‘เชียงใหม่’บูมบินตรงดันตลาดไทย-ตปท.10ล้านคน

11 พฤษภาคม 2560 | โดย นฤมล เกษมสุข
2,060

ในเดือน มิ.ย.นี้“เชียงใหม่”จะส่งท้ายการเป็นเจ้าภาพการจัดงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยวรายการใหญ่ของประเทศ “ไทยแลนด์ ทราเวล มาร์ท พลัส 2017” ก่อนที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะย้ายงานไปจัดในภูมิภาคอื่นในปี 2561

ปิ่นนาถ เจริญผล ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่าหลังจากการเป็นเจ้าภาพงานดังกล่าวมาต่อเนื่อง 2 ปี ส่งเสริมให้จังหวัดมีบทบาทเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมากขึ้น ปัจจุบันนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติขยายตัวต่อเนื่อง 

พิจารณาจากอัตราการรองรับเที่ยวบินของท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ มีให้บริการเส้นทางในประเทศจาก 8 สายการบิน รวมกว่า 18 เส้นทางบิน ครอบคลุมจุดบินเชื่อมครบทั้งกรุงเทพฯ  2 สนามบิน (ดอนเมือง, สุวรรณภูมิ) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ภาคใต้ และภาคตะวันออก

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือ ตลาดต่างประเทศที่เริ่มบินตรงมากขึ้น ปัจจุบันมี 24 สายการบินให้บริการเชื่อมใน 21 เส้นทางบิน โดยมีตลาดใหญ่ที่สุดได้แก่ “จีน” รวมกว่า 15 สายการบินบริการใน 15 เส้นทาง ซึ่งในปีนี้มี 2 เส้นทางใหม่ ได้แก่ ไห่หนาน และ เหอเฟย เพิ่มขึ้น หลังจากที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรองในจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้, ปักกิ่ง, กวางโจว, อู่ฮั่น, ฉงชิ่ง, เสิ่นเจิ้น ฯลฯ มาแล้ว

ทำให้มั่นใจว่าในปี 2560 มีโอกาสนำนักท่องเที่ยวทั้งตลาดไทยและต่างประเทศเพิ่มขึ้นแตะ 10 ล้านคน จากในปี 2559 ที่มีจำนวนราว 9.6 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดต่างประเทศยังอยู่ในแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่สำหรับ “ตลาดในประเทศ” ยังมีเป้าหมายท้าทาย เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว และยังมีภารกิจด้านการกระจายวันเดินทางจากช่วงเทศกาลและสุดสัปดาห์ไปสู่วันธรรมดามากขึ้น หลีกเลี่ยงความแออัดของแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของตลาดไทยเที่ยวไทยมานาน รวมถึงการกระจายแหล่งที่มาของตลาดไปสู่กลุ่มภูมิภาคอื่นๆ ให้เกิดการเดินทางข้ามภาคมากขึ้น

ดังนั้น ขณะนี้จึงเตรียมการวางกลยุทธ์แนวใหม่ ปรับเปลี่ยนแนวนำเสนอการขายจาก“จุดหมายท่องเที่ยว” มาเป็น“เส้นทางท่องเที่ยว”แทน เพื่อเชื่อมโยงให้เกิดการแวะพักและทำกิจกรรมรายทาง กระจายรายได้ไปสู่แหล่งอื่นๆ ไม่เฉพาะแต่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายหลักเท่านั้น

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจการเชื่อมระหว่างตัวเมืองไปสู่ 3-4 จุดหมายท่องเที่ยวหลัก เพื่อนำเสนอให้ทั้งตลาดในและต่างประเทศในเร็วๆ นี้”

นอกจากนั้น เตรียมกระตุ้นกำลังซื้อของคนไทยช่วงนอกฤดูกาล ทำโครงการ “เที่ยวหน้าฝน ค้นหาความสุข” โดยร่วมมือกับสายการบิน, โรงแรม, แหล่งท่องเที่ยว จัดทำแพ็คเกจราคาพิเศษออกมาในเดือน มิ.ย.เพื่อหวังให้ตลาดในประเทศกระจายตัวมาเที่ยวในช่วงเวลานี้มากขึ้น ด้วยการสร้างการรับรู้ใหม่ว่าฤดูฝน เป็นอีกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเที่ยวธรรมชาติของ จ.เชียงใหม่มากที่สุด โดยเฉพาะการเข้าถึงการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่เป็นจุดขายหลัก

ส่วนการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวภายใต้โครงการ “ท้าเที่ยวข้ามภาค” เริ่มส่งกรุ๊ปทัวร์จากเชียงใหม่ลงไปเที่ยวสวนผลไม้ จ.ระยอง และใช้ข้อได้เปรียบที่มีบริการเที่ยวบินตรงจากอู่ตะเภา นำนักท่องเที่ยวจากภาคตะวันออก เดินทางตรงมายังเชียงใหม่ในช่วงฤดูฝนเพิ่มขึ้นด้วย

ด้าน วรพงษ์ หมู่ชาวใต้ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทดีเอ็มซี แอนด์ อีเวนท์ ไทยแลนด์ จำกัด อดีตรองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภาคเหนือเขต 1 กล่าวว่า เชียงใหม่มีจุดแข็งด้านธรรมชาติ และด้านวัฒนธรรม แต่ที่น่าสนใจคือ 60% ของชาวต่างชาติที่มาเยือนจังหวัด ตรงไปหากิจกรรมประเภทซอฟต์ แอดเวนเจอร์ เพราะด้วยภูมิทัศน์ของธรรมชาติเชียงใหม่ที่สวยงามสมบูรณ์ ทำให้กิจกรรมนั้นเป็นที่นิยมมมาก

ประเด็นนี้ยังแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาสินค้าการท่องเที่ยวของจังหวัด ยังต้องสร้างความเข้มแข็งในแง่ความ“หลากหลาย”มากขึ้น เช่น ส่งเสริมให้มีธีมปาร์คเกิดขึ้น แต่เน้นด้านการ“สร้างเอกลักษณ์” ที่สอดคล้องกับพื้นที่ ไม่ใช่การลอกเลียนความสำเร็จจากพื้นที่อื่นๆ อาทิ ให้มีย่านท่องเที่ยวบันเทิงสำหรับกลางคืนได้ แต่ไม่ใช่ถนนคนเดินแบบที่พัทยา เป็นต้น

ภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งด้านมรดกโลกของเชียงใหม่ อาจจะทำให้การลงทุนประเภทอื่นๆ ไม่กล้าเสี่ยงเข้ามา ทั้งที่จริงแล้วด้วยความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่แตกต่าง ทำให้จังหวัดควรพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์มากขึ้น หากกำกับทิศทางให้ดี จะส่งเสริมด้วยดีกับจุดขายเดิม 

ขณะที่ ทัชช ฤทธิมัต ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่ และดุสิต ปริ๊นเซส เชียงใหม่ เปิดเผยว่า จุดขายหลักของเชียงใหม่ยังอยู่ที่วัฒนธรรมเก่าแก่กว่า 721 ปี กำลังได้รับการผลักดันให้เป็นเมืองมรดกโลก ที่ผ่านมา ตลาดจีน ที่เข้ามาจำนวนมาก ก็เพราะต้องการเยี่ยมชมคุณค่าทางประวัติศาสตร์เหล่านั้น ดังนั้นควรส่งเสริมในด้านการอนุรักษ์และเชื่อมโยงไปกับจังหวัดใกล้เคียง เช่น ลำพูน ที่มีอารยธรรมเก่าแก่กว่า 1,300 ปี เพื่อส่งเสริมเป็นจุดแข็ง ก่อให้เกิดการกระจายรายได้เพิ่มเติม

แชร์ข่าว :
Tags: