เปิดรายละเอียดขึ้นเงินเดือนขรก.-จนท.รัฐทั้งระบบ

10 ธันวาคม 2557
8,606

การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบตามที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)เสนอ มีรายละเอียดดังนี้

เพื่อให้การปรับบัญชีเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐชั้นผู้น้อยมีผลในทางปฏิบัติโดยเร็วตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2557 ที่ให้การปรับบัญชีเงินเดือนมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2557 จึงควรนำเสนอคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องเร่งด่วน

สาระสำคัญ ข้อเท็จจริงและ ข้อกฎหมาย

การปรับบัญชีเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประกอบด้วย สาระสำคัญ3 ประการ

1. การปรับบัญชีเงินเดือนและการแก้ไข กฎหมาย ขยายเพดานเงินเดือนชั้นสูงของทุกระดับ หรือทุกอันดับ ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทเพิ่มขึ้น 3 ขั้น สำหรับ บัญชีเงินเดือนแบบขั้นหรือ ประมาณร้อยละ 10 สำหรับบัญชีเงินเดือนแบบช่วง รวมทั้งปรับปรุงบัญชีเงินเดือนข้าราชการให้สอดคล้องกับการดำรงตำแหน่ง

ในส่วนของข้าราชการพลเรือนสามัญ ปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับการได้รับเงินเดือนโดยแก้ไขชื่อระดับใน บัญชีเงินเดือนเพื่อให้ข้าราชการได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าระดับตำแหน่งที่ดำรงได้ รวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติเพื่อให้ ก.พ. กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเยียวยาให้ข้าราชการได้รับเงินเดือน และ/ หรือเงินประจำตำแหน่งได้ ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ปรับปรุงจำนวนขั้นเงินเดือนของบางระดับ(ป.3และน.1-น.3) ให้สอดคล้องกับระดับชั้นยศ และข้าราชการตำรวจ ปรับปรุงจำนวนขั้นเงินเดือนของบางระดับ(ป.3และส.1-ส.3) ให้สอดคล้องกับระดับชั้นยศ และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปรับเงินเดือนขั้นสูงของอันดับครูผู้ช่วยมากกว่า 10% เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของคุณวุฒิปริญญาเอก ทั้งนี้โดยการแก้ไขบัญชีเงินเดือนแนบท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการประเภทต่างๆ และให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2557

2. การปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการให้ข้าราชการได้รับ การปรับเงินเดือนเพิ่ม 1 ขั้น สำหรับระบบเงินเดือนแบบขั้น หรือ 4% ของอัตราเงินเดือน สำหรับระบบเงินเดือนแบบช่วง ณ วันที่ บัญชีเงินเดือนข้าราชการมีผลใช้บังคับ ในกรณีที่การปรับอัตราเงินเดือนดังกล่าว ทำให้อัตราใดมีเศษไม่ถึงสิบบาทให้ปัดเป็นสิบบาท โดยปรับเงินเดือนให้ข้าราชการ ดังต่อไปนี้

(1) ข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการซึ่งรับเงินเดือน ระดับปฏิบัติการและระดับชำนาญการ และผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติงานและระดับชำนาญ

งาน

(2) ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ น.3 ลงมา

(3)ข้าราชการตำรวจ ซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ส.3 ลงมา

(4)ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ คศ.2 ลงมา

(5) ข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา ผู้ดำรงตำแหน่งวิชาการ ซึ่งรับเงินเดือนตำแหน่งอาจารย์ และ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติการและระดับชำนาญการ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติงานและระดับชำนาญงาน

(6) ข้าราชการรัฐสภาสามัญ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติการและระดับชำนาญการ และผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ซึ่งรับเงินเดือนระดับปฏิบัติงานและระดับชำนาญงาน

3. การได้รับเงินเดือน กรณีข้าราชการได้รับเงินเดือนขั้นสูง ให้ข้าราชการผู้ได้รับเงินเดือนขั้นสูง (เงินเดือนตัน)และได้รับค่าตอบแทนพิเศษตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างขั้นสูงหรือใกล้เคียง ค่าจ้างขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง พ.ศ.2550และที่แก้ไขเพิ่มเติม นำค่าตอบแทนพิเศษตามผลการประเมินในรอบการประเมินผลการ ปฏิบัติราชการตั้งแต่ 1 เม.ย.2557 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2557 มารวมเป็นเงินเดือนตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2557 ในกรณีที่อัตราค่าแทนพิเศษดังกล่าวรวมกับเงินเดือน มีเศษไม่ถึงสิบบาทให้ปัดเป็นสิบบาท

งบประมาณรายจ่ายและแหล่งที่มา

ค่าใช้จ่าย ในการปรับบัญชีเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนประมาณ 22,900ล้านบาท จะครอบคลุมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประเภทต่างๆ ประมาณ 1.98 ล้านคน

ประกอบด้วย ข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการทหาร ทหารกองประจำการ และนักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหม ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ พนักงานราชการ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระ

องค์กรอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครองและ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สำนักงบประมาณ ได้จัดเตรียมงบประมาณดังกล่าวเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแล้วตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557

..................................................................

ปรับเงินเพิ่มค่าครองชีพ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ให้พนักงานราชการที่ได้รับการจ้างวุฒิการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ที่มีค่าตอบแทนไม่ถึง 13,285 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละ 2,000 บาท แต่เมื่อรวมกับค่าตอบแทนแล้ว ต้องไม่เกินเดือนละ 13,285 บาท และกรณีที่รวมกันแล้ว ค่าตอบแทนไม่ถึง 10,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว เพิ่มขึ้นจากค่าตอบแทนอีกจนถึงเดือนละ 10,000 บาท

พนักงานราชการที่จะได้รับเงินเพิ่มดังกล่าว จำนวน 35,500 คน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2557

แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง