ เท่าที่ปรากฏขณะนี้จำนวนกว่าหลายร้อยล้านบาทแล้ว

4. มีข้อเท็จจริงว่า ผู้ประมูลข้าวบางรายไม่มีศักยภาพทางการเงินเพียงพอ ที่จะสามารถประมูลข้าวจำนวนมากๆ ได้ และไม่พบว่ามีข้าวที่ได้จากการประมูลอยู่ในความครอบครองของตนเอง แต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าวจึงน่าเชื่อว่าจะมีบุคคลบางกลุ่มตั้งนอมินี เพื่อให้มีการประมูลข้าวสาร เพื่อผลประโยชน์ในการที่จะนำข้าวดังกล่าวเข้าสู่ตลาดข้าวเพื่อบริโภคของคนต่อไป

5. เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ข้าวสารที่มีการระบาย เป็นข้าวที่มีคุณภาพซึ่งคนสามารถใช้ บริโภคได้ แต่กลับจัดเกรดและประมูลข้าวในราคาข้าวเสื่อมคุณภาพ ซึ่งซื้อได้ในราคาต่ำกว่าความเป็นจริง จึงอาจเป็นไปได้ว่า จะมีการนำข้าวดังกล่าวเพื่อกลับมาขายให้เป็นข้าวบริโภคของคน ซึ่งจะทำให้เกิดช่องทางทุจริตในส่วนต่างราคาข้าวจำนวนมาก

จดหมายเปิดผนึกยังระบุอีกว่า พรรคเพื่อไทยได้มอบหมายให้คณะทำงานของพรรคลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และได้พบปะพูดคุยกับเจ้าของโกดังหลายแห่ง พบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง หากไม่มีการระงับยับยั้งหรือยกเลิกการประมูลที่ดำเนินการไปแล้ว จะทำให้รัฐได้รับความเสียหาย สูญเสียรายได้จากการระบายข้าวจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น พรรคขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นประธาน นบข. และหัวหน้ารัฐบาลได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล ในปี 2560 เรื่อง การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ รวมถึงทบทวนนโยบายการระบายข้าวของ นบข. ด้วย

หากพบว่ามีการระบายข้าวจากข้าวคุณภาพดีที่คนบริโภคได้ แต่ไปขายเป็นข้าวเสื่อมคุณภาพเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์หรือพลังงาน ก็ขอให้มีการยกเลิกการประมูลขายดังกล่าว และตรวจสอบคุณภาพข้าวดังกล่าวใหม่ด้วยวิธีการที่มีมาตรฐานและได้รับการยอมรับ รวมทั้งให้มีการตรวจสอบหาผู้กระทำผิดในเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดกระทำการทุจริตและแสวงหาประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ก็ขอให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง เหมือนกับที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศไว้

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง