ผ่าอาณาจักรเซ็นทรัล เปิดเกมรุก“ไลฟ์สไตล์-บริการ”

21 มีนาคม 2560 | โดย สรัญญา จันทร์สว่าง
2,034

กลุ่มทุนค้าปลีกไทยยักษ์ใหญ่ “เซ็นทรัล” ภายใต้ตระกูลจิราธิวัฒน์ แผ่ขยายอาณาจักรมาต่อเนื่อง 7 ทศวรรษ

ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะอิทธิพลของเทคโนโลยี ที่กำลังขับเคลื่อนโลกการค้าเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว กลุ่มเซ็นทรัลประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ ดิจิทัล เซ็นทราลิตี้ (Digital Centrality) มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์และประสบการณ์ออมนิแชนแนลเชื่อมลูกค้าทั่วโลก ผ่านเครือข่าย“ออฟไลน์” ที่เสมือน “Backbone” ของกลุ่มเซ็นทรัล นำมาต่อยอดสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ 

นอกจากแรงกระเพื่อมของการค้าบนโลกเสมือนจริง ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่มีนักเดินทางมาเยือนปีละ 30 ล้านคน  คาดการณ์ว่าจะแตะ 40-50 ล้านคนในไม่ช้า ทำให้ฐานกำลังซื้อประเทศไทยสูงระดับ 100 ล้านคน กำลังเขย่า “แลนด์สเคปค้าปลีก” เกิดการเปลี่ยนแปลงระลอกใหญ่  

เซ็นทรัล ภายใต้การกุมบังเหียนของรุ่นที่ 3  ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด จึงมุ่งปฎิวัติการตอบโจทย์ลูกค้า โดยสร้าง “เดสทิเนชั่น คอนเซปต์” ใหม่ของธุรกิจในเครือเซ็นทรัล ก้าวสู่ผู้นำในกลุ่มบริษัทด้าน “ไลฟ์สไตล์และการบริการ” ยกระดับสู่การเป็นศูนย์รวมแห่งการใช้ชีวิต กิน เที่ยว ช้อป พักผ่อน และความบันเทิงครบวงจร

กรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นโจทย์ตั้งของการลงทุนและพัฒนาโครงการในรูปแบบ “จุดหมายปลายทาง” หรือสร้างแลนด์มาร์คดึงดูดนักช้อป นักท่องเที่ยว ชาวไทยและทั่วโลก ด้วยแพลตฟอร์ม “มิกซ์ยูสโปรเจค” มีความครบวงจรในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมพื้นที่การค้าขนาดใหญ่ โรงแรม ที่พักอาศัย และสำนักงาน 

 ยึดกรุงเทพฯชั้นในปั้นแฟลกชิพ

ทั้งนี้ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในนับเป็นทำเลยุทธศาสตร์ของธุรกิจศูนย์การค้าท่ามกลางโอกาสมหาศาล โดยกลุ่มเซ็นทรัลมีแฟลกชิพสโตร์อย่าง “เซ็นทรัลเวิลด์” ที่ปักหลักเป็นแลนด์มาร์ครองรับกำลังซื้อชาวไทยและต่างชาติ 

ทศ กล่าวว่า เตรียมใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท ในการปรับปรุงครั้งใหญ่เซ็นทรัลเวิลด์ตอกย้ำความเป็นไลฟ์สไตล์เดสทิเนชั่น ในคอนเซปต์ "CENTRAL TO YOUR WORLD เตรียมเปิดโลกแห่งประสบการณ์ใหม่ไปกับเซ็นทรัลเวิลด์ ปลายปี 2560 นี้

ขณะที่โปรเจคสถานฑูตอังกฤษ 23 ไร่ แม้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่บรรดานักวิเคราะห์ต่างเชื่อกันว่า เซ็นทรัลน่าจะเป็นผู้ชนะประมูล 

หาก “ไม่พลิกล็อก” อนาคตย่านชิดลม-เพลินจิต จะถูกเนรมิตเป็น “ย่านลักชัวรี” สมบูรณ์แบบของเมืองไทยเลยทีเดียว ต่อยอดธุรกิจลักชัวรี รีเทล ที่มีห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม และ เอ็มบาสซี เปิดให้บริการ โดยปีนี้ โรงแรม ปาร์ค ไฮแอท เตรียมเปิดบริการอย่างเป็นทางการ ย้ำภาพลักษณ์ทำเลหรูได้อย่างชัดเจน

ไม่ห่างกัน เซ็นทรัลเตรียมปั้นแลนด์มาร์คย่านสีลม แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อระดับโลกมาช้านาน โดยจับมือกับพันธมิตรแบรนด์ไทยรายใหญ่และเก่าแก่ “กลุ่มดุสิตธานี” ในการพัฒนามิกซ์ยูสโปรเจค มูลค่า 3.6 หมื่นล้านบาท เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว พักผ่อน และชอปปิง  นับเป็นการสร้างศักยภาพทางการแข่งขันร่วมกันในภาพใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่การแข่งขันระดับประเทศต้องอาศัยความร่วมมือและก้าวไปในทิศทางเดียวกัน 

 จัดทัพค้าปลีกมุ่งพื้นที่เศรษฐกิจ 

แต่ละปีเซ็นทรัลจัดสรรงบประมาณมากกว่า 4 หมื่นล้านบาทในการขยายเครือข่ายต่อเนื่อง ปีนี้ ใช้งบถึง 4.5 หมื่นล้านบาท ขยายโครงการใหม่ 60-70% อีก 30-40% ใช้สำหรับปรับปรุงโครงการเก่า 

โดยไฮไลท์ของเซ็นทรัลมุ่งปักหลัก “พื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว”ไม่ว่าจะเมืองหน้าด่านภาคอีสาน “เซ็นทรัล พลาซา นครราชสีมา” มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 3 “เซ็นทรัล พลาซา มหาชัย” ไตรมาส 4 รวมทั้ง“เซ็นทรัล ภูเก็ต”มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท มีการพัฒนาส่วนต่อขยายสร้างอาณาจักรไลฟ์สไตล์ขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยว 

 นอกจากนี้ จะมีการขยายโรงแรมใหม่ทั้งในและต่างประเทศ 4 โรงแรม คือปาร์ค ไฮแอท, เซ็นทารา แกรนด์ เวสต์เบย์ โดฮา ประเทศกาตาร์ กำหนดเปิดไตรมาส 2 จำนวน 357 ห้อง,เซ็นทารา มัสกัต โอมาน เปิดไตรมาส 2 จำนวน 154 ห้อง และโรงแรมโคซี่ เฉวง สมุย ไตรมาส 3 จำนวน 151 ห้อง

โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการ ได้แก่เชียงราย 312 ยูนิตเชียงใหม่ 470 ยูนิตโคราช 380 ยูนิต พร้อมตั้งเป้าขยายร้านค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ มากกว่า 350 ร้าน ร้านเฉพาะทาง กว่า 100 ร้านร้านอาหาร 70 ร้าน รวมทั้งสิ้น 520 ร้าน

ข้ามชาติปักธงเมืองท่องเที่ยวโลก

ชื่อของเซ็นทรัล ยังก้าวข้ามความเป็น Domestic Leader สู่ “บริษัทข้ามชาติ” เต็มตัว หลังเข้าซื้อกิจการห้างเก่าแก่อายุกว่า 150 ปี “ลา รีนาเชนเต” ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกแห่งอิตาลี  เมื่อกลางปี 2554 เป็นก้าวสำคัญของเซ็นทรัลในการยึดเวทีโลกเป็น “สนามใหม่”  ใช้เวลากว่า 5 ปี เดินหน้าเปิดตลาดค้าปลีกในภาคพื้นยุโรปมุ่งปักธง “เมืองท่องเที่ยวหลัก”  

ทศ กล่าวว่า วันนี้ ลา รีนาเชนเต ได้รับการจัดอันดับเป็น “ห้างสรรพสินค้าที่ดีที่สุดในโลก” โดยเดือนก.ย.นี้ เตรียมเปิดบริการ  ลา รีนาเชนเต กรุงโรม  เป็นอีกหนึ่งแฟลกชิพสโตร์ขนาดใหญ่  โดยสถาปัตยกรรมยังคงความเป็นยุค1854 เพื่อให้กลมกลืนกับใจกลางเมืองแห่งประวัติศาสตร์ ขณะที่ก่อสร้างอาคารได้ค้นพบ Aquedotto Vergine ซึ่งเป็นสะพานส่งน้ำโรมันที่มีอายุกว่า 2,000 ปี   

อาเซียนตลาดแห่งอนาคต 

การขับเคลื่อนธุรกิจของเซ็นทรัลยังมุ่งขยายอาณาจักรในภูมิภาคอาเซียน โดยมี “เวียดนาม” เป็นตลาดหลัก ตามด้วย “พม่า” ที่คาดว่าจะเริ่มลงทุนจริงจังใน 6-7 ปีข้างหน้า

ภาพรวมค้าปลีกในเวียดนามยังไม่แข็งแรงมากนัก เหมือนประเทศไทยเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ซึ่งจากนี้ไปศักยภาพการเติบโตสูง”

จะเห็นว่า 20 ปีที่แล้วเศรษฐกิจเวียดนามเท่ากับ 10% ของเศรษฐกิจไทย 10 ปีที่ผ่านมาขยับขึ้นมาเป็น 30% ปัจจุบันอยู่ที่ 50% เท่ากับครึ่งของประเทศไทย โดยใช้เวลาเพียง 20 ปี จากเศรษฐกิจขยายตัวประมาณ 10% ต่อปี ขณะที่ไทยเติบโตในอัตรา 3% ต่อปี มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตเทียบเท่าไทยภายใน 10 ปีข้างหน้า

      ปัจจุบันธุรกิจในเครือเซ็นทรัลครอบคลุม 9 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ และ ออนไลน์ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธุรกิจบริหารและจัดการสินค้านำเข้า กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร และกลุ่มธุรกิจในเวียดนาม

แชร์ข่าว :
Tags: