ปีที่ 20 ฉบับที่ 612 วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2551



บนเก้าอี้ตัวนั้น

ณัฏฐพล ศุภวงศ์ เมื่องานดีไซน์ผสาน 'อินเตอร์แอคทีฟ'

: ไกวเปล

ในแวดวงวิชาการ ชื่อของคุณ ณัฏฐพล ศุภวงศ์ เป็นที่รู้จักในฐานะอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (วิทยาเขตหัวหมาก) ในโลกของสื่อสมัยใหม่ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในฐานะ 'นักออกแบบสื่อสมัยใหม่' ที่นำความรู้ด้าน Interactive ที่ได้ศึกษามาจาก MFA in Design & technology Parson The New School for Design มาประยุกต์ใช้ทั้งกับงานสถาปัตยกรรม งานศิลปะ และงานบันเทิง

# อินเตอร์แอคทีฟคืออะไร

ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจอาจจะมองว่าอินเตอร์แอคทีฟ คือ การตอบสนอง คือทำอะไรไปแล้วตอบสนองกลับมา เช่น ในโทรทัศน์ให้ส่งข้อความสั้นมาคุยกัน ก็เป็นการอินเตอร์แอคทีฟระหว่างคนดูกับสื่อ

แต่งานอินเตอร์แอคทีฟที่กำลังจะเข้ามาใหม่ที่เป็นงานที่ผมทำในช่วงนี้ เป็นงานที่อาจจะคล้ายๆ กัน คือ ออกในลักษณะของตัวพื้นที่จริงๆ เราจะไม่พูดถึงงานอินเตอร์แอคทีฟบนหน้าจอ ไม่พูดถึงงานจอภาพระบบสัมผัส หรือเข้าไปในอินเทอร์เน็ตแล้วเล่นเวบไซต์ งานที่ผมทำไม่ว่าจะเป็นงานสื่อต่างๆ หรืองานสถาปัตยกรรมต่างๆ จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่มาใช้งาน มีเรื่องของการทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวประมวลผลในการที่จะรับรู้ข้อมูลต่างๆ เซ็นเซอร์ต่างๆ อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เข้ามารวมกับงานดีไซน์มากขึ้น

# อินเตอร์แอคทีฟสามารถนำมาใช้งานอะไรได้บ้าง

อยากจะให้มองเป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับงานดีไซน์มากกว่า พื้นฐานผมเป็นด้านดีไซน์อยู่แล้วทางด้านเทคโนโลยีที่เขาพัฒนาไปเรื่องของไอทีต่างๆ ทางวิศวะเขาก็ศึกษาและพัฒนาไป ในฐานะของดีไซเนอร์ตอนนี้ก็ต้องมองว่าเราจะมีอะไรใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้กับงานดีไซน์บ้าง ดีไซเนอร์ หรือสถาปนิกหลายๆ คนก็พยายามดึงเอาสิ่งเหล่านี้เข้ามาใช้กับตัวอาคารมากขึ้น

สมมติเราพูดถึงเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) หรือระบบการระบุด้วยคลื่นวิทยุ หรือพูดถึงอินเทอร์เน็ต ในส่วนของผมก็จะดึงสิ่งเหล่านั้นกลับมาใช้กับงานดีไซน์ เช่น เอา RFID มาใส่ไว้ในเก้าอี้ตัวหนึ่งที่จะทำให้เกิดการรับรู้ต่างๆ ได้ว่าเมื่อมีคนมาใช้งาน หรือเซ็นเซอร์จับที่เฟอร์นิเจอร์อันหนึ่งจะทำให้ห้องมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

# ทำไมสนใจงานด้านนี้

ผมเริ่มมองว่าการเรียนสถาปัตยกรรมในระดับปริญญาตรีได้เรียนรู้เรื่องของพื้นฐานการออกแบบ เรื่องเกี่ยวกับคน เกี่ยวกับสังคม ที่เกี่ยวกับการออกแบบรูปลักษณ์ของอาคาร แต่ผมอยากจะทำอะไรที่เป็นอะไรที่มีการพัฒนา มีการเปลี่ยนแปลง และมีเรื่องของงานที่ตื่นเต้นนิดหนึ่ง เพราะสถาปัตยกรรมถึงจุดหนึ่งแล้ว ถ้าเราต้องออกแบบ ในทางปฏิบัติมันจะกลับไปเรื่องของรายละเอียดเยอะ ซึ่งค่อนข้างจะยึดตามกฎหมายตามโครงสร้างอะไรหลายๆ อย่าง ผมก็มองว่าเทรนด์ใหม่ของสถาปัตยกรรมอาจจะดึงเรื่องของดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามา ผมเลยไปศึกษาต่อปริญญาโททางด้านนี้ สุดท้ายก็ต้องกลับมาเรื่องของการสอนนักศึกษา หรือในการที่เราจะเอาสิ่งเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับสถาปัตยกรรมยุคใหม่ได้อย่างไร

#อินเตอร์แอคทีฟทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมอย่างไร

มองง่ายๆ พวกระบบ Home Automation ต่างๆ ตอนนี้มีหลายๆ คอนโดมิเนียมในเมืองไทยที่เหมือนกับเดินเข้าไปแล้วไฟของห้องเปลี่ยนเป็นอารมณ์หนึ่ง พอกดอีกปุ่มหนึ่งอยากจะให้เป็นปาร์ตี้โหมด ไฟเปลี่ยนเป็นอีกโหมดหนึ่ง จริงๆ แล้วหลักการคล้ายๆ กันคือ เอาเทคโนโลยีมาใช้กับงานดีไซน์มันก็มีการอินเตอร์แอคทีฟกับอินพุทที่เราใส่เข้าไป แต่อาจจะพัฒนาได้มากกว่านั้น เช่น แทนที่เราจะไปกด หรือไปสั่งงานทางคอมพิวเตอร์ตามปกติ ระบบอินเตอร์แอคทีฟอาจจะมีการรับข้อมูลของเราโดยให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น สมมติแค่เราเดินเข้ามาห้องจะรับรู้เลยว่าเราต้องการอะไรและจะตอบสนองสิ่งนั้น ตอนนี้ที่เรามองเห็นชัดๆ จะมีอยู่ไม่กี่อย่างที่เพิ่งเอาเทคโนโลยีตรงนี้มาใช้ คือเรื่องของระบบไฟ ระบบเสียง หรืองานระบบต่างๆ ที่อยู่ในบ้าน แต่จริงๆ แล้วมันก็อาจจะไปพัฒนาประยุกต์ใช้งานเรื่องของระบบมอเตอร์ควบคุมการเปิดปิดของหน้าต่าง เช่น อาจจะมีบานเกล็ดของหน้าต่างที่ตอบสนองต่อแสงอาทิตย์ เมื่อมีแดดส่องเข้ามา บานเกล็ดก็จะปรับองศาตามโดยที่มนุษย์ไม่ต้องมีการสั่งงาน

# หมายความว่าอินเตอร์แอคทีฟในงานสถาปัตยกรรมตอบสนองการใช้งานเป็นหลักใช่ไหม

ใช่ครับ ตอนนี้จะมีเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ออกมา หรือคนที่ประยุกต์ใช้งานก็จะเป็นเรื่องของประโยชน์ใช้สอยเป็นส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้สังเกตได้ หลายโรงเรียนในเมืองนอก หลักสูตรสถาปัตยกรรมของเขาก็เริ่มเอาโจทย์พวกนี้มาให้เด็กทำ อาจจะเป็นลักษณะของเรื่องรูปแบบรูปลักษณ์ของตัวตึกเปลี่ยนไปตามอะไรก็ตามแต่ คือตอนนี้ถ้ามองในเรื่องของการใช้งานก็อาจจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เราเห็นๆ กันอยู่ แต่ผมเชื่อว่าในอนาคตงานของนักศึกษา หรือสถาปนิกรุ่นใหม่ๆ จะมีงานที่ตอบสนองกับเรื่องราวของเทคโนโลยีและอินเตอร์แอคทีฟมากยิ่งขึ้น เพราะว่าอย่างที่เรารู้คือ หลายๆ โรงเรียนจะติดตามว่าตอนนี้โลกมีอะไร และจะเอาสิ่งเหล่านั้นมาสอนเด็ก ผมว่าก็เหมือนกับสถาปัตยกรรมช่วงหนึ่งที่มีเทคโนโลยีของการทำคานเหล็ก คนก็เริ่มดีไซน์ตึกที่มีการใช้โครงสร้างเหล็กมากขึ้น ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่เราพูดถึงดิจิทัลเทคโนโลยีแล้วเราทำสถาปัตยกรรมก็ต้องตอบสนองกับพฤติกรรมของคนและเรื่องของเทคโนโลยี

# งานอินเตอร์แอคทีฟที่ทำอยู่ช่วงนี้มีอะไรบ้าง

มีหลายประเภทมาก ตั้งแต่งานปาร์ตี้จนงานออกแบบตึก งานลักษณะของงานเล่นวิชวลตามคอนเสิร์ต แต่วิชวลของผมจะไม่เหมือนกับการที่เราจะไปเปิดคลิป หรือเหมือนกับที่เขาเล่นกันทั่วไป คือผมจะเอาไอเดียของอินเตอร์แอคทีฟเข้าไปใส่ เช่น แทนที่เราจะเตรียมอัดคลิป หรือสร้างแอนิเมชันขึ้นมาเพื่อเตรียมไปเปิด ผมก็จะเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างภาพขึ้นมาจากภาพอินพุทจริงๆ ของการเคลื่อนไหวของผู้คนในงานให้เกิดเป็นภาพบนจอ...

ถ้าเรามองคอนเสิร์ตทั่วๆ ไปจะมีเรื่องของแสงสีที่เมื่อก่อนจะเป็นระบบโปรแกรมไฟอยู่แล้ว งานที่ผมจะไปทำส่วนใหญ่จะไม่ได้ลงในคอนเสิร์ตใหญ่ที่มีระบบไฟระบบภาพเต็มที่อยู่แล้ว แต่งานคอนเสิร์ตหรือปาร์ตี้เล็กๆ เป็นช่องทางหนึ่งซึ่งทำให้เราได้เอางานไอเดียงานศิลปะต่างๆ เข้าไปใส่ด้วย...โจทย์มันก็สนุกเหมือนกัน เพราะโจทย์ของอินเตอร์แอคทีฟเป็นอะไรที่คนต้องเข้าไปเล่นด้วย ต้องมีอินพุทอะไรบางอย่าง มันก็เข้ากันได้ประมาณหนึ่งกับงานปาร์ตี้พวกนี้ อย่างงานแรกผมทำเป็นจอภาพอันหนึ่งพอคนเอาเงาเข้าไปบนหน้าจอ ภาพของเขาจะถูกเปลี่ยนเป็นควันแล้วลอยขึ้นไป...

มีงานสเกลใหญ่ๆ เช่น ทำจอภาพของพานาโซนิคซึ่งน่าจะเห็นกันภายในปีนี้หน้าตึกของเซ็นทรัลเวิลด์ จะเป็นแผงไฟที่เอาหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์มาเปิดเป็นแพทเทิร์นตามโปรแกรมที่เราตั้งไว้ และมีลักษณะของบ้านเป็นโครงการที่ทางคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญและการไฟฟ้าร่วมมือกัน เป็นโครงการศึกษาเรื่องของการใช้ไฟว่าประหยัดลงหรือไม่ หรือพฤติกรรมคนที่จะสอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ...เป็นบ้านที่เราจะเอาเทคโนโลยีเข้าไปใส่ โดยที่ผมจะเชื่อมโยงระหว่างการออกแบบตัวอาคารและการประยุกต์เอาเทคโนโลยีมาใช้กับพฤติกรรมของคน...

พอเรามองเรื่องของบ้านประหยัดไฟก็จะมองแบบหนึ่ง แต่พอเป็นเรื่องเทคโนโลยีก็จะมองว่าเป็นอะไรที่ฟุ่มเฟือยด้านการใช้พลังงานเหมือนกัน โจทย์ของเรา เราอาจจะไม่ได้มองว่าเราจะประหยัดพลังงานได้อย่างไร แต่เรามองว่าเราจะใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามากที่สุด เพราะเราต้องดูพฤติกรรมคน ทุกวันต้องดูโทรทัศน์ ต้องเช็คอินเทอร์เน็ต เราก็จะออกแบบระบบพวกนี้ แทนที่จะใช้กำลังไฟบ้านปกติ อาจจะแปลงไฟทุกอย่างเป็นอีกระบบหนึ่งเพื่อจะให้เกิดการประหยัดในการใช้งานกับพวกอุปกรณ์ดิจิทัลอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการค้นคว้าวิจัยเพื่อมองหาแนวทางใหม่ๆ

# งานอินเตอร์แอคทีฟวัดความสำเร็จของงานอย่างไร

ผมว่าความสำเร็จของงานวัดได้ 2 อย่าง อย่างแรกคือเมื่อเราทำตามที่เราตั้งใจแล้วมีคนมาตอบสนองตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน สมมติเราตั้งใจว่าเป็นงานศิลปะอยู่ในอาร์ตแกลลอรีหรือว่างานคอนเสิร์ตงานปาร์ตี้ต่างๆ เรื่องราวมันจะเปลี่ยน ถ้าเราออกแบบได้ตอบโจทย์และมีคนมาเข้าใจงานและตอบสนองได้อย่างชัดเจน ตรงนั้นผมว่าถือว่างานประสบความสำเร็จประมาณหนึ่งแล้ว

เรื่องที่สอง ส่วนใหญ่งานประเภทนี้ตอนนี้จะเห็นได้ว่าตามเวบไซต์จะมีบล็อกมากมายที่โพสต์งานอินเตอร์แอคทีฟที่น่าสนใจ งานไหนที่ได้ขึ้นไปอยู่บนบล็อกที่เขาเห็นว่าน่าสนใจ ผมว่าตรงนั้นประสบความสำเร็จ...

น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ศิลปินไทยมีกำลังใจในการทำงานซึ่งตอนนี้มีหลายคนเหมือนกันที่พยายามจะทำงานทางด้านนี้ ทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ของธรรมศาสตร์ก็มุ่งทางด้านนี้มาเป็นแผนกหนึ่งเลย ผมว่าภายใน 2-3 ปี หรือว่าภายใน 5 ปี จะมีงานประเภทนี้ออกมาในเมืองไทยมากขึ้น...

Home




About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy

copyright @ NKT NEWS CO.,LTD.
All Right Reserved, Contact us : ktwebeditor@nationgroup.com