อสังหาฯ-โรงพยาบาลชิงตลาดสูงวัย5หมื่นล้าน

08 สิงหาคม 2560 | โดย นนทศร ชัยยิ่งยง
5,077

ธุรกิจอสังหาฯ-โรงพยาบาล สบช่องไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย เล็งลงทุนโปรเจคบ้านพักเจาะกลุ่มกำลังซื้อสูง จ่อผุดโครงการทำเลกรุงเทพฯ-เมืองท่องเที่ยว "คอลลิเออร์สฯ"ประเมินตลาดที่พัก-เวลเนสมูลค่า 5 หมื่นล้าน ทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง 

กลุ่มสูงวัยถือเป็นผู้บริโภคที่มีศักยภาพด้านการจับจ่ายสูงสุดและเป็นกลุ่มที่มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปราว  11 ล้านคน สัดส่วน 17% คาดการณ์อีก 5 ปีหรือปี 2565 จะเพิ่มเป็น 13 ล้านคน สัดส่วน 20% และขยับเป็น 30% ของประชากรไทยในปี 2578

จากทิศทางดังกล่าวทำให้ภาคธุรกิจต่างหันมาพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มสูงวัย เพื่อช่วงชิงตลาดและกำลังซื้อที่ขยายตัวสูง ในอนาคต ปัจจุบันพบว่าแนวโน้มการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยและศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจร(เวลเนส) มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง จากทั้งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงพยาบาล

นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าจากการประเมินการลงทุนเฉพาะโครงการบ้านพักผู้สูงวัยในปัจจุบัน คาดตลาดมีมูลค่า 1-2 หมื่นล้านบาท ไม่นับรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศูนย์เวลเนส ที่เปิดให้บริการในโรงพยาบาล 

แต่หากรวมมูลค่ากลุ่มบริการรูปแบบเวลเนส ในลักษณะเดียวกันกับโครงการที่เครือบีดีเอ็มเอส พัฒนาบนที่ตั้งเดิมของโรงแรมปาร์คนายเลิศ จะอาจมีมูลค่าราว  4-5 หมื่นล้านบาท โดยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพขยายตัวได้อีกมาก จากปัจจัยการเข้าสู่สังคมสูงวัยและความต้องการการดูแลในกลุ่มผู้สูงวัย

ซัพพลายน้อย-รายใหญ่ชิงเค้ก

ทั้งนี้ หากประเมินงบลงทุนต่อโครงการเมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยทั่วไปในจำนวนยูนิตที่เท่ากัน มูลค่าการลงทุนที่พักผู้สูงวัยจะสูงกว่าเพราะต้องออกแบบมาตรฐานและจัดแบ่งโซนให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งต้องกำหนดมาตรฐานและคุณภาพสินค้าที่สูงขึ้น

สำหรับภาพรวมบ้านพักผู้สูงวัยยังมีขนาดตลาดไม่ใหญ่มากนัก โดยซัพพลายในตลาดยังมีจำนวนน้อย ปัจจุบันมีรายใหญ่ลงทุนพัฒนาโครงการประเภทนี้ 4-5 ราย ดังนั้นช่วง 3 ปีจากนี้คาดว่าจะมีกลุ่มทุนไทยรายอื่นๆ เดินหน้าพัฒนาโครงการบ้านพักผู้สูงวัยกันอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันผู้ประกอบการในตลาดบ้านพักสูงวัยเป็นกลุ่มทุนไทย แต่เห็นทิศทางผู้เล่นต่างชาติจะเข้ามาร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยด้านทีมบริการและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการดูแลและรักษาที่ได้รับการยอมรับจากหลายๆประเทศ

ปั้นโปรเจคพรีเมียมเมืองท่องเที่ยว

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทั้งอสังหาฯและโรงพยาบาล เข้ามาลงทุนโครงการบ้านพักผู้สูงวัยอย่างชัดเจน  ในกลุ่มอสังหาฯ ที่เปิดตัวล่าสุด คือ ความร่วมมือของ 4 พันธมิตร ประกอบด้วย 3 พันธมิตรอสังหาฯ คือ นายณ์ เอสเตท, แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ และชีวาทัย รวมถึงอีก 1 พันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง คือ ช.การช่าง ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการบ้านพักสำหรับผู้สูงวัยระดับพรีเมียมที่ภูเก็ต มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท ในคอนเซปต์ไลฟ์สไตล์ซีเนียร์ลิฟวิ่ง เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดบน

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่าตลาดบ้านพักผู้สูงวัยระดับหรูในไทยยังเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่มีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต จากปัจจัยไทยมีสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการอยู่อาศัย ค่าครองชีพไม่สูง รวมถึงบริการดูแลด้านการพยาบาลมีคุณภาพดีและราคาไม่สูง ทำให้มีผู้สูงวัยต้องการเข้ามาใช้ชีวิตหลังเกษียณในไทยค่อนข้างมาก โดยหนึ่งในจุดขายสำคัญของบ้านพักผู้สูงวัยระดับหรู คือการมีบริการดูแลด้านการพยาบาลคุณภาพสูง และมีความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์ในการดูแลด้านการพยาบาลที่ดี

ในสังคมไทยสมัยใหม่ มีคนไทยที่เป็นกลุ่มยุคเบบี้บูมเมอร์จำนวนมากเริ่มมีอายุมากขึ้นและมีฐานะทางการเงินที่ดี คนกลุ่มนี้อยู่ในช่วงที่กำลังวางแผนการใช้ชีวิตเมื่ออายุมากขึ้นเพราะไม่ต้องการเป็นภาระให้กับลูกหลาน บ้านพักผู้สูงวัยระดับหรูจึงมีโอกาสขยายตัวในอนาคตได้จากปัจจัยดังกล่าว 

ปิยะเวท’ผุดบ้านพักสูงวัยกทม.-ตจว.ปี61

ทางด้านกลุ่มโรงพยาบาลมีความเคลื่อนไหวการลงทุนทั้งการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการดูแลผู้สูงวัยเช่นกัน 

นพ.วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลปิยะเวท เปิดเผยว่าทิศทางการพัฒนาโครงการบ้านผู้สูงวัยในไทยยังมีศักยภาพขยายตัวอีกมาก สอดรับกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและต้องการการดูแลตามวัย ประเมินว่าการลงทุนโปรเจคเกี่ยวกับบ้านพักผู้สูงวัยในไทยปัจจุบัน มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1-2 หมื่นล้านบาท โดยดูจากโครงการใหม่ในตลาดมีขนาดการลงทุนสูงขึ้นต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านบาทต่อโปรเจค และคาดว่ามูลค่าการลงทุนจากนี้จะสูงขึ้นตามความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น 

สำหรับโรงพยาบาลปิยะเวทมีกลุ่มทุนจีนเข้ามาเจรจาความร่วมมือ โดยจีนสนใจเรื่องการบริการของไทยอย่างมาก ทั้งยังเห็นถึงจุดแข็งของปิยะเวทที่มีทั้งการรักษาโรคและดูแลส่งเสริมสุขภาพ(เวลเนส) ปิยะเวทมองความเป็นไปได้ในการจับมือกับพาร์ทเนอร์จีน 2 รูปแบบ คือ ร่วมทุน และการรับเป็นที่ปรึกษาและรับจ้างบริหารโปรเจคบ้านสูงวัยในจีน ทั้งนี้การเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรจีน จะได้เห็นความชัดเจนในปีหน้า

ขณะเดียวกันปิยะเวทยังอยู่ระหว่างพัฒนาโปรเจคบ้านสูงวัยทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ตามแผนงานเดิมที่วางไว้ว่าจะลงทุนในปี 2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบโปรเจค รวมถึงมองการพัฒนาโครงการในโมเดลธุรกิจหลากหลาย ซึ่งอาจลงทุนเอง 100% หรือหาพันธมิตรต่างชาติเข้ามาร่วมทุนในไทย 

โปรเจคในต่างจังหวัดคาดจะใช้งบลงทุนที่ดินขนาดกว่า 10 ไร่ มูลค่าเฉพาะที่ดิน 200-300 ล้านบาท ส่วนโปรเจคที่จะพัฒนาในกรุงเทพฯ จะพัฒนาโครงการในที่ดินที่เหลือบริเวณโรงพยาบาลบางปะกอก 1 และโรงพยาบาลบางปะกอก 9 

ทั้งนี้ ช่วงกลางปีที่ผ่านมา นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ตั้งบริษัท พรีเมียร์ โฮม เฮลท์ แคร์ จำกัด มาพัฒนาโครงการ“จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาท์ตี้”มูลค่าโครงการกว่า 1 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่ขนาด 140 ไร่ บริเวณรังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

โครงการนี้แบ่งการพัฒนาเป็น 3 เฟส เฟสแรกใช้งบลงทุนแล้ว 4,400 ล้านบาท เฟส 2 ลงทุน 4,000 ล้านบาท และที่เหลือ 1,600 ล้านบาทใช้สำหรับการพัฒนาในเฟสสุดท้าย โครงการพัฒนาในรูปแบบรวมอาคารที่อยู่อาศัยโลว์ไรส์ มีสวนพักผ่อนส่วนกลาง คลินิกบริการ อาคารโรงพยาบาล 400 เตียง และอาคารพักฟื้นรองรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด รวมทั้งชอปปิงมอลล์ เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบีขึ้นไป ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 3.6 ล้านบาท เน้นลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก 80%

แชร์ข่าว :
Tags: