กรุงเทพธุรกิจ

PR Center

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

‘ซุปเปอร์ริช’ ชูแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศขยายตัว

TOOLS

เปิดสาขาใหม่ลำดับที่ 15 ใจกลางเมืองย่านสีลมรับท่องเที่ยวฟื้น

ซุปเปอร์ริชบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมาตรฐานโลกเทียบเท่าธนาคารพาณิชย์  ระบุสถานการณ์ธุรกิจและท่องเที่ยวไทยปี 2555 มีแนวโน้มเร่งการฟื้นตัวทันทีหลังผ่านสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วมใหญ่  สวนทิศทางภาวะเศรษฐกิจโลก  ทำให้ตลาดการเงินและธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง  เผยแผนธุรกิจปีมังกรทอง  ประเดิมด้วยการเปิดสาขาให้บริการใหม่ที่อาคารสีลมพลาซ่า ถนนสีลม  เป็นสาขาที่ 15 ตอบสนองความต้องการของตลาดกลุ่มใหญ่ทั้งนักธุรกิจไทยและต่างประเทศ กลุ่มผู้ประกอบการค้าเพชรและอัญมณี  รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในย่านสีลมและพัฒน์พงศ์  

 นายปิยะ ตันติเวชยานนท์ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ซุปเปอร์ริช 1965 จำกัด  เปิดเผยว่า ในช่วงปี 2555 แม้ว่าภาพรวมภาวะเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว  แต่สำหรับประเทศไทย ถือเป็นปีแห่งการเร่งฟื้นตัวของภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นธุรกิจภาคบริการที่สร้างรายได้เข้าประเทศมากในอันดับต้นๆ    ซึ่งประเทศไทย มีรายได้หลักสำคัญส่วนหนึ่งมาจากภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว 

เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลมุ่งเน้นนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้ไทยรวมทั้งกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ  ทำให้ธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมีโอกาสเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง กอปรกับการที่ภาวะเศรษฐกิจโลกมีการชะลอตัว ทำให้มีกลุ่มนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจในตลาดการเงินและการแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

“จากภาพรวมของเศรษฐกิจของไทยในปี 2555 ที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทำให้ บริษัท ซุปเปอร์ริช 1965 จำกัด  ในฐานะบริษัทชั้นนำที่ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องในประเทศไทย  จึงได้ดำเนินการขยายธุรกิจด้วยการเปิดสาขาใหม่อย่างเป็นทางการที่อาคารสีลมพลาซ่า บนถนนสีลม ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2555 เป็นต้นไป เพื่อรองรับการฟื้นตัวดังกล่าวโดยเฉพาะในเขตเมืองหลวงซึ่งเป็นศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติให้ความนิยม 

โดยการที่บริษัทฯ เลือกลงทุนในย่านธุรกิจใจกลางเมืองเพื่อสะดวกในการให้บริการกับกลุ่มนักธุรกิจทั้งไทยและชาวต่างชาติ  กลุ่มผู้ประกอบการค้าเพชรพลอย รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งเอเชีย  ยุโรป และสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาท่องเที่ยวในย่านสีลมและพัฒน์พงศ์  นอกจากนี้ยังรองรับกลุ่มลูกค้าที่อยู่ย่านถนนเจริญกรุงซึ่งเป็นถนนสายแรกของกรุงเทพมหานครที่มีอายุยาวนานกว่า 150 ปี

นายปิยะ ตันติเวชยานนท์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดกลุ่มดังกล่าวข้างต้น ในปัจจุบัน บริษัท ซุปเปอร์ริช 1965 จำกัด  จึงได้มีการพัฒนาธุรกิจการบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ง่ายต่อการเข้าถึงของผู้บริโภคทั่วไป ภายใต้ระบบอำนวยความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยของบริษัทฯ ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าบนพื้นฐานการทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ตลอดระยะเวลาดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงมาอย่างยาวนานกว่า 46 ปี  บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาระบบการจัดการที่มีคุณภาพเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 

ซึ่งจุดเด่นของซุปเปอร์ริช คือ การบริการที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับธนาคารพาณิชย์  มีบุคลากรที่มีความชำนาญอย่างมืออาชีพในด้านธนบัตรต่างประเทศ อีกทั้งสามารถจัดหาปริมาณเงินตราต่างประเทศมากเพียงพอสำหรับให้บริการลูกค้า  รวมทั้งมีบริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศมากถึง 32 สกุลเงิน  ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจและเชื่อมั่นในการมาใช้บริการของบริษัทฯ และสำคัญที่สุดคือ บรัษัทฯ ให้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีในระดับที่ลูกค้าพึงพอใจ

 สำหรับสาขาซุปเปอร์ริชแห่งใหม่นี้ถือเป็นสาขาบริการแลกเปลี่ยนเงินตราที่ 15 ในจำนวนสาขา   ซุปเปอร์ริชที่เปิดให้บริการแล้วทั่วประเทศ  โดยมี 2 สาขาตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น  และที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี   ส่วนอีก  13 สาขาตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สาขาราชดำริ 5 แห่ง สาขาถนนสุขุมวิท  3  แห่ง  สาขาหลังการบินไทย ซอยวิภาวดี 22 1 แห่ง  สาขาถนนข้าวสาร 3 แห่ง  และล่าสุดสาขาอาคารสีลมพลาซ่า ถนนสีลม  ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนขยายสาขาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคตเพื่อรองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครโดยเตรียมแผนเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นชาวต่างประเทศ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับการทาบทามจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

โดยอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาพูดคุย ทั้งนี้บริษัทฯ คาดหวังว่าจากการขยายธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น กอปรกับระบบการจัดการขององค์กรที่มีประสิทธิภาพ จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องบริการการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแก่ลูกค้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจะเป็นการช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือแก่บริษัทฯ ได้ในวงกว้างในอนาคตต่อไปได้อย่างแน่นอนนายปิยะ ตันติเวชยานนท์ กล่าวทิ้งท้าย