ปีที่ 20 ฉบับที่ 6900 วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2550



บ้านในตึกแถว

เรื่อง : วลัญช์ สุภากร ภาพ : จิระศักดิ์ ทองหยวก

อาคารพาณิชย์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า 'ตึกแถว' ส่วนใหญ่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองการทำการค้าในย่านชุมชน ไม่น่าเหมาะที่จะทำเป็นที่อยู่อาศัยให้สะดวกสบายเหมือนบ้าน แต่สำหรับ 'ดร.ดาวิษี บุญธรรม' สถาปนิกและอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลับเห็นว่าตึกแถวคืองานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงความเป็นเมืองและมีเสน่ห์ในตัวเอง และต้องการซื้อห้องแถวเพื่ออยู่อาศัย

การสร้างตึกแถวเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวกันว่าได้แบบมาจากตึกแถวสไตล์โคโลเนียลในเมืองปีนังและสิงคโปร์ โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่มีที่ดินติดริมถนนร่วมกันสร้างตึกแถว เพื่อให้บ้านเมืองดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม

ตึกแถวในยุคแรกจึงเป็นภาพลักษณ์ของความทันสมัย เพราะทั้ง ถนน และ ตึกแถว เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นกับเมืองในช่วงเวลานั้น

ยุคต่อมา ตึกแถวกลายเป็นอาคารที่ตอบรับกับความต้องการของประชากรระดับกลางที่ต้องการทำการค้า จึงทำให้การสร้างตึกแถวได้รับความนิยม และเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ง่ายและคืนทุนเร็วอีกด้วย ทำให้การก่อสร้างตึกแถวดำเนินต่อเนื่องติดต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย มีพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ใช้ในการก่อสร้างรวมทั้งรูปแบบของตัวอาคาร

ตึกแถวยุคเริ่มต้นส่วนใหญ่เป็นอาคารสองชั้น บันไดไม้ พื้นไม้ โครงหลังคาไม้ วงกบและบานหน้าต่างเป็นไม้ ด้านหน้าอาคารประดับลวดลายปูนปั้น ประตูทางเข้าชั้นล่างเป็นบานเฟี้ยมไม้

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตึกแถวในเมืองไทยเริ่มพัฒนาขึ้น ประเทศสามารถผลิต 'เหล็กเส้น' ได้เอง ตึกแถวจึงวิวัฒนาการตามความทันสมัยของเทคโนโลยี สามารถสร้างตึกแถวได้สามถึงสี่ชั้น พัฒนาหลังคามุงกระเบื้องเป็นหลังคาแบนในลักษณะดาดฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็ก เริ่มมีระเบียงบนชั้นที่สองขึ้นไป และมีประตูเปิดออกมาที่ระเบียงด้านนอกได้ ตึกแถวยุคนี้เกิดพร้อมโรงภาพยนตร์และมีการใช้ตึกแถวลักษณะนี้เรียงเป็นศูนย์การค้า เช่น ที่สยามสแควร์ วังบูรพา เป็นยุคเฟื่องฟูของตึกแถวในประเทศไทย

ต่อมาเมื่อวงการก่อสร้างพัฒนาอย่างก้าวกระโดดหลังปีพ.ศ.2525 เศรษฐกิจพองตัว เกิดการก่อสร้างอาคารลักษณะใหม่ๆ เช่น อาคารสำนักงานที่เป็นตึกสูง ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ทำให้ตึกแถวในเมืองถึงยุคล้นตลาด ตึกแถวจึงทยอยออกไปผุดตามชานเมือง ขณะเดียวกันตึกแถวก็พัฒนาถึงขีดสุด คือสร้างได้ถึง 4-5 ชั้น ก่อสร้างด้วยวัสดุทันสมัย บันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ราวบันไดราวกันตกเป็นวัสดุทนไฟ ประตูหน้าต่างมีทั้งที่เป็นกรอบไม้-กรอบอะลูมิเนียม มีทั้งบานเปิดและบานเลื่อน

ปัจจุบันแทบไม่มีการก่อสร้างตึกแถวในเขตเมืองอีกแล้ว ที่สร้างกันก็มีแต่คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานตึกสูง และห้างสรรพสินค้า ตึกแถวในเมืองดูเป็นสิ่งก่อสร้างที่พ้นยุค ทำการค้าก็ลำบากเนื่องจากไม่มีที่ให้ลูกค้าจอดรถ จะอยู่อาศัยก็ไม่น่าอยู่เพราะตึกแถวมักมีหน้าแคบ เหมือนกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ เรียงติดกันเป็นพืด เสียงดัง ฯลฯ แต่สำหรับ ดร.ดาวิษี บุญธรรม กลับมีความคิดที่แตกต่างออกไป โดยเห็นว่าตึกแถวคืองานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงความเป็นเมืองและมีเสน่ห์ในตัวเอง ตั้งใจตั้งแต่เมื่อครั้งศึกษาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสว่า หากกลับเมืองไทยเมื่อใด จะซื้อห้องแถวเพื่อปรับปรุงเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง

ดร.ดาวิษี ซื้ออาคารพาณิชย์หรือตึกแถวขนาดสี่ชั้นใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปรับปรุงเป็น 'บ้านหลังแรกในชีวิต' โดยจัดสรรพื้นที่บริเวณชั้นล่างและชั้นที่สองเป็นแหล่งสร้างรายได้ด้วยการให้เช่าทำธุรกิจ และออกแบบต่อเติมตั้งแต่ประตูชั้นล่างเพื่อแยกทางเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยบนชั้นที่สามเพื่อความเป็นส่วนตัว

ดร.ดาวิษีเล่าว่า พื้นที่ชั้นสามเป็นหัวใจของบ้านหลังนี้ เนื่องจากประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่น มุมทำงานขนาดเล็ก ส่วนรับประทานอาหารและครัวอยู่รวมกัน ส่วนชั้นที่สี่มีเพียงส่วนสำหรับนอนกับระเบียงนั่งเล่นที่ออกแบบให้เป็นสวนขนาดย่อม เพราะเน้นการพักผ่อนอย่างเดียว

ภาพรวมของการตกแต่งเน้นความเรียบง่ายตามลักษณะนิสัยส่วนตัวที่ชอบอะไรแบบดิบๆ ง่ายๆ ผนังภายในส่วนใหญ่เลือกใช้แผ่นไม้อัดกั้น อาจไม่แข็งแรงมากนัก แต่ก็ใช้งานได้ในระยะเวลา 4-5 ปี พื้นทั่วไปทาอีพ็อกซี่สีขาว ซึ่งดูแลรักษาง่าย เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านล้วนเป็นของเก่าที่หาซื้อมาจาก 'วัดสวนแก้ว' ซึ่งมีราคาถูก แต่สภาพอาจไม่เต็มร้อย ก็นำมาตกแต่งให้ดูเหมือนใหม่และพร้อมเสมอสำหรับการใช้งาน

ด้วยรูปแบบการตกแต่งที่มีลักษณะเฉพาะตัวผสมผสานกับไอเดีย ทำให้ตึกแถวแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ เพราะเจ้าของบ้านเน้นที่ประโยชน์ใช้สอย กับการปรับปรุงอาคารที่สามารถทำเองได้จริง ไม่ต้องทุบรื้อให้เสียสภาพ ภาพทั้งหมดจึงเกิดขึ้นบนความเรียบง่ายกับสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง

ด้วยความที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมของตึกแถว ดร.ดาวิษีทำงานร่วมกับ 'สำนักพิมพ์บ้านและสวน' เขียนหนังสือคู่มือการจัดและตกแต่งชื่อ ซิตี้โฮม (City home) รวบรวมแนวคิดในการตกแต่งตึกแถวผ่านเจ้าของห้องที่ตกแต่งห้องเองอย่างมีเอกลักษณ์และดีไซน์ ทั้งแนวโมเดิร์น แนวจีนเรโทร แนวอบอุ่น แนวเก๋ไก๋สไตล์ชิค พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 50-3,000 ตารางเมตร พร้อมด้วยภาคความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตึกแถว ห้องน้ำในตึกแถว ระบบไฟฟ้า-น้ำประปาในตึกแถว การแก้ปัญหาเรื่องเสียง-ฝุ่น-พื้นทรุด การจัดระเบียบคอมเพรสเซอร์ การต่อเติมชั้นบนสุด ข้อคิดในการลงทุนซื้อตึกแถว

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่คิดจะอยู่อาศัยในตึกแถว ต้องทำความเข้าใจเรื่องแนวคิดของ การอยู่ในเมือง ให้ได้เสียก่อน เนื่องจากตึกแถวเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักและสายรองเป็นส่วนใหญ่ ผู้พักอาศัยต้องยอมรับสภาพความพลุกพล่านของยวดยานพาหนะและสิ่งรบกวนที่มาจากถนนให้ได้ เช่น เสียง ฝุ่น แล้วจึงค่อยเลือกทำเล ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเรื่อง ที่จอดรถ ตึกแถวในเมืองที่ตั้งติดถนนสายหลักอาจไม่สามารถจอดรถริมถนนได้ ก่อนซื้อห้องแถวจึงต้องสำรวจให้ดีก่อนว่าสามารถแก้ปัญหาเรื่องที่จอดรถได้หรือไม่

ดร.ดาวิษีแนะนำด้วยว่า ตึกแถวที่มีอยู่ในปัจจุบันบางแห่งมีอายุกว่า 40-50 ปี หากต้องการซื้อห้องแถวโบราณเพราะต้องการอนุรักษ์อาคารเก่า หรือเป็นคนชอบสะสมของยุคซิกซ์ตี้ส์หรือเซเว่นตี้ส์ ควรเลือกตึกแถวคูหาที่ยังไม่มีการต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนรูปด้านหน้าอาคาร และพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบ เช่น

# ต้องดูว่า สภาพอาคาร รวมถึง วัสดุต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เช่น มีรอยร้าว ปูนกะเทาะออกจนเห็นเหล็กเส้นภายในหรือไม่ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและท่อน้ำประปา หากสภาพอาคารย่ำแย่ ผู้ซื้อสามารถต่อรองราคาให้ถูกลงได้

# และต้องดูด้วยว่าอาคารที่จะซื้อมี การต่อเติม ไว้อย่างไร วัสดุที่ใช้คงทนถาวรหรือไม่ บางครั้งมีการต่อเติมลูกกรงเหล็กดัดกันขโมย หรือมีการตีแผงอะลูมิเนียมปิดด้านหน้าอาคารทั้งหมดเพื่อทำป้ายโฆษณา

# รวมทั้งต้องพิจารณาว่าตึกแถวนั้นมี ทางหนีไฟ ด้านหน้าหรือด้านหลังหรือไม่อย่างไร

# ทิศทางลม กับ แสงแดด มีผลต่อตัวอาคารอย่างไร ลองเปิดช่องด้านหน้าและด้านหลังดูว่ามีลมพัดผ่านตลอดตัวอาคารหรือไม่ ลองปิดและเปิดหน้าต่างสลับชั้นเพื่อดูว่ามีอากาศไหลถ่ายเทในช่องบันไดหรือไม่ ถ้าด้านหน้าหรือด้านหลังห้องแถวมีตึกตั้งประชันซึ่งอาจเป็นตัวบังลม นั่นหมายถึงความอับชื้นและการระบายอากาศที่ไม่ดีของตึกแถว

# พิจารณา เพื่อนบ้านห้องข้างเคียง ต้องดูด้วยว่ากิจกรรมหรือการค้าของเขาจะรบกวนการอยู่อาศัยของเราหรือไม่ ควรเลี่ยงการอยู่อาศัยใกล้ห้องแถวที่มีกิจกรรมก่อให้เกิดเสียงดังและมลพิษ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน เป็นการเลือกสภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านไปในตัว

ตึกแถวถึงแม้จะมีรูปลักษณ์คล้ายกล่องสี่เหลี่ยมยาวๆ หน้า(บ้าน)แคบ หน้าต่างน้อย หากปรับแต่งด้วยความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถทำให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่มีสไตล์ มีประโยชน์ใช้สอย และน่าอยู่ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล

อีกทั้งยังได้อยู่ในย่านใจกลางเมืองอีกด้วย

Home




About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy

copyright @ NKT NEWS CO.,LTD.
All Right Reserved, Contact us : ktwebeditor@nationgroup.com