หัวเว่ยโชว์ยอดขายสมาร์ทโฟนขึ้นเบอร์2ตลาดไทย

17 มีนาคม 2560
3,147

ส่ง “พี 10” และ “พี 10 พลัส” เรือธงตัวล่าสุดทำตลาด ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โตอีก 3 เท่า ขณะที่ ส่วนแบ่งในตลาดโลกเพิ่มเป็น 11.9% จากก่อนหน้าอยู่ที่ 9.9%

หัวเว่ยประกาศขึ้นเบอร์2สมาร์ทโฟนไทย ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โตอีก 3 เท่า ล่าสุดส่ง “พี 10” และ “พี 10 พลัส” เรือธงตัวล่าสุดทำตลาด พร้อมเปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่วันนี้

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากข้อมูลของจีเอฟเคในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา หัวเว่ย สามารถสร้างยอดขายในปีที่ผ่านมาจนขึ้นเป็นอันดับ 2 ในตลาดสมาร์ทโฟนได้สำเร็จในแง่ของตัวเครื่อง จากยอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่า 3 เท่า

“ปีนี้หัวเว่ยตั้งเป้าที่จะเติบโตจากปีที่ผ่านมาอีก 3 เท่าตัว ด้วยการเพิ่มช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 จุด พร้อมเตรียมเปิดแบรนด์ช็อปอีก 45 จุดทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มกิจกรรมการตลาด และการใช้สื่อให้ครอบคลุมทั้งออฟไลน์ และออนไลน์”

ส่วนในตลาดโลกปีที่ผ่านมาหัวเว่ยสร้างรายได้ถึง 2.7 หมื่นล้านเหรียญ เติบโตจากปีที่ผ่านมา 35% ขณะที่ในแง่ของจำนวนยูนิตที่ส่งออกสู่ตลาดจะอยู่ที่ 139 ล้านเครื่อง เติบโต 29% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มเป็น 11.9% จากก่อนหน้าอยู่ที่ 9.9%

นายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หัวเว่ย คอนซูเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จุดเด่นหลักของ P10 จะมีด้วยกัน 3 ส่วนหลักๆคือเรื่องของกล้อง ที่นำเลนส์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica เวอร์ชันใหม่มาใช้ โดยเฉพาะในรุ่น P10 Plus ที่เป็นเลนส์แบบ Summilux ช่วยให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น โดยP10เป็นโปรดักส์เรือธงของปีนี้ และมั่นใจว่าจะสามารถทำตลาดได้ตรฝตามเป้าหมายความต้องการไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค

“พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่จะนำมาถ่ายภาพส่วนบุคคลเป็นหลัก ซึ่ง P10 จะกลายเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังคู่จาก Leica ทำให้ได้ภาพที่ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ”

ถัดมาคือเรื่องของเทคโนโลยี จากหน่วยประมวลผลที่เป็น Kirin 960 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่รองรับ 4.5G และ WiFi Dual-Antenna ช่วยให้รับสัญญาณไวไฟได้ดีขึ้น มีการจัดการแบตเตอรีที่ดีขึ้นจากแบตเตอรีขนาด 3200 mAh และ 3750 mAh สำหรับ P10 และ P10 Plus

สุดท้ายคือเรื่องของดีไซน์ สำหรับ P10 ที่เน้นความสะดวกในการพกพา ไม่มีเลนส์กล้องที่ยืนออกมาจากตัวเครื่อง ขณะเดียวกันด้วยขอบจอที่บางลง ทำให้เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นในขนาดหน้าจอเท่ากัน ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กกว่า

โดยจะแบ่งสีในการจำหน่ายออกเป็นรุ่น P10 ในสี เงิน (Mystic Silver) และทอง (Prestige Gold) ส่วน P10 Plus จะมีให้เลือกสี ทองผิวด้านหลังขรุขระ (Dazzilng Gold) ดำ (Graphite Black) และน้ำเงิน (Dazzling Blue) ส่วนสีเขียว (Greenery) จะเข้ามาในช่วงหลัง

สำหรับ Huawei P10 รุ่น 32 GB วางจำหน่ายที่ 17,900 บาท P10 รุ่น 64 GB ในราคา 19,900 บาท และ P10 Plus ราคา 23,900 บาท โดยจะเปิดให้จองก่อน 17 - 26 มีนาคม ที่หัวเว่ย แบรนด์ชอปทุกสาขา ก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคมนี้

แชร์ข่าว :
Tags: