‘ยัม’ผนึกพันธมิตรทุนยักษ์เร่งสยายปีกโตก้าวกระโดด

10 สิงหาคม 2560 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
4,643

การขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางแรงกระเพื่อมที่ส่งผลกระทบทั้งเชิงบวก ไม่ว่าจะการเติบโตของการบริโภคของประชากรในประเทศ กำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวมาเยือนไทยสร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาล

พร้อมกับ “ปัจจัยลบ” จากกระแสการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้า เทคโนโลยี การรุกตลาดของคู่แข่งทั้งรายเก่าและหน้าใหม่ สร้างทางเลือกที่มากขึ้น แพลตฟอร์มธุรกิจแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ หรือ มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือ

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้  ยัม ประเทศไทย ภายใต้ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของแฟรนไชส์แบรนด์เคเอฟซี ร้านอาหารบริการด่วนใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมทั่วโลก ตัดสินใจปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 33 ปีของการดำเนินธุรกิจในไทย  ก้าวสู่ “ผู้บริหารแบรนด์และแฟรนไชส์เคเอฟซี” 

โดยปีที่ผ่านมา ได้เปิดตัวพันธมิตร บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ถือเป็นแฟรนไชส์ซี่ รายที่ 2 ต่อจาก บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี กิจการภายใต้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ “เซ็นทรัล กรุ๊ป” พันธมิตรธุรกิจตั้งแต่ยุคเริ่มแรก ล่าสุด ลงนามในข้อตกลงพันธมิตรแฟรนไชส์กับแฟรนไชส์ซีรายที่ 3 บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด หรือ “คิวเอสเอ” ในเครือไทยเบฟ ภายใต้ข้อตกลงการรับสิทธิ์เข้าบริหารร้านเคเอฟซี กว่า 240 ร้านในประเทศไทย

การเพิ่มพันธมิตรแฟรนไชส์ของ ยัม ประเทศไทย  เป็นไปตามนโยบายของบริษัทแม่ “ยัม!แบรนด์” ในการสร้างการเติบโตของธุรกิจแบบก้าวกระโดดและขับเคลื่อนความสำเร็จของแบรนด์เคเอฟซีทั่วโลก โดย ยัม ประเทศไทย ได้พิจารณาคัดเลือกแฟรนไชส์ซี จากความพร้อมและศักยภาพในการเข้าบริหารและดูแลร้านเคเอฟซีเพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์่ที่ยอดเยี่ยมผ่านสินค้าคุณภาพและบริการประทับใจ

โรเจอร์ อีตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคเอฟซี โกลบอล กล่าวว่า พันธมิตรแฟรนไชส์รายใหม่ “คิวเอสเอ”  เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่จะผลักดันให้เคเอฟซีก้าวไปข้างหน้าในฐานะแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดในประเทศไทยต่อไป

เคเอฟซี ดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 33 ปี เป็นแบรนด์ที่มีสาขาเข้าถึงลูกค้ามากที่สุดและมีลูกค้าใช้บริการถี่ที่สุด เคเอฟซีมีสัดส่วนของลูกค้าที่เข้ามาร้านเคเอฟซีสูง 49% เทียบร้านอาหารที่มีสาขาอยู่ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า โรงหนัง หรือ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ในไทย

แววคนีย์ อัสโสรัตน์กุล ผู้จัดการทั่วไป เคเอฟซีประเทศไทย กล่าวว่า  เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย แฟรนไชส์ซีรายใหม่ของเคเอฟซี  มีความมุ่งมั่นสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และด้วย “ศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง”  ทำให้มั่นใจว่าความร่วมมือกันระหว่าง ยัม ประเทศไทย และแฟรนไชส์ซี่ทั้ง3 ราย จะทำให้แบรนด์เคเอฟซีในประเทศไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา

เคเอฟซี ปรับบทบาทและกระบวนทัพเป็นศูนย์กลางการพัฒนาแบรนด์และแฟรนไชส์ (Brand Innovation Center) กุมบังเหียนวางกลยุทธ์แบรนด์ การตลาด และนวตกรรมด้านสินค้าและบริการ รวมถึงแผนการบริหารดูแลแฟรนไชส์เพื่อร่วมสร้างการเติบโตของร้านเคเอฟซี” 

ขณะที่ผู้ได้รับสิทธิ์ในการบริหารร้านหรือ “แฟรนไชส์ซี” มีภารกิจหลักเน้น “การขยายสาขา” เพื่อทำให้เคเอฟซี บรรลุเป้าหมายมีเครือข่ายกว่า 800 แห่งภายในปี 2563 จากปัจจุบันร้านเคเอฟซีเปิดบริการรวม  601 สาขา ทั่วประเทศ 

นักวิเคราะห์ในธุรกิจอาหาร ระบุว่า นับเป็นการผนึกกำลังที่แข็งแกร่ง จะเห็นว่าแฟรนไชส์ซีแต่ละรายล้วนมี “พลังทุน” เอื้อต่อการเร่งขยายเครือข่าย ทั้งกลุ่มเซ็นทรัลและไทยเบฟต่างเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และรูปแบบต่างๆ ลดข้อจำกัดในการกว้านหาทำเลรองรับการขยายธุรกิจแบบเชนสโตร์ แน่นอนว่า พลังของแฟรนไชส์ซีสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งร้านอาหารบริการด่วนในตลาดไม่น้อย  

รีแฟรนไชส์’กลยุทธ์‘aggressive growth’

