‘ฟิลเลอร์’ ต้องมือหมอเท่านั้น

5 สิงหาคม 2560 | โดย บุษกร ภู่แส
6,328

ฉีดฟิลเลอร์ ก็แค่ฉีดยาไม่ใช่เรื่องที่ต้องระมัดระวัง ...ความคิดง่ายๆ นี้ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เพราะส่วนใหญ่ผู้ให้บริการ “ไม่ใช่” แพทย์ แต่ลักลอบฉีด ซึ่งค่าบริการจะถูกมากกว่าการมาฉีดกับแพทย์เป็นเท่าตัว

ไม่ใช่ครั้งแรกในรอบปีที่สมาคมแพทย์ผิวหนังฯ ออกโรงเตือนถึงอันตรายจากการฉีดสารฟิลเลอร์โดยหมอเถื่อนหรือหมอกระเป๋า เพียงเพราะเห็นว่ามีราคาถูกในหลักพันต้นๆ หนุ่มสาวอีกมากก็ยังดื้อและยอมเสี่ยงชีวิตให้กับค่าบริการราคาถูก ระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา บรรดาสาวเล็กสาวใหญ่เมืองไทยคงคุ้นหูกับคำว่า “ฟิลเลอร์" ตัวช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ขณะเดียวกันก็มีข่าวอยู่บ่อยๆ ถึงการเสียชีวิตจากการฉีดฟิลเลอร์กับหมอเถื่อน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายคนอาจมองว่า แค่ฉีดยาไม่ใช่เรื่องที่ต้องระมัดระวังในการเลือกใช้บริการ ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เพราะส่วนใหญ่ผู้ให้บริการ “ไม่ใช่” แพทย์ แต่ลักลอบฉีด ซึ่งค่าบริการจะถูกมากกว่าการมาฉีดกับแพทย์เป็นเท่าตัว เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้สารฟิลเลอร์ปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการรับรองจาก อย.หรือซิลิโคนเหลวแทนสารฟิลเลอร์ โดยโฆษณาผ่านเว็บไซต์ ทำให้เกิดผลเสียต่อผู้ใช้บริการ

พญ.มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความเสี่ยงจากการใช้บริการโดยหมอกระเป๋าหรือผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ คือ การฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่งโดยฉีดเข้าไปในตำแหน่งที่สุ่มเสี่ยงบริเวณจมูก กลางหน้าผาก แก้ม แล้วสารฟิลเลอร์เข้าไปในกระแสเลือด อาจทำให้เส้นเลือดแตก เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตันเป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ได้ ทั้งยังเสี่ยงตาบอดหลังการ เหตุจากฟิลเลอร์อุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา หรือทำให้เนื้อตายเพราะผิวหนังขาดเลือดได้ด้วย

ผู้ที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ควรคำนึงถึงปัจจัยสำคัญหลายอย่าง
1. สารที่ฉีดต้องปลอดภัยและแน่ใจว่าเป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ซึ่งเป็นฟิลเลอร์แบบชั่วคราว มีอายุใช้งานประมาณ 4-12 เดือน แต่มีความปลอดภัยสูง สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ โอกาสที่เกิดอาการแพ้ต่ำกว่าฟิลเลอร์แบบแบบกึ่งถาวรซึ่งมีอายุใช้งานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง นิยมใช้ในอเมริกาและยุโรป แต่ยังไม่ได้รับการและรับรองจาก อย. ขณะที่ฟิลเลอร์แบบถาวร เช่น ซิลิโคน หรือพาราฟิน หลังฉีดแล้วจะอยู่ในผิวตลอดไป ไม่สลายตามธรรมชาติ มักพบผลข้างเคียงหรืออาการแทรกซ้อนในระยะยาว
2. ผู้ฉีดต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รู้เทคนิคการฉีดที่ถูกต้องเหมาะสม สามารถวิเคราะห์ปริมาณยาและตำแหน่งที่ฉีดได้แม่นยำ เพราะเมื่อฉีดสารเข้าไปแต่ละครั้งมีโอกาสเสี่ยงที่จะถูกเส้นเลือดหรือบริเวณอื่นที่ไม่ต้องการ ทำให้เกิดอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิต และต้องฉีดในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ทำให้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ จึงไม่ควรใช้บริการหมอกระเป๋า ที่หิ้วไปฉีดให้ตามบ้าน คอนโดหรือที่จอดรถ
3. ระดับราคาค่าบริการในการฉีดฟิลเลอร์ไม่ควรต่ำกว่า 6,000 บาทตามมาตรฐานโรงเรียนแพทย์ในการใช้ฟิลเลอร์แท้ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
4. ผู้ที่จะฉีดฟิลเลอร์ สภาพร่างกายต้องพร้อม บริเวณที่ทำการฉีดไม่มีอักเสบไม่เป็นคนเลือดออกง่าย หรือมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้รุนแรงจนช็อกหรือกำลังตั้งครรภ์อยู่ เพราะคนที่มีสภาพร่างกายอย่างที่กล่าวมาแล้วมีโอกาสเสี่ยงสูงไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

คุณหมอ แนะนำว่า คนที่เป็นโรคกลัวเข็มแต่อยากสวยตามธรรมชาติ สามารถใช้หลักการง่ายๆ เพียงแค่ดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น หมั่นออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่บุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสม่ำเสมอ ก็ไม่จำเป็นต้องไปฉีดฟิลเลอร์ให้เสียเงินและเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดขึ้น

แชร์ข่าว :
Tags: