ปี60แบงก์ใหญ่ฉายแววฟื้น รับอาณิสงส์การลงทุนใหญ่

12 มกราคม 2560
1,224

ธนาคารพาณิชย์จะเริ่มทะยอยแจ้งผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2559 โดยบล.ทิสโก้คาดผลประกอบการรวมของกลุ่มแบงก์ที่ 4.56 หมื่นล้านบาทในไตรมาส4ของปี 2559

เพิ่มขึ้น 9%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเนื่องจากต้นทุนการเงินที่ลดลง แต่ลดลง 9% จากไตรมาสก่อนหน้าจากผลตอบแทนของตราสารทุนหรือตราสารหนี้ที่ลดลง และค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

ด้านคุณภาพสินเชื่อคาดว่าจะปรับตัวลดลงในไตรมาส 4 ปี 2559 และไตรมาสแรกของปีนี้ และคาดว่าเอ็นพีแอลจะเริ่มชะลอตัวลงในไตรมาสสองปีนี้จากโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวการบริโภคที่กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามว่าเอ็นพีแอลที่ดีขึ้นมาจากการปรับโครงสร้างหนี้หรือการฟื้นตัวที่แท้จริง

พร้อมทั้งประเมินธุรกิจแบงก์ในปีนี้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ตามวัฏจักรธุรกิจที่จะกลับมาหาธนาคารขนาดใหญ่ในปี 2560-2561  โดยได้ปรับการเติบโตของสินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 5-6% เป็น 6-7% สำหรับธนาคารขนาดใหญ่ จากการส่งออก การกระตุ้นโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้ความต้องการของสินเชื่อเพิ่มขึ้นในปีนี้ และการหมดผลกระทบของรถคันแรกพ้นช่วงไว้ทุกข์ และการเลือกตั้งจะหนุนการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยในช่วงครึ่งหลังของปีชดเชยสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ชะลอตัวลง เราได้ปรับส่วนต่างดอกเบี้ย(NIM)ของธนาคารขนาดใหญ่ขึ้น 3-6 bps เนื่องจากดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบกดดันให้ในปี 2561ต้องมีการขึ้นดอกเบี้ย

     ขณะที่บล.ทรีนีตี้  คาดว่ากำไร ในไตรมาส 4 ปี2559ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 7 แห่งที่เราทำการศึกษา จะหดตัวราว 2% เทียบไตรมาสก่อนหน้า แต่ดีขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน   โดยภาพรวมกำไรจากการดำเนินงานอาจลดลงเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในช่วงปลายปี 

สำหรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจากหลายหน่วยงานมองเศรษฐกิจปี 60 มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะส่งผลให้การบริโภคภาคครัวเรือน และการลงทุนของภาคเอกชน ที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำในปี 59 มีทิศทางดีขึ้นมาได้  ทำให้เราคาดสินเชื่อในปี 60 จะมีการเติบโตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ส่งผลบวกต่อธนาคารขนาดใหญ่ ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้น คาดว่าจะมีความต้องการสินเชื่อสูงแต่อาจเติบโตได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากธนาคารยังระมัดระวังด้านคุณภาพหนี้ในกลุ่มนี้อยู่ โดยเราคาดสินเชื่อกลุ่มฯ จะเติบโตเฉลี่ยราว 5% 

      ทางด้านสินเชื่อเช่าซื้อนั้น อาจเริ่มเห็นการเติบโตได้บ้าง เนื่องจากเราคาดว่าสินเชื่อรถคันแรกที่เริ่มตั้งแต่ปี 54 นั้น จะทยอยชำระคืนหมด ทำให้ยอดชำระคืนต่อเดือนในปี 60 ไม่สูงเช่นในปีก่อนๆ ที่ยอดชำระคืนสูงจนสินเชื่อใหม่ไม่สามารถชดเชยได้ ทั้งนี้กลุ่มทิสโก้มีปัจจัยเฉพาะตัว คือ การรวมสินเชื่อจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเข้ามา ทำให้คาดว่าสินเชื่อเติบโตได้โดดเด่นกว่ากลุ่มที่ 15%

อย่างไรก็ตามภาพรวมธนาคารขนาดใหญ่คาดผลการดำเนินงานยังถูกกดดันด้วยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพหนี้ที่แย่ลงอยู่ โดยแนวโน้มเอ็นพีแอลของกลุ่มฯ ในปี 60 อาจยังเห็นการเพิ่มขึ้นอยู่ แต่อัตราการก่อตัวของเอ็นพีแอลใหม่ไม่ได้น่ากังวลเท่ากับในปี 59 ที่ผ่านมา ทำให้อาจเห็นค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลงเล็กน้อย

ประเด็นการผ่านแผนฟื้นฟูของบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสทรีหรือ SSI ที่ทำให้ธนาคารสามารถจัดชั้นหนี้ใหม่ออกจากการเป็นเอ็นพีแอล หรือทำให้เอ็นพีแอลลดลงส่งผลบวกต่อธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงไทยและทิสโก้   ที่มีสำรองส่วนเกินที่แข็งแกร่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญของทั้ง 3 ธนาคารลดลง ลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้  โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์ที่ระดับ NPL Coverage Ratio จะแข็งแกร่งขึ้นมาก ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลง และกำไรไตรมาส 4ปี 2559 เติบโตเด่นสุดในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ 

สำหรับธนาคารขนาดเล็ก เช่น ธนาคารธนชาต  และ ทิสโก้นั้นคาดแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่อง แม้ว่าสินเชื่อเช่าซื้อจะยังไม่ฟื้นตัว แต่คุณภาพหนี้ดีขึ้นชัดเจน ทำให้ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญไม่เป็นปัจจัยกดดันเช่นเดียวกับธนาคารขนาดใหญ่ 

   นอกจากนี้แนวโน้มดอกเบี้ยที่คาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัว  ส่งผลให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มแบงก์ไม่เปลี่ยนแปลงมาก เนื่องจาก โอกาสในการปรับดอกเบี้ยขึ้นตามธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะมีไม่มาก หรืออาจปรับขึ้นตามช้ากว่า เนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำ การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ ขณะที่ในด้านของธนาคารเองนั้นสินเชื่อก็เติบโตได้ไม่มากเช่นเดียวกัน การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้การเติบโตของสินเชื่อชะลอลง  และเป็นการเพิ่มภาระดอกเบี้ยต่อลูกค้าธนาคาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพหนี้ในทางอ้อมอีกด้วย ขณะที่ระดับสภาพคล่องของธนาคารยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทำได้ยากเช่นกัน 

แชร์ข่าว :
Tags: