กรุงเทพธุรกิจ

PR Center

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

“เพียวริคุ” ผู้นำคุณภาพและนวัตกรรมชาขาวพร้อมดื่ม

ภาพประกอบข่าว
TOOLS

“เพียวริคุ” ผู้นำคุณภาพและนวัตกรรมชาขาวพร้อมดื่ม ชิงเปิดตลาดชาสมุนไพร ปลื้มกระแสตอบรับดีเกินคาด กวาดลูกค้าใหม่เพียบ

 

 “เพียวริคุ”  ปลื้มกระแสตอบรับชาสมุนไพร “เพียวริคุ เฮอร์เบิลที” ดีเกินคาด  ยอดขายพุ่งพรวดทะลุเป้าหมาย  เผยนำร่องเปิดตลาดสร้างความได้เปรียบ ช่วยสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มทั้งกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ และนักศึกษา ขณะที่แบรนด์ดังจ่อเปิดตัวตามเพียบ ปลุกตลาดเครื่องดื่มแสนล้านคึกคัก

  นางสาวสุวรรณดี  ไชยวรุตม์  ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ที. ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด  ผู้ผลิตชาขาวพร้อมดื่ม ภายใต้ชื่อ “เพียวริคุ” เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้พัฒนาและวางจำหน่าย “เพียวริคุ เฮอร์เบิลที ”  (Puriku Herbal Tea) ชาขาวผสมสมุนไพรพร้อมดื่มรายแรกของเมืองไทย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา พบว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี  เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้บริษัทมีแผนรุกตลาดต่อเนื่อง  และเพิ่มร้านค้าให้ครอบคลุมทุกช่องทาง เพื่อให้ลูกค้าสามารถหาซื้อได้สะดวกยิ่งขึ้น

 อย่างไรก็ดี การตัดสินใจพัฒนาและวางจำหน่ายชาพร้อมดื่มสมุนไพรรายแรกของเมืองไทย ถือเป็นความท้าทายแต่ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพ รสชาติ และคุณสมบัติของเพียวริคุ  เฮอร์เบิลที ทำให้บริษัทเชื่อมั่นว่าจะเป็นเครื่องดื่มที่ถูกใจผู้บริโภคคนไทย เพราะจากการศึกษาตลาดมานานนับปี พบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยต้องการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  แต่ที่ผ่านมาพบว่ายังไม่มีเครื่องดื่มชนิดใดสามารถตอบโจกย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง

จุดเด่นของเพียวริคุ เฮอร์เบิลที คือการคัดสรรสมุนไพรฤทธิ์เย็นทั้ง 6 ชนิด มาผสมผสานได้ทั้งคุณสมบัติ และรสชาติที่ลงตัว ประกอบไปด้วย ดอกสายน้ำผึ้ง  (Honeysuckle) ช่วยขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้แผลในปาก  หล่อฮั้งก้วย (Luo Han Guo) บรรเทาอาการไอ เจ็บคอ แก้ท้องผูก ดอกเก๊กฮวยขาว (White Chrysanthemum) แก้หวัดแดด แก้ร้อนในทรวงอก ช่วยให้ตาสว่าง

 ใบหม่อน (Mulberry Leaves) ขับลมร้อน แก้เจ็บคอ และคอแห้ง แก้ไอร้อนเนื่องจากถูกลมร้อนกระทบ ชะเอมเทศ (Licorice Root) ใช้รักษากระเพาะที่มีกรดมากเกินไป แก้พิษที่ได้รับจากสมุนไพร หรืออาหารบางชนิด เฉาก๊วย (Grass Jelly) แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยขับลม  ซึ่งล้วนเป็น“สมุนไพรฤทธิ์เย็น” หรือ “จับลี้ยง” ซึ่งชาวจีน ยกให้เป็นเครื่องดื่มเทพเจ้า เพราะช่วยแก้ร้อนใน และสร้างสมดุลให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี

“การวางจำหน่ายเพียวริคุ เฮอร์เบิลที เมื่อปลายปีก่อนถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมาก เพราะแม้เพียวริคุ เฮอร์เบิลทีจะเป็นชาสมุนไพรพร้อมดื่มรายแรกของประเทศไทย แต่ด้วยความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์เพียวริคุ  ตลอดจนรสชาติ และคุณสมบัติของเพียวริคุ เฮอร์เบิลที ทำให้ถูกปาก  และถูกใจผู้บริโภคเป็นอย่างดี  โดยเฉพาะพบว่ามีลูกค้าใหม่ๆ  หันมาดื่มเพียวริคุ เฮอร์เบิลทีเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ และนักเรียน นักศึกษา ที่เคร่งเครียดกับการทำงานและการเรียนอย่างหนัก จนทำให้เกิดภาวะร้อนใน การเลือกดื่มเพียวริคุ  เฮอร์เบิลที จึงเป็นทางเลือกที่แก้ปัญหาได้สะดวก  และรวดเร็วที่สุด เพราะหาซื้อง่าย  ดื่มง่าย รสชาติอร่อย” นางสาวสุวรรณดี กล่าวและว่า

พฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจต่อสุขภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เครื่องดื่มประเภทฟังก์ชั่นนอล ดริ๊งค์ได้รับความนิยมมากขึ้นตามไปด้วย  และเชื่อว่าในปีนี้ตลาดชาสมุนไพรพร้อมดื่มจะคึกคัก จากการที่มีผู้ประกอบการหันมาทำตลาดมากขึ้น

อีกปัจจัยที่ทำให้เพียวริคุ เฮอร์เบิลทีประสบความสำเร็จคือ การทำตลาดเชิงรุก 360 องศา ทั้งอะเบิฟ เดอะ ไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ  และบีโลว์ เดอะ ไลน์ การทำกิจกรรม ณ จุดขาย  การแจกชิม  รวมไปถึงการทำกิจกรรมผ่านทางออนไลน์ มาร์เก็ตติ้ง โดยจะมี “น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” เป็น Brand Influencer บอกเล่าเรื่องราว...สื่อสารข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ไปถึงตัวกลุ่มเป้าหมายหลักได้อย่างทั่วถึง เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องดื่มของเมืองไทย  และ “เพียวริคุ เฮอร์เบิลที” เป็นชาพร้อมดื่มสมุนไพรชนิดแรกที่ออกวางจำหน่าย

สำหรับในปี 2555 ตลาดเครื่องดื่มโดยรวมซึ่งมีมูลค่ากว่า  1 แสนล้านบาท มีการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 9.9 โดยกลุ่มที่มีการเติบโตมากที่สุดคือชาพร้อมดื่ม เติบโตร้อยละ 36.7  รองลงมาได้แก่  เครื่องดื่มเกลือแร่ เติบโตร้อยละ 20.2 น้ำอัดลม  ร้อยละ 12.1 กาแฟพร้อมดื่ม ร้อยละ 1.5  ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ถูกจับตามองว่าจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอนาคต ซึ่งตั้งแต่ช่วงกลางปี 2555 มีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ถูกพัฒนาออกวางจำหน่ายจำนวนมาก รวมถึงตลาดชาพร้อมดื่ม ภายใต้แบรนด์ “เพียวริคุ เฮอร์เบิลที” ด้วย        
 
  ในปี 2556 ตลาดเครื่องดื่มหลายประเภท เริ่มพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ต้องการสร้างความแตกต่าง เพื่อใช้เป็นจุดขายให้กับผลิตภัณฑ์ มั่นใจว่าในปีนี้ตลาดชาพร้อมดื่ม จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากผู้ประกอบการรายใหญ่  รวมทั้งการพัฒนาชาสมุนไพรพร้อมดื่มออกสู่ตลาดมากขึ้น เพื่อตอบรับกับความต้องการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

  โดยคาดการณ์ว่าตลาดชาพร้อมดื่มปี 2556 จะมีการเติบโตร้อยละ 20 เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีการเติบโตร้อยละ 36.7 จากมูลค่าตลาดรวม 11,500 ล้านบาท อนึ่ง  จากการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคคนไทยให้การยอมรับและเลือกดื่ม ชาสมุนไพร เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอันดับต้นๆ  โดยพบว่าผู้บริโภคที่ดื่มชาสมุนไพร ร้อยละ 60 เป็นกลุ่มผู้หญิง ขณะที่ผู้ชายมีสัดส่วนร้อยละ 40  ส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 31-40 ปี ร้อยละ 41 รองลงมาได้แก่ ผู้มีอายุ 21-30 ปีร้อยละ 40 , อายุ 41-50 ปี ร้อยละ 16 และอายุ 51-60 ปี ร้อยละ 3
  

“ในประเทศพัฒนาแล้ว ให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างมาก ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทั้งประเทศในแถบยุโรป อเมริกา และเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น และเกาหลีตลาดเติบโตมากเป็นเท่าตัว ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ให้ทั้งความสดชื่นและคุณประโยชน์ต่อสุขภาพไปพร้อมกัน จึงมองเห็นเป็นโอกาสที่จะเติบโตเพิ่มมากขึ้นในอนาคต”  นางสาวสุวรรณดี   กล่าวและว่า
 

 ความนิยมต่อเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีผู้ประกอบการหันมาพัฒนาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพออกวางจำหน่ายมากขึ้น