กลยุทธ์รีแฟรนไชส์ (Refranchising)ในประเทศไทย อาจยังไม่เป็นที่รู้จักหรือคุ้นเคยมากนัก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเพี้ยนอยู่บ้าง ซึ่ง รีแฟรนไชส์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ และ“ไม่ใช่การขายกิจการทิ้ง”เพื่อยกสิทธิ์ให้แฟรนไชส์เจ้าใหม่ดูแลแต่อย่างใด

แต่“รีแฟรนไชส์”เป็นกลยุทธ์การทำธุรกิจอีกแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารที่ต้องการ“เปิดรับพันธมิตร”มาร่วมธุรกิจ อาจเป็นพันธมิตรรายใหม่หรือรายเดิมที่มีอยู่แล้ว เพื่อมาดูแลหรือรับผิดชอบงานด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมเป็นความรับผิดชอบของบริษัทเจ้าของธุรกิจ เพื่อเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้ร่วมกัน เช่นที่“เคเอฟซี ประเทศไทย”กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้้

ไม่ใช่แค่“เคเอฟซี”เท่านั้นที่รีแฟรนไชส์ หลายแบรนด์ระดับโลกอย่างสตาร์บัคส์ โคคา โคล่า ฯลฯ ต่างใช้กลยุทธ์นี้เพื่อให้มีaggressive growthหรือขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มมูลค่าของธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมาหลายแบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มต่างได้รับผลลัพธ์ที่ดีจากการรีแฟรนไชส์ โดยเฉพาะการกลับมา“โฟกัสความเชี่ยวชาญ”เพื่อ“นำเสนอสิ่งที่ดีกว่า”คืนสู่ผู้บริโภค

ยกตัวอย่าง โคคา โคล่า กำลังเร่งทำรีแฟรนไชส์ทั้งหมดในอเมริกาเหนือในปี 2560 เพื่อหาพันธมิตรด้านการบรรจุขวด เพื่อที่บริษัท โคคา โคล่า จะได้มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาด หลังจากที่ โคคา โคล่า ในยุโรปตะวันตก เพิ่งรีแฟรนไชส์หาพันธมิตรด้านการบรรจุขวดไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วน โคคา โคล่า แอฟริกา ได้ประกาศเพิ่มพันธมิตรด้านการบรรจุขวดเหมือนกันเมื่อปี 2557

ตัวแปรแห่งความสำเร็จของการนำกลยุทธ์นี้มาใช้ คือ ทั้งแฟรนไชส์ซอร์ (เจ้าของธุรกิจ) และแฟรนไชส์ซี่ (ผู้ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจ) จะต้องผสานการทำงานร่วมกันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือว่าWin-Winทุกฝ่าย เพราะทุกคนจะมีโฟกัสและความรับผิดชอบที่ชัดเจน มีเป้าหมายที่ต้องไปเหมือนกัน

กรณีเคเอฟซี ประเทศไทยจากเดิมที่ เจ้าของ อย่าง บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มีเพียง บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) เป็นพันธมิตรเก่าแก่ตั้งแต่แรก กระทั่งในปี 2559 ก็เริ่ม“รีแฟรนไชส์”ขยายพันธมิตร ได้ บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (RD) เข้ามาสมทบในการบริหารร้านเคเอฟซีบางส่วนของยัมฯ เมื่อต้นปี 2560 ได้ประกาศเดินหน้าสู่รูปแบบ“ธุรกิจแฟรนไชส์ 100%”ได้สรรหาพันธมิตรเข้ามาบริหารร้านเคเอฟซีส่วนที่เหลือกว่า 240 ร้าน

พันธมิตรหรือแฟรนไชส์ซี่ทุกรายมีหน้าที่บริหารร้านเคเอฟซีตามกลยุทธ์และแนวทางการตลาดที่ทางยัมฯ กำหนด แฟรนไชส์ซี่ จะเป็นผู้ขยายสาขาให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ร่วมกัน อย่างน้อย 800 สาขาทั่วประเทศ ภายในปี 2563

ขณะที่ ยัมฯ จากเดิมต้องทำงานแบบ“ซูเปอร์แมน”ทั้งขยายสาขา สร้างยอดขาย กำหนดกลยุทธ์การตลาด และบริหารแบรนด์ ในเวลาเดียวกัน จะได้มีบทบาทเป็น“แฟรนไซซอร์”เต็มตัว และเดินหน้าเต็มที่กับการเป็นผู้กุมบังเหียนด้านการเติบโตทางธุรกิจ ควบคุมกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการตลาดให้เข้มข้นขึ้น ด้วยการโฟกัสมาร์เก็ตติ้ง พัฒนาผลิตภัณฑ์บริการ และนวัตกรรม ยกระดับCustomer experienceให้ดีกว่าเดิม รักษามาตรฐานด้านการปฏิบัติงานของร้านเคเอฟซี รวมถึงสร้างและบริหารแบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้นด้วย

บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ยังเป็นเจ้าของแบรนด์เคเอฟซี และคงมีสำนักงานใหญ่ในประเทศไทยเพื่อทำเป็น“เซ็นเตอร์”ในการบริหารแบรนด์และบริหารแฟรนไชส์ทั้งหมดได้อย่างทั่วถึง

สิ่งสำคัญ การรีแฟรนไชส์นี้จะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเคเอฟซีได้ง่ายขึ้นด้วยสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ได้เข้าถึงเมนูอาหารใหม่ที่หลากหลาย ได้ประสบการณ์ดีๆ จากร้านกลับไปมากขึ้น ด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่ยกระดับกว่าเดิม ขณะที่เอกลักษณ์รสชาติและบริการกันเองสไตล์เคเอฟซีจะยังอยู่คู่ลูกค้าชาวไทย

 

 

 

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง