ใจมันเพลีย...ไปรัสเซียดีกว่า

22 กรกฎาคม 2560 | โดย วิภาวี เธียรลีลา
10,951

ภายใต้ความเคร่งขรึมของผู้คน ท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็นยะเยือกในหน้าหนาว รัสเซียเต็มไปด้วยความลึกลับชวนหลงใหล จนอยากกลับไปสัมผัสครั้งแล้วครั้งเล่า

 เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์และเรื่องราวเบื้องหลังสถาปัตยกรรมที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็น อาจเป็นเรื่องน่าเบื่อเกินไปสำหรับบางคน อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้เพื่อรู้จักและทำความเข้าใจผู้อื่น เกิดขึ้นได้ไม่ยากผ่านบทสนทนาสั้นๆ หรือแม้กระทั่งจากการสังเกตวิถีชีวิตของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา

-1-

ภาพบรรยากาศยามค่ำคืนวันนั้นยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ แสงไฟสีเหลืองส้มจากสปอตท์ไลท์ ส่องกระทบให้เห็นหิมะที่กำลังตกโปรยปราย หลายคนหลงเสน่ห์หิมะในโมเม้นนี้

“The pouring snow is very beautiful tonight.” (ละอองหิมะคืนนี้สวยมาก) พนักงานขับรถชาวรัสเซียเอ่ยขึ้นขณะกำลังมุ่งหน้าไปส่งฉันยังที่พัก ไม่แน่ใจว่าเขาพูดกับฉันหรือเปล่า แต่ก็น่าจะใช่ บอกตามตรง...ฉันแยกความสวยของหิมะที่ตกลงมาไม่ออก เพราะในชีวิตก็ไม่ได้มีโอกาสสัมผัสหิมะบ่อยเท่ากับคนที่นี่ อีกทั้ง ณ เวลานั้นฉันกำลังแปลกใจอยู่กับอัธยาศัยที่ดีและเสียงที่นุ่มนวลของเจ้าของน้ำเสียงนั้น

“Yes!” ฉันตอบคล้อยตามไป เพราะปฏิเสธไม่ได้ถึงความสง่างามและความมีพลังของประติมากรรมและสถาปัตยกรรมบาโรกที่ผ่านสายตาไปตลอดสองข้างทาง เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กคืนนั้นดึกเสียจนแทบไม่เห็นวี่แววผู้คน เป็นบรรยากาศที่แลดูลึกลับน่าค้นหา และมีมนต์ขลังชวนหลงใหล จนทำให้รู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ณ ขณะนั้นใจของฉันเต้นแรง ความร้อนแผ่ซ่านและรู้สึกปั่นป่วนในท้องจนบอกไม่ถูก

-2-

เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นเมืองใหญ่ลำดับที่ 2 ของรัสเซียรองจากมอสโคว มหาวิหารคาซาน (Kazan Cathedral) เป็นจุดหมายปลายทางแรกในวันรุ่งขึ้น เดิมทีพระเจ้าปีเตอร์มหาราชมีพระประสงค์ให้สร้างขึ้นเป็นโบสถ์เล็กๆ ต่อมาหลังพระเจ้าปอลที่ 1 เสด็จกลับจากประพาสกรุงโรม อิตาลี พระองค์ประทับใจในความมั่งคงแข็งแกร่งของสถาปัตยกรรมที่สง่างามของอิตาลี จึงรับสั่งให้สร้างวิหารคาซานใหม่ ด้วยสถาปัตยกรรมแบบนิโอคลาสสิคในลักษณะครึ่งวงกลมที่มีเสาหินวางเรียงเป็นแถวยาวเป็นระเบียบอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ภายในวิหารเป็นที่ตั้งของพระแม่มาเรียอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนรูปปั้นด้านหน้าวิหาร สร้างเป็นเกียรติแก่ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพเรือ Mikhail Kutuzov และ Barclay de Tolly ภายหลังสงครามระหว่างรัสเซียกับฝรั่งเศสปี 1812 โดยศพของนายพล Kutuzov ถูกฝังไว้ในวิหารแห่งนี้

จากมหาวิหารคาซาน เดินข้ามถนน Nevsky มาอีกฝาก จะเห็นสีสันของ โบสถ์หยดเลือด (Church of the Savior on Spilled Blood) สะดุดตาอยู่ไม่ไกล โบสถ์แห่งนี้สร้างแล้วเสร็จในปี 1907 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียดั้งเดิม พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ประสงค์ให้สร้างโบสถ์นี้ขึ้น เพื่อระลึกถึงพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 พระบิดา ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ปลดปล่อยชาวนาแห่งยุคสมัยนั้น พระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ตรงบริเวณดังกล่าวในปี 1881 นอกจากนี้ยังมี มหาวิหารนักบุญไอแซค (Saint Isaac’s Cathedral) ของศาสนจักรออร์โธดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นมหาวิหารคริสต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ชื่อมหาวิหารมาจากชื่อนักบุญไอแซคแห่งดัลเมเชีย ท่านนี้เป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราชที่มีพระราชอำนาจมากยุคหนึ่งแห่งรัสเซีย ยอดโดมมหาวิหารฉาบด้วยทองคำแท้ 100 กิโลกรัม ภายในมีทั้งภาพแกะสลักนูนต่ำ รูปแกะสลักหินอ่อน และรูปหล่อสำริดอื่นๆ แสดงให้เห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์แต่ละยุคสมัยที่น่าจะถูกใจนักสำรวจ ที่นี่มีบันได 262 ขั้น เชื่อมขึ้นไปยังยอดโดม เพื่อชมวิวจากมุมสูงบนหอคอยได้

The State Hermitage Museum เป็นไฮไลท์ที่ฉันตั้งตารอคอย หลังพลาดโอกาสไปเมื่อ 7 ปีก่อนเพราะอดทนรอต่อแถวในหน้าร้อนไม่ไหว แต่สำหรับหน้าหนาวครั้งนี้ใช้เวลายืนรอตรงประตูทางเข้าเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น คนไทยรู้จักที่นี่ในนาม “พระราชวังฤดูหนาว” ซึ่งก็ไม่ผิด เพราะพระราชวังฤดูหนาวหรือ Winter Palace เป็นส่วนหนึ่งของอาคารหลัก 4 อาคารที่เปิดให้เข้าชมผลงานทางศิลปะและวัฒนธรรมจากทั่วโลก ภายในห้องจัดแสดงกว่า 120 ห้อง พระราชินีแคทเธอรีนเป็นผู้สั่งให้สร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นในปี 1754 และเป็นผู้สะสมผลงานทั้งหมดกว่า 3 ล้านชิ้นเพื่อแสดงถึงรสนิยมและความมั่งคั่งของราชวัง

พาเลซสแคว์ (Palace Square) ลานกว้างด้านหน้า The State Hermitage Museum เป็นที่ตั้งของ เสาอเล็กซานเดอร์ (Alexander Column) ที่สร้างถวายพระเกียรติแก่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 หลังชนะสงครามเหนือนโปเลียนแห่งฝรั่งเศส ว่ากันว่าเป็นอนุสาวรีย์หินเกรนิตแท่งเดี่ยวที่สูงที่สุดในโลก

-3-

เป็นเรื่องยากที่จะทำใจลาจาก รถไฟ Nevsky Express พาฉันเดินทางฝ่าความหนาวจาก สถานีรถไฟ Moscow กรุงเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ผ่านบ้านเรือนและวิวทิวทัศน์ชนบทสีขาวสองข้างทาง สะท้อนตัดกับแสงพระอาทิตย์สีทองที่กำลังลาลับขอบฟ้า ฉันนั่งมองออกไปนอกหน้าตา พลางนึกถึงคำพูดของเพื่อนศิลปินชาวฝรั่งเศสที่เคยบอกว่า รถไฟ Nevsky Express และเส้นทางระหว่างเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กกับมอสโควมีความโรแมนติกพิเศษซ่อนเร้นอยู่ ความโรแมนติกที่ไม่ใช่แบบคู่รักแต่กลับเป็นความรู้สึกที่ทำให้หวนนึกถึงความทรงจำที่ดีในอดีต เป็นความคิดถึงที่อาจทำให้รู้สึกใจหายและอบอุ่นใจได้ในเวลาเดียวกัน

เมื่อเอ่ยถึงมอสโคว จตุรัสแดง หรือ Red Square หลักกิโลเมตรที่ศูนย์ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ บริเวณจตุรัสรายล้อมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญกว่าครึ่งหนึ่งที่นักเดินทางต้องไปเยือน ไม่ว่าจะเป็น Kremlin, St. Basil Cathedral, Statue of Minin and Pozharsky, Kazan Cathedral Moscow (ชื่อซ้ำกับที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก), Lenin Mausoleum, Resurrection Gate and the Iberian Chapel และห้าง GUM

พระราชวังเครมลิน Kremlin เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของรัสเซียเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นทั้งสถานที่ราชการและสถานที่รวบรวมสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรบรรจงไว้มากมาย ทั้ง ปืนใหญ่ของพระเจ้าซาร์(Tsar Cannon) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1586 เป็นปืนใหญ่หนัก 40 ตันที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ยังไม่เคยใช้งานมาก่อน รวมถึง ระฆังพระเจ้าซาร์ (The Tsar Bell) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกเช่นกัน กล่าวได้ว่า สิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ต่างๆ ที่เห็นในรัสเซียเป็นตัวแทนความยิ่งใหญ่ซึ่งผู้มีอำนาจหรือกษัตริย์จำเป็นต้องแสดงบารมีของตนเองเพื่อข่มขวัญประเทศอื่นๆ และปกป้องอาณาเขตของตนเอง

ภายในรั้ว Kremlin ยังเป็นที่ตั้งของ Cathedral of the Annunciation, Cathedral of St.Michel the Archange และ Cathedral of The Dormition หรือโบสถ์อัสสัมชัน แม้สีสันภายนอกจะไม่ฉูดฉาด แต่จิตรกรรมและประติมากรรมภายในของแต่ละสถานที่ล้วนเต็มไปด้วยความประณีตและบรรจงที่ควรค่าแก่การเข้าไปเยี่ยมชมอย่างยิ่ง

-4-

แดดออกในหน้าหนาวไม่ได้ทำให้อุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเมื่อต้องปะทะกับกระแสลมที่กระทบใบหน้าอย่างไม่ปราณี การเดินชื่นชมความสวยงามท่ามกลางอุณหภูมิติดลบแบบนี้จึงต้องใช้ความอดทนอยู่ไม่น้อย จากประตูด้านข้าง Kremlin เมื่อเดินออกมาจะพบกับ มหาวิหารเซนต์บาซิลหรือโบสถ์หัวหอม (St.Basil’s Cathedral) ที่เรียกกันจนติดปาก ด้านหน้าเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์นักรบผู้กล้า คอสมา มินินและเจ้าชายดมิทริ ผู้นำกองทัพรัสเซียต่อต้านพวกโปล เมื่อปีค.ศ.1612

 วิหารแห่งนี้เป็นอาคาร 8 เหลี่ยม มี 9 โดม ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด เล่ากันว่าครั้งหนึ่งพระเจ้าซาร์อีวานที่ 4 ผู้ครองอำนาจในขณะนั้นมีคำสั่งให้ควักลูกตานักออกแบบโบสถ์ออกทั้ง 2 ข้างหลังสร้างโบสถ์สำเร็จ เนื่องจากไม่ต้องการให้นักออกแบบออกไปสร้างสิ่งก่อสร้างที่สวยงามได้อีก นี่คงเป็นหนึ่งในที่มาของความโหดแบบรัสเซียที่ร่ำลือกัน

นอกจากสถานที่สำคัญย่าน Red Square ฉันประทับใจ มหาวิหารเซนต์ซาเวียร์ (Cathedral of Christ the Saviour) มากเป็นพิเศษ เซนต์ซาเวียเป็นโบสถ์ Orthdox โดมทองที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมอสโคว ภายนอกว่าสง่างามน่าเกรงขามแล้ว บรรยากาศภายในยิ่งขลังและทรงพลังมาก

ความเป็นระเบียบ ความสง่างามและความเคร่งขรึมของสถาปัตยกรรมต่างๆ ในรัสเซีย ประกอบขึ้นจากเรื่องราวของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในอดีต แฝงไว้ด้วยความอ่อนละมุนผ่านงานศิลปะและผู้คนที่เป็นมิตรเมื่อได้เอ่ยปากเริ่มบทสนทนา ความหนาวและภาษาแม้จะเป็นอุปสรรค แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของประเทศนี้ลดน้อยลงไปเลยจริงๆ

มารัสเซียคราวนี้ เหมือนได้มาทำความรู้จักใครสักคนหนึ่ง ใครสักคนที่หลายครั้งถูกมองข้ามไป ใครสักคนที่เมื่อได้พบ ได้พูดคุย ได้ทำความรู้จัก กลับทำให้เราสนใจในตัวเขาได้อย่างประหลาด ความรู้สึกแบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่า “ตกหลุมรัก”

...จนกว่าจะได้พบกันอีก!!

@@@@@@@@@

Tip การเดินทาง

จากประเทศไทยมีไฟลท์บินตรงไปมอสโควโดยการบินไทย Thai Airways และ Aeroflot สัญชาติรัสเซีย ยังไม่มีไฟลท์บินตรงไปยังเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก การเดินทางด้วยสายการบินภายในประเทศและรถไฟความเร็วสูงจึงเป็นวิธีที่สะดวกสำหรับการเดินทางไปมาระหว่าง 2 เมืองดังกล่าว

รถไฟความเร็วสูงจากเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์กไปมอสโควมี 2 แบบ แบบแรก เรียกว่า Sapsan และแบบที่สอง เรียกว่า Nevsky Express ทั้งสองมีปลายทางเดียวกันที่สถานี Leningradskaya (เลนินกราดสกายา) หรือ Leningradsky (เลนินกราดสกี้) ในกรุงมอสโคว และ สถานี Moscow หรือ Moskovskaya (มัสโคฟสกายา) หรือ Moskovsky (มอสคอฟสกี้) ที่ตั้งอยู่ใกล้ห้าง Galeria ในกรุงเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก (ย้ำอีกครั้ง...ชื่อสถานีรถไฟ Moscow ในกรุงเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก)

รถไฟทั้ง 2 แบบ ใช้เวลาวิ่งใกล้เคียงกันประมาณ 4 ชั่วโมง Nevsky Express อาจวิ่งช้ากว่าประมาณ 15 – 20 นาทีเท่านั้น ความแตกต่างระหว่างรถไฟ Sapsan กับ Nevsky Express อยู่ที่ Sapsan เป็นรถไฟรุ่นใหม่หัวกระสุน ส่วนขบวนรถไฟของ Nevsky Express เป็นรถไฟรุ่นเก่าคล้ายรถไฟไทยที่นำมาพัฒนาจนมีความเร็วสูง ราคาตั๋วรถไฟ Sapsan แพงกว่า Nevsky Express เกินครึ่ง ในหนึ่งวันจะมี Nevsky Express ให้บริการเพียงเที่ยวเดียวเท่านั้น ส่วน Sapsan มีให้บริการหลายเที่ยวในหนึ่งชั่วโมง เลือกจองตั๋วตามชอบใจได้ที่http://pass.rzd.ru

 

 

 

 

  • 1/5
  • 2/5
  • 3/5
  • 4/5
  • 5/5
แชร์ข่าว :
Tags: