ชำแหละ3ปมร้อน-5มูลเหตุ ถอดรหัสเหตุระเบิดรพ.พระมงกุฎฯ

23 พฤษภาคม 2560 | โดย อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น
27,513

จับประเด็นร้อน! เจาะ3ปมร้อน-5มูลเหตุ ถอดรหัสเหตุระเบิดรพ.พระมงกุฎฯ

การระเบิด “โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า” เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา แม้โดยมากจะมองว่าการกระทำครั้งนี้มีแต่เสียกับเสีย เพราะกระทำต่อผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะกับเป้าหมายที่ละเอียดอ่อนอย่างโรงพยาบาล

แต่เอาเข้าจริงแล้วสำหรับผู้ก่อเหตุย่อมเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับ!?

คำกล่าวที่ว่า “หากจะดูว่าใครก่อเหตุ ต้องดูว่าใครได้ประโยชน์จากเหตุนั้น” ยังใช้ได้อยู่เสมอในการสืบเสาะหาตัวผู้กระทำการต่างๆ เพราะผลประโยชน์ที่จะได้ย่อมถือเป็นแรงจูงใจ และเป็นมูลเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น

การระเบิดครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ขณะนี้ฝุ่นควันยังตลบไม่ทันจาง เพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ หลักฐานที่ได้ก็ยังไม่ครบ การฟันธงว่ากลุ่มใดเป็นคนทำก็เป็นเรื่องยาก

แต่สิ่งที่เราสรุปได้ในตอนนี้คือ 1.การกระทำเป็นการก่อเหตุในวันที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญคือ วันครบรอบ 3 ปี ของการยึดอำนาจ คสช.
2.สถานที่เกิดเหตุ ก็ส่อให้เห็นถึงนัยยะสำคัญเช่นกันคือ เกิดที่โรงพยาบาลทหารอย่าง โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ และเกิดด้านหน้าห้องที่ชื่อว่าห้อง “วงษ์สุวรรณ” ห้องซึ่งนามพ้องกับนามสกุลของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หนึ่งใน “3 ป.” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค
และ 3.ระเบิดที่เกิดมีความคล้ายคลึงกับเหตุที่เกิดก่อนหน้าทั้งที่ หน้ากองสลาก และ โรงละครแห่งชาติ กล่าวคือ เป็น “ไปป์บอมบ์” และมี “ลายเซ็น” การต่อวงจรที่คล้ายกัน ทำให้ถึงขนาดที่ ผบ.ทบ. ยืนยันว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

แน่นอนว่าทั้งวันเวลา สถานที่ และรูปแบบของระเบิด ทำให้มองเป็นประเด็นอย่างอื่นยากนอกจากว่า เป็นความพยายามที่เกี่ยวพันกับการเมือง แต่ผลทางการเมืองแบบไหนเล่า ที่ผู้ก่อเหตุต้องการ

เราลองมาถอดรหัสจากผลที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเสียงระเบิด ซึ่งอาจจะทำให้มองเห็นตัวคนได้ประโยชน์และคนก่อเหตุแบบรางๆ

1. การแสดงให้เห้นถึงศักยภาพ และการไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล และเลยเถิดไปถึงการประกาศตัวอยู่ตรงข้ามรัฐบาล โดยอาจจะมีคนบางกลุ่มฮึกเหิมจากปฏิบัติการครั้งนี้
แน่นอนว่ากลุ่มฮาร์ดคอร์บางคน ถึงกับปรบมือโห่ร้องแสดงความยินดี หลายคนหวังว่านี่จะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการต่อต้านรัฐบาลอย่างจริงจัง หลังจากที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลมาเป็นเวลานาน ซ้ำยังถูกกำราบปราบปราบปรามอย่างหนักหน่วงตลอดมา

2.การกวาดล้างกลุ่มหัวรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ถูกกล่าวหาว่ามีความคิดอันเป็นอันตรายต่อสถาบัน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งสองเหตุก็ถูกจัดกลุ่มให้น่าเชื่อว่าเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ ประกอบกับสัญญาณจากรัฐบาลที่เอาจริงกับคนกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น ทางในโลกจริงและโลกออนไลน์
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจากนี้อาจจะมีการจัดการกับคนกลุ่มนี้อย่างรวดเร็วและรุนแรง และอาจเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ โดยอาศัยมูลเหตุจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นปัจจัยสำคัญ

3.ผลอีกด้านที่ตามมาคือ มีคนบางกลุ่ม แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ประเทศแม้จะดูเหมือนสงบ แต่ก็ยังมีความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้น และที่สำคัญยังไม่สงบจนกระทบกับความมั่นคงมากขึ้น จึงสมควรที่จะให้รัฐบาลอยู่ต่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่เป็นช่วงขาลงของรัฐบาลและนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งแม้จะยังอีกยาวไกลก็ตามที บอกได้ว่าเสียงเรียกร้องให้ “ลุงตู่อยู่ต่อ” เริ่มดังมากขึ้น

4. การประกาศศักดาของขบวนการก่อเหตุทางภาคใต้ ไม่สามารถตัดทิ้งได้ เพราะที่ผ่านมามีการก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่องชนิดเป็นซีรีส์ ทั้งเหตุการณ์ยิงรถนักเรียนที่ อ.รือเสาะ หรือ การระเบิดบิ๊กซีปัตตานี แต่หากตัดสินจากผลที่จะได้และแรงจูงใจ เรื่องนี้อาจเป็นไปได้ยาก เพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ก่อเหตุอันที่ไม่เชื่อมโยงต่อการแสดงให้เห็นเจตนาของกลุ่มก่อการ หรือรูปแบบของระเบิดที่ยังมีความต่าง

5.การลดความน่าเชื่อถือของใครบางคนไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการคุมกำลัง หรือการดูแลรักษาความปลอดภัย เหตุที่เกิดขึ้นนี้แน่นอนว่าคำถามย่อมต้องพุ่งเป้าไปที่ผู้มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย โดยเฉพาะคำถามทีเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำงาน จึงไม่เปลกที่หากหลังจากนี้จะมีการปรับ หรือเปลี่ยนตัวผู้มีหน้าที่ เพราะการเกิดเหตุเช่นนี้ย่อมทำให้ถูกมองว่าจุดแข็งของ คสช. เรื่องการดูแลความมั่นคงได้ัรับผลกระทบโดยตรง ซึ่งข้อสันนิษฐานนี้อาจมองได้ไปถึงความขัดแย้งในกลุ่มขั้วอำนาจ

ไม่ว่าจะเป็นไปในทางใด ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ชัดว่าใครเป็นคนทำ เพราะการฟันธงในช่วงฝุ่นตลบก็เหมือนกับการงมหาของทั้งๆที่ปิดตา แต่หากรอให้ฝุ่นที่ตลบอยู่จางลงเสียก่อนเราก็จะเห็นอะไรได้ชัดขึ้น หลายอย่างที่ว่าแน่ๆ อาจเป็นเพียงเรื่อง “ลับ ลวง พราง” การดึงประเด็น การชี้เป้า อาจเป็นเพียงยุทธวิธีหนึ่ง

แต่ผลที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่ว่าจะสั้นหรือยาว จะเป็นสิ่งบ่งชี้ว่า “ใคร” เป็นผู้กระทำได้ชัดเจนที่สุด หรือสิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้เกิดแต่เรื่องเดียวหากเป็นการจับมือกันของหลายเหตุผลและหลายแรงจูงใจ ก็เป็นได้เป็นการจับมือกันของหลายเหตุผลและหลายแรงจูงใจก็เป็นได้!?

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง