รัฐทุ่ม70,000ล้าน! ลุยคมนาคม ดัน 'ภูเก็ต' นครแห่งอันดามัน

20 มีนาคม 2560
8,155

"อาคม" ลั่นทุ่มงบกว่า70,000ล้าน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่จ.ภูเก็ต ขับเคลื่อนสู่การเป็นนครแห่งอันดามัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมไวท์เฮ้าส์ โรงแรมโบ๊ทลากูนรีสอร์ท ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการสัมมนาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหาการจราจรจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งบรรยายพิเศษ เรื่อง “กระทรวงคมนาคมกับการขับเคลื่อนภูเก็ตสู่การเป็นนครแห่งอันดามัน” ซึ่งทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม จัดขึ้น



โดยมีนายสนิท ศรีวิหคและ นางศิวพร ฉั่วสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สนข. พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต นายสุรชัย ชัยวัฒน์ ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม หน่วยงานราชการของจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา นักวิชาการท้องถิ่น องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว หอการค้า ทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวถึงการจัดสัมมนาในครั้งนี้ว่า เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคม ด้านพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของจังหวัดภูเก็ตทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ตลอดจนสร้างความเข้าใจ การรับรู้ และการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนของจังหวัดภูเก็ต เกี่ยวกับการพัฒนาโครงการต่างๆด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และการแก้ไขปัญหาจราจรตลอดจนรับฟังความความคิดเห็น และข้อเสนอแนะสำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดทำแผนงานโครงการด้านคมนาคมขนส่งของจังหวัดภูเก็ต ที่สอดคล้องกับความต้องการของ
ประชาชน



ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เส้นทางคมนาคมขนส่งหลักของจังหวัดภูเก็ต คือ ทางหลวงหมายเลข 402 ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่เชื่อมระหว่างจังหวัดพังงากับภูเก็ต และเป็นถนนสายหลักของจังหวัด ประกอบกับการเจริญเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างมาก สาเหตุหลักนอกจากการใช้พาหนะในการขนส่งนักท่องเที่ยวแล้ว ยังเกิดจากการใช้รถส่วนบุคคลในการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินขีดความสามารถในการรองรับของถนน รวมทั้งระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองภูเก็ต ไม่ได้รับความนิยมและไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

“เนื่องจากปัญหาการการจราจรของภูเก็ตนั้นมีปัญหาเกือบทุกเรื่อง ทางกระทรวงฯ จึงมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งภายในจังหวัดภูเก็ต เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและเสริมสร้างศักยภาพให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก โดยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทางแยกหลักบนถนนทางหลวง 402 ด้านการก่อสร้างทางลอด สะพานกลับรถ การวางแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงสายใหม่ เพื่อแบ่งเบาภาระของทางหลวงสายหลัก การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อให้เป็นทางเลือกหลักในการเดินทางของประชาชน และนักท่องเที่ยว”



นายอาคม กล่าวถึงโครงการต่างๆ ที่กระทรวงคมนาคมเข้ามาดำเนินการในจังหวัดภูเก็ต ว่า เริ่มตั้งแต่สนามบินภูเก็ตซึ่งมีความแออัด และขณะนี้ได้มีการแก้ไขไปแล้วระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในส่วนของอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งได้มีการก่อสร้างใหม่และเปิดใช้ไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงตัวอาคารผู้โดยสารเดิมซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารในประเทศ แต่คงไม่ได้หยุดแค่นี้เนื่องจากยังมีส่วนขยายเพิ่มเติมในระยะต่อไป

ปัญหาการจราจรทางบกนั้น รัฐบาลตั้งแต่ คสช. เป็นต้นมา ได้สนับสนุนงบประมาณในการแก้ปัญหาบนเส้นทางหลัก 402 มาตั้งแต่ปี 2557 โดยมีการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณทางแยก และได้มีการเปิดใช้ไปแล้ว 2 อุโมงค์ คือ อุโมงค์ทางลอดแยกดาราสมุทร กับอุโมงค์แยกสามกอง และในปี 2560 เปิดใช้เพิ่มอีกหนึ่งทางลอด คือ ทางลอดแยกบางคู ซึ่งขณะนี้เปิดให้ใช้แล้ว 1 ช่องการจราจรเพื่อบรรเทาปัญหาจราจร จากนั้นจะเป็นทางลอดห้าแยกฉลอง และทางลอดแยกสนามบิน รวมทั้งหมด 5 ทางลอด นอกจากนี้ยังได้มีการยังสรรงบประมาณในการก่อสร้างยูเทิร์นเกือกม้า จำนวน 2 จุด อยู่ระหว่างเริ่มดำเนินการก่อสร้าง รวม 6 โครงการ งบ 3,300 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่เริ่งดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Tram way)ขณะนี้การออกแบบเสร็จแล้ว และจะยื่นขออนุญาตจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)ได้ภายในปีนี้ วงเงินลงทุนประมาณ 33,000 ล้านบาท, โครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง ซึ่งการทางพิเศษแห่งประเทศไทยทำการศึกษาเสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการผลักดันเพื่อขอกรอบเงินลงทุนเป็นทางด่วน โดยอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยระบายการจราจรได้ ส่วนในอนาคตได้เตรียมการไว้ในปี 2561 การจัดทำทางหลวงแนวใหม่สาคู-เกาะแก้ว ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 13,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการของทางหลวงชนบท และโครงการขยายอาคารเพิ่มเติม พื้นที่จอดและแท็กซี่ในส่วนของสนามบินภูเก็ต รวมประมาณ 12,000 ล้านบาท



นายอาคม กล่าวสรุปในตอนท้าย ว่า เมื่อรวมงบประมาณในการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของจังหวัดภูเก็ตในระยะเร่งด่วนตามแผนงานที่กำหนดไว้ในปี 2560 จะใช้งบประมาณ 71,000 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณในการลงทุนดังกล่าว เมื่อเทียบกับรายได้ของจังหวัดภูเก็ตในแต่ละปีรวมประมาณ 300,000-400,000 ล้านบาท ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติอันดับหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับประเทศ จำเป็นที่จะต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นที่เพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยวดังกล่าว

แต่สุดท้ายที่จำเป็นสำหรับภูเก็ต ไม่ว่าจะมีการขยายถนนมากน้อยเพียงใดก็ตามหากไม่มีการจัดระบบการจราจรให้เหมาะสมก็จะยังคงมีรถติดอยู่ โดยจะต้องทำควบคู่กันไปในระหว่างที่มีการก่อสร้าง เนื่องจากพบว่า ปัญหารถติดจะเกิดขึ้นในช่วงเช้ากับช่วงเย็นที่มีการมีการเดินทางเพื่อรับ-ส่งบุตรหลานไปยังสถานศึกษา โดยจะมีจำนวนรถนับพันคัน ซึ่งได้มีการหารือกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตในการช่วยกันแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะเราไม่ได้ก่อสร้างอย่างเดียว แต่จะมาดูในเรื่องการบริหารจัดการด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้เข้ามาดูแลเมืองท่องเที่ยวหลักในภูมิภาค ประกอบด้วย ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา และหาดใหญ่ จ.สงขลา

แชร์ข่าว :
Tags: