นัยซ่อนเร้นของ First Pet สัตว์เลี้ยงประจำทำเนียบขาว

06 มีนาคม 2560 | โดย ทัศนีย์ สาลีโภชน์
1,762

ผู้นำชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐไม่ได้มีสัตว์เลี้ยงไว้คลายเครียดเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ดูติดดิน และอ่อนโยนขึ้นอีกด้วย

การเป็นผู้นำประเทศไม่ได้หมายความว่าจะต้อง “คีพลุค” ให้ดูดุดันน่าเกรงขามอย่างเดียว แต่การเปิดเผยมุมสบาย ๆ เช่นการเลี้ยงสัตว์ให้คนเห็น ก็สามารถเรียกคะแนนนิยมให้กับผู้นำคนนั้นได้โขเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้เอง หนังสือพิมพ์ที่สุดแสนจะเคร่งขรึมอย่าง “วอชิงตัน โพสต์” เลยเขียนบทความแนะนำให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐที่มีแต่คนรุมยี้ ลดภาพลักษณ์ที่ดูแข็งกร้าวลงด้วยการหาสุนัขมาเลี้ยงในบทความที่ชื่อว่า Donald Trump really needs to get a dog

Lauren A. Wright เจ้าของบทความชิ้นนี้ซึ่งมีตำแหน่งเป็นสมาชิกบอร์ด White House Transition Project ซึ่งเป็นองค์กรดูแลการถ่ายโอนอำนาจระหว่างประธานาธิบดีคนเก่ากับคนใหม่ให้ออกมาเรียบร้อย บอกว่า ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนแรกในรอบ 150 ปีเลยทีเดียวที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง ซึ่งถือว่าผิดมหันต์ เพราะสัตว์เลี้ยงมีคุณประโยชน์ทางการเมืองหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ภาพลักษณ์ของประธานาธิบดีดูนุ่มนวลขึ้น แถมยังทำให้สื่อรายงานข่าวเกี่ยวกับทำเนียบข่าวออกมาในเชิงบวกด้วย

สำหรับสัตว์ที่ท่านผู้นำสหรัฐนิยมเลี้ยงนั้นมีตั้งแต่สัตว์ธรรมดา ๆ ไปจนถึงสัตว์แปลกหายาก ประธานาธิบดีมาร์ติน แวน บิวเรน เลี้ยงลูกเสือ โทมัส เจฟเฟอร์สัน และธีโอดอร์ รูสเวลท์ เลี้ยงหมี คาลวิน คูลิดจ์ เลี้ยงฮิปโปแคระ แต่ในช่วง 2-3 ทศวรรษมานี้ ประธานาธิบดีสหรัฐดูจะนิยมเลี้ยงสุนัขกับแมวมากกว่า โดยทั้งบารัก โอบามา, จอร์จ บุช และบิล คลินตัน ต่างก็เลี้ยงสุนัขเช่นเดียวกัน

ที่สำคัญ รัฐบาลสหรัฐเองก็ทราบดีถึงอิทธิพลที่ “สัตว์เลี้ยงหมายเลข 1” เหล่านี้มี จึงวางกลยุทธที่เน้นความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีกับสัตว์เลี้ยงเพื่อสร้างผลกระทบบางอย่าง เช่นการให้สุนัขบีเกิ้ล 2 ตัวของประธานาธิบดีลินดอน จอห์นสันขึ้นปกนิตยสาร Life ในปี 1964 เพื่อหยุดพักจากเรื่องเครียด ๆ อย่างสิทธิพลเรือน และสงครามเวียดนามที่กำลังร้อนระอุอยู่ในตอนนั้น

พอมาในยุคปัจจุบัน หนังสือของเจ้า “มิลลี่” สุนัขพันธุ์สปริงเกอร์ สแปเนียลของนางบาร์บารา บุช อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ ก็ขายดีกว่าบันทึกความทรงจำของนางบาร์บาราเอง รวมไปถึงบันทึกความทรงจำของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช อีกด้วย

ทว่า คนที่ “เล่นกับกระแสสัตว์เลี้ยง” เก่งที่สุดเห็นจะเป็นบารัก โอบามา เพราะเขาประกาศลั่นตั้งแต่ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งแล้วว่า ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐก็ตาม ลูกสาวทั้งสองคนของเขาก็จะรับเลี้ยงสุนัขตัวหนึ่ง พอหลังจากที่ได้เป็นแล้วก็รับเลี้ยงเพิ่มอีกตัว

จนทุกวันนี้ เจ้าโบ และ เจ้าซันนี่ สุนัขพันธุ์โปรตุกีส วอเตอร์ 2 ตัวของโอบามานั้นป๊อปปูลาร์มากเสียจนต้องมีกำหนดการอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว และต้องให้นางมิเชล โอบามา อนุมัติตั้งแต่ต้นเดือนของทุกเดือนด้วยว่าตารางงานพวกนั้นเหมาะสมไหม

ความสำเร็จในการสร้างภาพลักษณ์ด้วยสัตว์เลี้ยงเหล่านี้นี่เองที่ทำให้คนสงสัยกันว่าทำไมทรัมป์ถึงไม่คิดหาสัตว์มาเลี้ยงแบบผู้นำสหรัฐคนอื่น ๆ

มีคนวิเคราะห์ว่าทรัมป์ที่รักความสะอาดสุด ๆ จนต้องล้างมืออยู่เป็นประจำ และเกลียดการเชคแฮนด์กับคนอื่น อาจจะกลัวเชื้อโรคที่ติดมากับเพื่อนรัก 4 ขาก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้เขาห่างเหินกับชาวอเมริกันที่เลี้ยงสุนัขกันมากถึง 79 ล้านครัวเรือน แล้วก็ใส่ใจกับการออกกฎหมายที่มีผลกระทบกับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา

แต่ไม่แน่ว่าทีมของทรัมป์อาจมองว่าไม่จำเป็นต้องใช้สัตว์เลี้ยงมาช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ติดดิน เป็นผู้นำที่เข้าถึงได้ง่ายของเขาอีกแล้วก็ได้ เพราะถึงแม้ว่าทรัมป์จะเป็นมหาเศรษฐีที่อาศัยอยู่ในเพนท์เฮาส์สุดหรู ตกแต่งสไตล์พระราชวังแวร์ซายล์สในย่านแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ก แล้วก็เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว และเฮลิคอปเตอร์ตลอด

ทว่า ทรัมป์กลับชอบกินอาหารฟาสต์ฟู้ด พูดจาโผงผางตรงไปตรงมา จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาทวีตบ่นนั่นบ่นนี้กลางดึกซะงั้น

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นี่แหละที่ทำให้เขาดูเหมือนคนทั่วไปมากกว่าผู้นำคนก่อน ๆ ที่วางตัวสูงส่งซะจนต้องใช้สัตว์เลี้ยงมาสร้างภาพให้ดูติดดินก็เป็นได้

แชร์ข่าว :
Tags: