FINE คอนเน็คชั่น&การต่อยอดธุรกิจ

17 พฤษภาคม 2560 | โดย วันเพ็ญ แก้วสกุล
5,326

FINE (Future Innovative Entrepreneurs)คอร์สเรียนที่พัฒนาขึ้นจากมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มองเห็น “โอกาส” จากโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

โดยมองว่า “ไอเดีย” ที่ดีจะเป็นหัวเชื้อของการต่อไปสู่สิ่งใหม่ๆได้ไม่ยาก จึงเป็นที่มาของการรวมตัวกันของ 3 ผู้ก่อตั้งร่วม ได้แก่ วศิน วินิชบุตร

ดูแลฝ่ายบริหารส่วนพัฒนาธุรกิจ, ธนดล จันทรลาวัณย์ ฝ่ายบริหารส่วนปฏิบัติการและการขาย และปณิธิ อินทราวุธ ฝ่ายบริหารแบรนด์และการตลาด ดำเนินงานภายใต้ชื่อ บริษัท ไวซ์ เมน กรุ๊ป จำกัด (Wise Men Group Co., Ltd.) หรือ WMG เพื่อดำเนินธุรกิจ ด้านสตาร์ทอัพ สำหรับ สตาร์ทอัพ (Start Up for Start Up) ให้บริการจัดอบรมสัมมนาด้านสตาร์ทอัพ เมื่อกันยายน 2558

   วศิน วินิชบุตร นำประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาธุรกิจจากธนาคารมากว่า 10 ปี ทำให้เห็นมุมมองว่าธุรกิจสมัยใหม่จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยปัจจัยอะไรบ้าง ขณะที่  ธนดล จันทรลาวัณย์ ใช้ความเชี่ยวชาญจากงานด้านแบรนดิ้ง และการตลาดจากเอเยนซียักษ์ใหญ่  ร่วมด้วยผู้บริหารอีกรายก็คือ ปณิธิ อินทราวุธ 

“จากที่นั่งคุยกันก็พบว่าเราสนใจด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาไอเดียใหม่ๆให้กับธุรกิจจนเริ่มพัฒนามาเป็นคอร์สชื่อว่า FINE ที่เน้นในเรื่องของการพัฒนาวิธีคิดในการทำธุรกิจใหม่ๆ” วศิน วินิชบุตร กล่าว 

    FINE เป็นหลักสูตรที่เน้นเนื้อหาเพื่อจุดไฟการทำธุรกิจให้กับกลุ่มนิวเจน ทั้งระดับบุคคล และ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นองค์กรโดยมีเครือข่ายคอนเน็คชั่นเข้ามาเป็นอีกจิ๊กซอว์ตัวสำคัญ

“วางตัวเป็น Co-Community และ Hub ของผู้ประกอบการยุคใหม่” วศิน กล่าว

    หลักสูตรนี้จะใช้เวลาด้วยกัน 3 เดือน มีการเรียน 12 ครั้ง โดยใช้เวลาเฉพาะวันเสาร์ ในแต่ละสัปดาห์ก็จะสอนไปทีละจุดโดยมุ่งเน้นในด้านการผลิตไอเดียธุรกิจใหม่ๆ และวิธีการคิดที่แตกต่าง 

    "ช่วงเช้าจะเป็นการเรียนเนื้อหา การให้ความรู้ ส่วนภาคบ่ายเน้นที่เวิร์คชอป โดยผู้เรียนจะนำเสนอไอเดีย และบิสิเนส โมเดล ที่พัฒนาขึ้นให้กับผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจมาฟังเพื่อที่จะชี้แนะว่าไอเดียนั้นควรพัฒนาต่อ หรือ กลับไปคิดกันใหม่

ซึ่งในแต่ละสัปดาห์ผู้เรียนจะผลกลับมาว่าอะไรเวิร์ค และไม่เวิร์ค"

นอกจากการได้มาซึ่งไอเดียแล้ว อีกจุดเด่นของ FINE ก็คือ การผสมผสานระหว่างวิทยากรรับเชิญทั้งที่ประสบความเร็จในการทำสตาร์ทอัพแล้วยังเป็น หรือ ผู้ที่พลิกฟืนธุรกิจจากติดลบให้เป็นบวกได้ โดยจะมีการผนวกเข้ากับเวิร์คชอปในหัวข้อต่างๆที่ต้องเรียน

รวมทั้งการติดอาวุธทางเทคนิคอื่นๆ อาทิ การสร้างแบรนด์  การบริหารคอนเทนต์ของแบรนด์การตลาดยุคใหม่ การสร้างนวัตกรรมเชิงผลิตภัณฑ์ความรู้ด้านกฏหมายตลอดจนการนำเสนอแผนธุรกิจให้กับนักลงทุนหรือ Pitching เป็นต้น

อีกปัจจัยสำคัญก็คือ “คอนเน็คชั่น”

ด้วยกระบวนการคัดเลือกผู้ที่เข้าเรียนจำนวน 50 คนต่อรุ่น ซึ่งวันนี้ดำเนินการเป็นรุ่นที่ 4 ทำให้การจัดส่วนผสมของผู้ที่เข้ามาเรียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นทายาทเจ้าของกิจการ และอีกส่วนเป็นผู้ที่ทำงานในแวดวงการเงินและธนาคาร 

ในส่วนของ วิทยากรที่มาถ่ายทอดก็มีส่วนสำคัญ ธนดล บอก เนื่องจากยุคนี้ต้องตามกระแสเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆให้ทันถึงจะอยู่รอดได้ เพราะทุกอย่างจะหมุนเร็วมาก วิทยากรที่เราเชิญมาจะต้องพร้อมที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้และการรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบต่างๆได้อย่างน่าสนใจและสร้างสรรค์ มีแนวคิดทันสมัย และสร้างบรรยากาศในการเข้าถึงกับผู้เรียนได้เป็นอย่างดี

 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตัวทั้งการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ทักษะทางธุรกิจ และ ความสัมพันธ์

หลังผ่านเส้นทางมาแล้ว 2 ปี ผู้บริหาร WMG มองถึงเส้นทางโตไว้ใน 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ หนึ่ง การขยานเน็ตเวิร์คเน็ตเวิร์คไปในประเทศแถบอาเซียน และภูมิภาคอื่น

และสอง การจัดตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพ  

หลังผ่านไป 2 ปี บริษัทไวซ์เมนกรุ๊ปจำกัด(Wise Men Group Co., Ltd.) กับการสร้างคอร์สสำหรับนักธุรกิจสตาร์ทอัพ (Star Up) ในชื่อ FINE หรือ Future Innovative Entrepreneurs  โดยมีไวตาบูสท์ (Vitaboost) คลินิกโปรแกรมตรวจสุขภาพส่วนตัว เป็นหนึ่งในผลผลิตจากคอร์สดังกล่าว 

นอกจากนี้ สำหรับแผนงานในอนาคต ปณิธิ  อินทราวุธ เปิดเผยว่า บริษัทมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่มีความต้องการ โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านภาษาที่จะสร้างความได้เปรียบในการทำธุรกิจ ไวซ์เมนกรุ๊ป จึงได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ ภายใต้ชื่อ IT Edutainment Co., Ltd. เพื่อรองรับการเปิดบริการสอนภาษา

โดยอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อซื้อไลเซ้นท์ (License) จาก ประเทศฮ่องกง โดยการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษ ภายใต้ ไลเซ็นท์“English Galaxy” จะแตกต่างจากตลาดในประเทศไทยโดยนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องช่วยสอน จะช่วยให้เกิดการจดจำที่ดีและมีบรรยากาศที่สนุกสนานในการเรียน

โดยการเรียนการสอนนี้ จะเน้นเด็กตั้งแต่วัย 3 ปี ถึง 12 ปี ตั้งเป้าใช้เงินลงทุนสาขาละ 20 ล้านบาท และมีแผนเปิดสาขาแรก ณ เซ็นทรัล บางนา โดยเริ่มเปิดรับสมัครและเปิดทำการสอนได้ภายในเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายเปิดให้ครบ 10 สาขา ภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการเตรียมการขยายการเรียน การสอนภาษาจีนในอนาคต

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง