พานาโซนิคชิงตลาดกล้องวงจรปิด '4พันล้าน'

16 มีนาคม 2560
1,682

ส่งรุ่นใหม่ “ไอ-โปร เอ็กซ์ตรีม” เขย่าตลาด ลั่นไม่ร่วมแข่งสงครามราคา ชูสินค้าคุณภาพดี เทคโนโลยีล้ำ พร้อมจัดเต็มระยะเวลาประกัน 5 ปีรายแรกในไทย

“พานาโซนิค ซิว เซลส์” ชี้ลงทุนกล้องวงจรปิดในไทยแนวโน้มดี ส่งรุ่นใหม่ “ไอ-โปร เอ็กซ์ตรีม” เขย่าตลาด ลั่นไม่ร่วมแข่งสงครามราคา ชูสินค้าคุณภาพดี เทคโนโลยีล้ำ พร้อมจัดเต็มระยะเวลาประกัน 5 ปีรายแรกในไทย ตั้งเป้าชิงแชร์ตลาด 15% พร้อมรักษาแชมป์ตลาดกล้องวงจรปิดไฮเอนด์

นางสาวราณี สิทธิแก้ว ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาดผลิตภัณฑ์ซีเคียวริตี้ โซลูชั่น บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดกล้องวงจรปิดประเทศไทยปี 2560 จะมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท หรือ ขยายตัว 7-8% จากปีก่อนหน้าซึ่งมีมูลค่า 3,500 ล้านบาท การแข่งขันยังคงรุนแรง โดยเฉพาะด้านราคา

ปัจจัยบวกมาจากที่คนไทยตระหนักถึงประเด็นความปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกันกลายเป็นสินค้าที่ทุกหน่วยงานต้องมีเป็นพื้นฐาน โดยรูปแบบลงทุนจะเป็นเชิงโซลูชั่นมีการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีไปใช้ป้องกันรักษาความปลอดภัยหรือระงับเหตุมากขึ้น

แนวทางธุรกิจของบริษัทไม่เน้นแข่งขันด้านราคา เนื่องจากมั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพ เทคโนโลยีทันสมัยตอบโจทย์การใช้งานได้ครบวงจร หลักๆ ยังคงเน้นตลาดองค์กรสินค้าระดับกลางถึงบน ทว่าต่อไปปีนี้มีแผนนำรุ่นระดับล่างเข้ามาทำตลาดคอนซูมเมอร์มากขึ้น

"ผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดร่างกระแสแรงมาก แนวโน้มเติบโตได้ระดับ 30-40% ส่วนนี้เราเชื่อว่าจะเข้าถึงลูกค้าได้ไม่ยาก ด้วยจุดแข็งของแบรนด์พานาโซนิค ซึ่งมีสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายช่องทางการจัดจำหน่ายครอบคลุม"

ล่าสุด เปิดตัว กล้องวงจรปิด(ซีซีทีวี) “ไอ-โปร เอ็กซ์ตรีม (i-Pro Extreme)” สำหรับการใช้งานพื้นที่เสี่ยงภัย สภาพแวดล้อมเลวร้าย โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่สาธารณะ รวมถึงที่ต้องการใช้งานกล้องวงจรปิดจำนวนมาก เช่น ในธนาคาร หน่วยงานราชการ มาพร้อมเทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลแบบ H.265 สามารถป้องกันโจรกรรมข้อมูลในระบบเครือข่าย มีกำหนดทำตลาดเป็นทางการเดือน เม.ย.2560 มีให้เลือกทั้งหมด 20 รุ่น ราคาเริ่มต้น 12,000-200,000 บาท

พร้อมกันนี้ ยกระดับบริการหลังการขายด้วยแคมเปญขยายเวลารับประกันสินค้าจากปกติสูงสุด 3 ปี ไปเป็น 5 ปี ทั้งส่วนค่าแรง ค่าซ่อม และค่าอะไหล่เป็นรายแรกในไทย เริ่มในหมวดไอโปร รวมถึง ไอ-โปร เอ็กซ์ตรีม ที่เพิ่งเปิดตัวดังกล่าว โดยรวมปีนี้บริษัทจะใช้งบการตลาด 12-15% ของยอดขาย

“ช่วงปีที่ 3 เครื่องส่วนใหญ่จะเริ่มมีปัญหา จากที่ปกติหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชนมักคิดค่าเสื่อมราคาสินค้าประเภทนี้กันที่ 5 ปี ส่งผลให้อีก 2 ปีที่เหลือต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทั้งค่าแรงตรวจเช็ค ค่าซ่อม และค่าอะไหล่ ด้วยตนเองทำให้มีต้นทุนทางธุรกิจที่สูงขึ้น”

อย่างไรก็ตาม อายุใช้งานสินค้าบริษัทมักนานมากกว่ารายอื่นๆ เฉลี่ยใน 5 ปีอัตราเครื่องเสียแค่ 0.25% ขณะที่รายอื่นๆ เกิน 5%

ปัจจุบัน พานาโซนิคมีส่วนแบ่งการตลาดกล้องวงจรปิดในไทย 10% จากการเปิดตัวสินค้าใหม่และนโยบายรับประกันสินค้านานถึง 5 ปี คาดว่า ส่วนแบ่งการตลาดจะเพิ่มอีก 3-5% พร้อมรักษาอันดับ 1 สินค้าระบบรักษาความปลอดภัยกลุ่มงานโครงการขนาดใหญ่ในไทย ขณะที่ในตลาดรวมบริษัทติดท็อป 3

ส่วนรายได้กลุ่มกล้องซีซีทีวีตั้งไว้ที่ 500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 12% สัดส่วนรายได้มาจากกลุ่มองค์กรภาครัฐ 20% เอกชน 40% คอนซูมเมอร์ 40% จากเดิม 25-30%

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง