หุ้น 'กลุ่มซีพี' โยนบิ๊กล็อตคึกคัก

21 เมษายน 2560
3,877

หุ้นกลุ่ม "ซีพี" โยนบิ๊กล็อตคึกคัก โบรกคาดซีพีเอฟแจงกำไรไตรมาสแรกปีนี้ต่ำสุดรอบปี ประเมินซีพีออลล์ยังเติบโตดีจากการขยายสาขา

หุ้นกลุ่มซีพีไตรมาสแรกปีนี้โยนบิ๊กล็อตคึก “ซีพีเอฟ-ซีพีออลล์-ทรู” ด้านนักวิเคราะห์คาดซีพีเอฟ แจงกำไรไตรมาสแรกลดต่ำสุดรอบปีแต่จะเริ่มฟื้นตัวไตรมาส 2 จากราคาเนื้อสัตว์ขยับ ขณะที่ซีพีออลล์โตต่อเนื่องจากการขยายสาขา

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า หุ้นกลุ่มซีพี ทำรายการซื้อขายในกระดานรายใหญ่ (บิ๊กล็อต) ประกอบด้วยหุ้นบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) CPF มีการทำรายการรวม 26.32 ล้านหุ้นมูลค่ารายการ 747.82 ล้านบาท ขณะที่หุ้นบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) CPALL 12.42 ล้านหุ้นมูลค่า 744.48 ล้านบาท บริษัททรูคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) TRUE 724.80 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 4.95 พันล้านบาท 

ล่าสุดวานนี้ (20 เม.ย.) หุ้นซีพีเอฟ มีการทำรายการ 6.3 ล้านหุ้น มูลค่า 171.01 ล้านบาท และหุ้นซีพี ออลล์ ทำรายการ 0.21 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 12.86 ล้านบาท 

บล.บัวหลวง ระบุว่า บริษัทซีพีเอฟจะฟื้นตัวไตรมาสถัดไปหลังไตรมาส 1/2560 ที่คาดว่าอ่อนตัวลง แต่มองเป็นผลกระทบระยะสั้น ซึ่งคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/2560 ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงของการปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2560 ลงจากเดิมเนื่องจากผลประกอบการธุรกิจหมูของไทยและต่างประเทศ และธุรกิจกุ้งไทยที่อ่อนตัวลงกว่าที่เคยคาด แต่ก็เชื่อว่ากำไรไตรมาส 1/2560 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี 2560 ขณะที่ธุรกิจในประเทศตุรกีมีแนวโน้มที่จะสร้างเซอร์ไพร์สทางบวกจากการถึงจุดคุ้มทุนในไตรมาส 1/2560

สำหรับมาร์จินธุรกิจไก่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามคาด กำไรของซีพีเอฟที่จะฟื้นตัวในไตรมาส 2/2560 จะได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์บก ต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงต่ำ และผลผลิตกุ้งของทั้งอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น ส่วนครึ่งหลังของปี 2560 อัตราการเติบโตกำไรจะมาจากปริมาณยอดส่งออกไก่ที่เพิ่มขึ้นและการพลิกกลับมาเป็นกำไรของตุรกี

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) รายงานว่า แนวโน้มซีพี ออลล์ นั้น คาดยอดขายและกำไรไตรมาสที่1 เติบโตขึ้นเป็นจุดสูงสุดใหม่ แม้สถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยในประเทศจะยังไม่ฟื้นตัว และมองแนวโน้มสถานการณ์เริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป ทั้งนี้คาดอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในไตรมาสที่ 2 จะสามารถแสดงอัตราการเติบโตได้ดีอีกครั้งจากการสนับสนุนของการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการบริโภคที่ที่คาดว่าจะดีขึ้นและรายได้เกษตรกรที่จะสูงขึ้นตามราคาสินค้าเกษตร

นอกจากนี้ ยังคาดการเข้าสู่ฤดูร้อนจะช่วยให้ product mix ในส่วนของเครื่องดื่มเย็นสูงขึ้น หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องอีกได้ อย่างไรก็ตามการเติบโตของบริษัทจะมีอย่างต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปีในอีก 1-3 ปีข้างหน้า โดยการขยายสาขาตามเป้าหมายปีละ 700 สาขาจะช่วยผลักดันให้ยอดขายโดยรวมมีการเติบโตขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ได้ นอกจากนี้การกระจายสาขาอยู่ทั่วประเทศไทยทั้งหมดจึงถือเป็นตัวแทนของหุ้นที่อิงการเติบโตภายในประเทศ โดยยังคงคาดการณ์กำไรปีนี้ที่ 19,027 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 14.1%

แชร์ข่าว :
Tags: