KCE - ถือ

9 สิงหาคม 2560 | โดย บล.บัวหลวง
1,042

ไตรมาส2/60 ต่ำกว่าคาด แต่คาดเริ่มฟื้นตัวได้ในครึ่งหลังปี 2560

กำไรปกติต่ำกว่าที่คาด

KCE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 672 ล้านบาท ลดลง 17% YoY แต่เพิ่มขึ้น 2% QoQ ต่ำกว่าที่เราคาด 5% หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 56 ล้านบาท กำไรหลักจะอยู่ที่ 616 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาดและตลาด 10% และลดลง 20% YoY (แต่ทรงตัว QoQ) กำไรหลักที่ปรับตัวลดลง YoY ส่วนใหญ่มาจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐและราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้น KCE ประกาศจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นระหว่างกาลที่ 1.10 บาท สำหรับครึ่งแรกของปี 2560 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 1% (ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 18 ส.ค. และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 ก.ย.)

ประเด็นหลักผลประกอบการ

รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2%YoY และ 4% QoQ มาอยู่ที่ 3.7 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 6% QoQ ในเทอมสกุลดอลล่าร์สหรัฐ) เนื่องจากปริมาณยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นและการรับรู้รายได้จากการขายฝากเต็มจำนวน (ยอดขายที่ยังไม่รับรู้รายได้คิดเป็น 2.6% ในไตรมาส2/59) แม้ว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น (~2.7%), ราคาขายเฉลี่ยในปี 2560 ปรับตัวลดลง (~2%) และผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ทำให้ส่งสินค้าไม่ได้(มูลค่าราว 2 ล้านเหรียญสหรัฐ)

รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจากอัตรากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตเฟส 3 ในโรงงานใหม่ แม้ว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ 2% อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง YoY โดยมีผลกระทบจากราคาแผ่นทองแดงที่ปรับตัวสูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 38% YoY และ 4% QoQ), ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการปรับราคาขายประจำปี (ที่ลดลง) แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น QoQ มาอยู่ที่ 31% (35.5% ในไตรมาส2/59 และ 30.7% ในไตรมาส1/60) อย่างไรก็ตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพที่ดีขึ้นช่วยหนุนการเติบโตของปริมาณยอดขายและลดผลกระทบจากปัจจัยลบภายนอกต่างๆ

แนวโน้ม

เราคาดกำไรหลักของ KCE จะทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อย YoY ในไตรมาส 3/60 จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น, การบริหารจัดการต้นทุนและการประหยัดขนาด น่าจะกลบผลกระทบจากราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงปรับตัวดีขึ้น QoQ ตามฤดูกาล และเรายังมองว่ายอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งหลังปี 2560 ไปจนถึง
ปี 2561 ตามทิศทางการขยายกำลังการผลิตของโรงงานเฟส 3, ราคาทองแดงที่ทรงตัว,และมาตรการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

เนื่องจากกำไรไตรมาส 2/60 ต่ำกว่าที่เราคาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2560 ลง 7% มาอยู่ที่ 2.8 พันล้านบาท และปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 มาอยู่ที่ 84 บาท บริษัทจะจัดประชุมนักวิเคราะห์ในบ่ายนี้ เราคาดว่าจะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้น

คำแนะนำ

แนวโน้มกำไรหลักระยะยาวของ KCE ยังคงแข็งแกร่ง แต่ความกังวลในเรื่องของความสามารถในการทำกำไรอาจส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในระยะสั้น ผลการดำเนินงานในระยะสั้นยังถูกดันและเผชิญกับความไม่แน่นอนของราคาแผ่นทองแดงและทิศทางค่าเงินบาท ดังนั้นเราจึงแนะนำให้นักลงทุนรอเวลาที่เหมาะสมและรอความชัดเจนมากขึ้น เรายังคงคำแนะนำ ถือ

แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: