MAJOR - ซื้อ

12 มกราคม 2560 | โดย บล.บัวหลวง
1,266

2560 หนังฮอลลีวูดครองเมือง

ประเด็นการลงทุน

แม้ว่าป้ายฮอลลีวูด (Hollywood) บนเนินเขาในนครลอสแองเจลิส จะถูกมือดีเปลี่ยนเป็น ฮอลลีวีด (Hollyweed) รับปีใหม่ แต่มุมมองของเราที่ว่าปี 2560 จะเป็นปีทองของหน้าหนังฮอลลีวูดยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป เราเชื่อว่าตลาดหนังในประเทศไทยจะถูกปลุกขึ้นอีกครั้งในปี 2560 จากทั้งโปรแกรมภาพยนตร์ต่างประเทศและภาพยนตร์ไทย โดยเฉพาะภายนตร์ฟอร์มยักษ์จากต่างประเทศ แม้ว่ากำไรหลักในไตรมาส 4/59 น่าจะอ่อนตัวลงจากไตรมาส 4/58 และ 3/59 แต่เราเชื่อว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2560 เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1/60 เราแนะนำนักลงทุนอย่ายึดกับความผิดหวังที่เกิดขึ้นในไตรมาส 4/59 (เหตุการณ์นอกเหนือการควบคุม) และทยอยเข้าสะสมในช่วงที่ราคาหุ้นอ่อนตัว เพื่อรับกับผลประกอบการที่จะดีขึ้นใน 2560 เรามองว่ามีโอกาสที่ภาพยนตร์ไทย 2 เรื่องในไตรมาส 1/60 จะสร้างความประหลาดใจเชิงบวกให้กับตลาดทั้ง “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” จากค่ายน้องใหม่แต่มือเก๋า อย่าง T moment และ “Mr. Hurt มือวางอันดับเจ็บ” จาก Transformation เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

รายได้หนัง10 อันดับแรกเดือนต.ค-ธ.ค. ลดลง 8% YoY

ข้อมูลจากนิตยสารบันเทิง Entertain Weekly รายงานรายได้รวมบ็อกซ์ออฟฟิศ 10 อันดับแรก เดือน ต.ค.-ธ.ค.ที่ 824 ล้านบาท ลดลง 8% YoY หากพิจารณาเป็นรายเดือน รายได้เดือนต.ค. อยู่ที่ 245 ล้านบาท ลดลง 30% YoY ซึ่งไม่มีหนังเรื่องใดทำเงินได้มากกว่า 100 ล้านบาทโดยหนังที่ทำรายได้มากที่สุด ได้แก่ Doctor Strange จอมเวทย์มหากาฬ (รายได้อยู่ที่ 69 ล้านบาท ในเดือน ต.ค. และรายได้รวมอยู่ที่ 133 ล้านบาท) สำหรับรายได้เดือน พ.ย. อยู่ที่ 274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% YoY จากหนังฟอร์มยักษ์ที่ช่วยทำเงิน 2 เรื่องอย่าง Fantastic Beasts สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ (รายได้อยุ่ที่ 128 ล้านบาทในเดือน พ.ย. และรายได้รวมอยู่ที่ 151 ล้านบาท) และ Your Name หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ(รายได้อยุ่ที่ 43 ล้านบาทในเดือน พ.ย. และ รายได้โดยรวมอยู่ที่ 45 ล้านบาท) รายได้เดือน ธ.ค. อยู่ที่ 306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศโดยรวมสะสม 3 เดือนในไตรมาส 4/59 อยู่ที่ 824 ล้านบาท หรือลดลง 8% YoY

คาดผลประกอบการไตรมาส 4/59 จะอ่อนตัวลง ถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ

เราคาดกำไรหลักในไตรมาส 4/59 จะลดลงจากปีที่แล้วเล็กน้อยจากผลกระทบของช่วงการไว้อาลัย ยอดผู้ชมภาพยนตร์ตกลงอย่างมากในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นเริ่มทยอยกลับมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ย. เราเชื่อว่าหากโปรแกรมภาพยนตร์ยังแข็งแกร่งและเป็นภาพยนตร์ที่ผู้ชมชื่นชอบอย่างไรก็ยังมีผู้ชมอยู่ เห็นได้จากรายได้ของ Doctor Strange และ Fantastic Beasts ที่ทำไปได้ 133 ล้านบาทและ 151 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งยังคงสามารถทำรายได้ได้ดีแม้อยู่ในช่วงสถานการณ์การอารมณ์โดยรวมที่ยังไม่ดีนัก เราเชื่อว่าอีกส่วนหนึ่งคือ การลดต้นทุนในส่วนต่างๆและค่าใช้จ่ายทางการตลาดจะช่วยส่งผลให้บริษัทผ่านช่วงเวลาเช่นนี้ไปได้ สำหรับรายได้จากการโฆษณา เราเชื่อว่าลูกค้าบางรายตัดสินใจเปลี่ยนการใช้งบโฆษณาไปเป็นรูปแบบอื่น อาทิ เช่น ให้สิทธิพิเศษตั๋วหนัง ประเด็นน้ำท่วมในภาคใต้


เราประเมินผลกระทบต่อ MAJOR ค่อนข้างจำกัด โดยเชื่อว่าโรงภาพยนตร์ 2 พื้นที่ (6 โรง) ในจังหวัดนครศรีธรรมราชน่าจะมีการปิดชั่วคราว (กระทบต่อรายด้โดยรวมน้อยกว่า 1%)

ไตรมาส 1/60 จุดเริ่มต้นปีทองของหนังฮอลลีวูด

เราเชื่อว่าโปรแกรมหนังที่น่าสนใจจะช่วยหนุนยอดจำหน่ายตั๋วหนังของ MAJOR ให้เติบโตขึ้นในปี 2560 โดยภาพยนตร์ที่น่าจะทำเงินในไตรมาส 1/60 มีทั้ง ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ 3 ทลายแผนยึดโลก, Resident Evil อวสานผีชีวะ 6, วูล์ฟเวอรีน 3 และ Beauty and the Beast โฉมงามกับเจ้าชายอสูร อีกทั้งภาพยนตร์ไทยจากค่ายน้องใหม่อย่าง T Moment “โอเวอร์ไซส์..ทลายพุง” น่าที่จะสร้างรายได้ได้ดี ภาพยนตร์ไทยอีกหนึ่งเรื่องก็มีโอกาสเข้าวิน อย่าง “Mr. Hurt มือวางอันดับเจ็บ” จาก Transformation และภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้ง คอง มหาภัยเกาะกระโหลก และ ฟิฟตี้เชดส์ดาร์กเกอร์

แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: