กรุงเทพธุรกิจ

PR Center

วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

"โรคริดสีดวงทวาร" ... ไม่ใช่เรื่องน่าอาย

TOOLS

โรคริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่น่าอาย ทำให้ไม่กล้าพบหมอ จริงๆ แล้วโรคริดสีดวง ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย อย่างมากก็เจ็บ...

 

หลายคนคิดว่า โรคริดสีดวงทวาร เป็นโรคที่น่าอาย  ทำให้ไม่กล้าพบหมอ  จริงๆ แล้วโรคริดสีดวง  ไม่ได้มีอะไร

น่ากลัวเลย  อย่างมากก็เจ็บ... นพ.ธเนศ พัวพรพงษ์  ศัลยแพทย์โรงพยาบาลวิภาวดี กล่าวว่า 

ริดสีดวงทวาร เกิดจากการโตขึ้นกลุ่มของ เส้นเลือด และ เนื้อเยื่อ บริเวณส่วนปลายของลำไส้ตรง ที่เรียกว่า

hemorrhoidal tissue   ในคนปกติ จะมีริดสีดวง(hemorrhoidal tissue)ทุกคน    โดยจะอยู่บริเวณ ส่วนล่างของ

ทวารหนัก  (ลองนึกภาพ ถ้าเรานอนหงายแล้วกางขาออก  เหมือนท่าคนจะคลอดลูก  เปรียบเทียบกับ นาฬิกาด้านหน้า

เป็น 6 นาฬิกา ด้านหลังเป็น 12 นาฬิกา  ด้านซ้ายเป็น 3 นาฬิกา  ด้านขวาเป็น 9 นาฬิกา  

(ค่อยๆนึกครับ  วาดรูปประกอบก็ได้)  เนื้อเยื่อริดสีดวงปกติจะมีอยู่ 3 ตำแหน่ง  คือ ที่ 3 , 7 , และ 11 นาฬิกา  

(ที่บอกมี 3 หัวอะไรทำนองนี้ครับ) 
หน้าที่ปกติ  จะมีหน้าที่ ป้องกัน กล้ามเนื้อของทวารหนัก รวมทั้งหูรูด ระหว่าง ถ่ายอุจจาระ และช่วยให้ 
ทวารหนักปิดได้สนิท ในขณะที่เราอยู่เฉย 
 
  ริดสีดวง เกิดจากการโตขึ้น ของ เนื้อเยื่อ Hemorrhoid  ซึ่งสาเหตุแบ่งง่ายๆ เป็น 2 อย่างคือ 
1.เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดบริเวณนั้น 
2.เกิดจากการเพิ่ม ความดัน ต่อ กำบังลมด้านล่าง(Pelvic Floor)  นานๆ ซึ่งการเพิ่มความดัน ดังกล่าว เกิดได้จาก
 
การเบ่งอุจจาระบ่อยๆ จากท้องผูก  การยกของหนัก  การยืนนานๆ  รวมทั้งการตั้งครรภ์ จากการที่มีเด็กอยู่
ทำให้ เลือดไหลกลับไม่สะดวก 
  
จากสาเหตุดังกล่าวทำให้  กลุ่มเส้นเลือดดังกล่าว โตและ ยืดออก  ซึ่งการที่มีเลือดออกนั้นเกิดจาก การที่มี 
การบาดเจ็บของเส้นเลือด บริเวณดังกล่าว(Local Injury)  ที่เจอบ่อยๆเกิดจาก อุจจาระที่แข็งมากๆ ร่วมกับ 
การเบ่งนานๆ ทำให้จะมีเลือดสดๆ ไหลออกจากทวารหนัก 

เราแบ่งโรคนี้ออกเป็น 2  ชนิด คือ 

1.ริดสีดวงภายใน 

  คือริดสีดวง  ที่อยู่เหนือ เส้นสมมุติที่เรียกว่า dentate line(บริเวณแถวๆ รอยที่หยักๆครับ)จะมีลักษณะที่สังเกต
ง่ายๆ คือ
-จะคลุมด้วยเยื่อบุของทวารหนัก  ไม่ใช่ผิวหนัง ด้านนอก 
-จะไม่เจ็บ  ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน 
-ส่วนใหญ่มักเป็นอันนี้กัน

ริดสีดวงภายใน แบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ 

1.ไม่มีก้อนยื่นออกมานอกทวารหนัก 
2.มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ และหดกลับเข้าไปได้เอง 
3.มีก้อนยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่หดกลับเข้าไปต้องใช้มือช่วยดันเข้าไป 
4.มีก้อนยื่นออกมาและไม่สามารถใช้มือดันเข้าไปได้

2.ริดสีดวงภายนอก 

คือริดสีดวงที่อยู่ใต้เส้น Dentate line  สังเกตง่ายๆคือ

-จะเป็นก้อนทีอยู่ข้างนอก 
-ส่วนที่คลุมก้อน จะเป็นผิวหนัง  มักมีอาการคัน  และ เจ็บมากกว่า ริดสีดวงภายใน 
-หลังจากอาการหายไป บางครั้ง  ติ่งผิวหนังนั้นอาจยังอยู่ กลายเป็นติ่งเนื้อที่เรียกว่า Skin Tag
 
อาการของโรคนี้ที่มีพบแพทย์  มี 3 อาการ 
1.ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดสด
ลักษณะจะเป็นดังนี้คือ จะถ่ายอุจจาระออกมาก่อน ( ระหว่างถ่ายอาจจะเจ็บหรือไม่ก็ได้) จากนั้นจะมีเลือดสดๆ 
หยดออกมา ตามหลังจากอุจจาระ  เลือดจะเป็นเลือดสดจริงๆ มักไม่มีมูกเลือดปน
2.มีก้อนออกมาระหว่างถ่ายอุจจาระ
ขณะที่เบ่งอุจจาระ จะมีก้อนยื่นออกมา  หรือ มีก้อนออกมาตลอดเวลา  ขึ้นกับ ระยะที่เป็น
3.เจ็บบริเวณ ทวารหนัก
ปกติ  ริดสีดวงจะไม่เจ็บ  จะเจ็บในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นเลือดอุดตัน(Thrombosis) 
หรือ มีเนื้อเยื่อตาย(Necrosis)
 
การรักษาโรคริดสีดวงทวาร ขึ้นกับระยะที่เป็น 

ระยะ1
การรักษาใน ระยะนี้ ไม่ว่าจะเลือดออกหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการปฏิบัติตัว 
การใช้ยา จะเป็นพวก ยาที่ทำให้อุจจาระนุ่ม(Stool Softener)
อาจใช้ยาประเภท Steroid เหน็บทวารเพื่อลดการอักเสบ
การปฏิบัติตัว  คือ ทานอาหารมีกากมากๆ  ทานน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงการเบ่ง  หรือนั่งนานๆ 
มีบางแห่ง อาจใช้ Infrared ช่วย  แต่ไม่จำเป็นครับ
ระยะ2-3 ต้นๆ

การรักษาด้วยยา รวมทั้ง การปฏิบัติตัวเหมือนเดิม 
อาจใช้ยางชนิดพิเศษ รัดริดสีดวงทวาร ( Rubber Band Ligation) ซึ่งได้ผลดีมาก 
ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ทำได้บ่อยๆ  ภาวะแทรกซ้อนต่ำ
ระยะ 3ที่ใหญ่ๆ -4 ต้องผ่าตัดครับ
 
ระยะที่ต้องผ่าตัด คือ

1.เป็นระยะ 3ที่ใหญ่ หรือ ระยะ 4 
2.เป็นทั้ง ภายนอกและ ภายใน พร้อมกัน (Mixed Type)ซึ่งไม่สามารถ ที่จะใช้ยางรัดได้ (เพราะจะเจ็บมาก) 
3.มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นเลือดอุดตัน  ปวดมาก  หรือ หัวริดสีดวงเน่า จากการขาดเลือด 
นั่นคือ จะเห็นว่า  ถ้าเป็นไม่มากจริงๆ  ไม่ต้องผ่าตัดครับ  สามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ 
 
การป้องกัน

ขับถ่ายให้เป็นเวลา  ไม่ทำให้ท้องผูก 
กินอาหารที่มีกาก  ผักผลไม้  เพื่อช่วยในการขับถ่าย 
ดื่มน้ำมากๆ 
ถ้ามีอาการผิดปรกติ  รีบปรึกษาแพทย์ 
  
 
การที่เราต้องมาสนใจ เรื่องโรคริดสีดวง จริงๆ แล้วโรคริดสีดวง  ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวเลย  อย่างมากก็เจ็บ เลือด
ออกส่วนใหญ่มักจะไม่มาก แต่ที่มากๆ จน Shock ก็มีครับ  แต่ที่น่าจะระวังมากกว่านั้นคือ  เราอาจไม่ได้เป็นริดสีดวง
ก็ได้ 

อาการถ่ายเป็นเลือดสดนั้น  อาจเกิดได้จากหลายอย่าง เช่น โรคแผลที่ทวารหนัก(Anal fissure) ฯลฯ แต่ที่
น่ากลัวกว่า คือ เนื้องอก หรือมะเร็ง บริเวณ ลำไส้ตรง หรือ ทวารหนัก ซึ่งจะมีอาการ ถ่ายเป็นเลือด เหมือนกัน  ซึ่ง
สามารถให้การวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจร่างกายธรรมดาเท่านั้น การรักษานั้น คนละเรื่องครับ 
ดังนั้น ถ้ามีอาการถ่ายเป็นเลือด ไม่ควรรักษาตัวเอง  ควรมาพบแพทย์ครับ