เมื่อกฎหมายทำร้าย 'เด็ก'

18 กุมภาพันธ์ 2556 | โดย ภัคจีรา แก้ววรรณรัตน์
5594

ไม่ต้องเห็นใจก็ได้ แต่ขอให้เข้าใจว่า...เด็กไร้สัญชาติไม่ใช่อาชญากร

ภาพอันน่าสลดใจของเด็กหญิงชาวกะเหรี่ยงที่ถูกนายจ้างทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ด้านหนึ่งอาจถือเป็นความวิปริตโหดร้ายในจิตใจของผู้กระทำ แต่อีกด้านต้องยอมรับว่าเงื่อนไขทางกฎหมายและสังคมก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยังมีเด็กอีกมากต้องเผชิญกับความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ โดยมี "การเพิกเฉย" ของผู้คนในสังคมเป็น "แรงผลัก" พวกเขาเหล่านั้นให้ดำดิ่งสู่ชะตากรรมอันโหดร้าย

“หนูชื่อพลอยค่ะ มาจากอำเภอแม่สอด พวกเราเกิดและเติบโตในประเทศไทย รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไทยมาโดยตลอด แม้จะมีคนบอกเราว่าไม่ใช่คนไทยก็ตาม หนูไม่เคยคิดว่าการที่พ่อแม่ของหนูเป็นพม่า จะทำให้พวกหนูเป็นคนที่กระทำผิดกฎหมาย"

"เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่พวกหนูรู้ว่าเราสามารถทำสิ่งดีๆ ให้แก่แผ่นดินที่เราอาศัย เราอยากให้ผู้ใหญ่ให้โอกาส มองเราเป็นเด็กที่ควรได้รับการคุ้มครองเหมือนเด็กไทยคนอื่นๆ หากเด็กต่างด้าวเกิดในประเทศไทย พวกเราควรจะได้ใบสูติบัตร มีโอกาสได้เรียนหนังสือ และได้พัฒนาตามความสามารถ พวกเราขอเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเห็นคุณค่าของเรา เราจะเติบโตมาเป็นคนดี และจะทำประโยชน์ให้ประเทศไทย กรุณาระงับการออกกฎหมายใดๆ ที่จะทำให้พวกเราตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงและเป็นอันตราย”

นี่คือหนึ่งเสียงเล็กๆ ตัวแทนของเด็กไร้สัญชาติหรือเด็กเคลื่อนย้ายในจำนวนอีกนับไม่ถ้วนที่ออกมาขอความเห็นใจ ในวาระที่กระทรวงมหาดไทยพยายามผลักดันร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดฐานะและเงื่อนไขการอยู่ในราชอาณาจักรของผู้ไม่มีสัญชาติไทยให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าว กำหนดให้เฉพาะกลุ่มเด็กที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย ได้สิทธิอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเช่นเดียวกับบิดาและมารดา ภายในระยะเวลาที่บิดาและมารดาได้รับอนุญาต ส่วนเด็กที่เกิดในประเทศไทย แต่ไม่ได้รับการจดทะเบียนหรือถือสัญชาติไทย จะถือว่า