"อภิสิทธิ์"เมิน"ปรีดิยาธร"วิจารณ์มาตรการเศรษฐกิจ ย้ำฟื้นเศรษฐกิจได้ ยันไม่ใช่นโยบายหาเสียง พร้อมจัดสรรเงินอปท.กว่า 1 แสนล้านบาทเร็วที่สุด
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 16.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(กกถ.) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในปีงบประมรณ 2552 จำนวน 104 , 099.79 ล้านบาท โดยตนได้ลงนามในประกาศกกถ.เรียบร้อยแล้ว และจะได้จัดทำในประกาศราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้สามารถจัดสรรเงินอุดหนุนและเงินภาษีดังกล่าวไปสู่ท้องถิ่นโดยเร็วที่สุด
โดยแบ่งเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และภารกิจถ่ายโอนเลือกทำจำนวน 57,233.60 ล้านบาท รวมทั้ง เงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อดำเนินภารกิจถ่ายโอนรวม 46,717.44 ล้านบาท ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรให้แก่ อปท.ตามหลักเกณฑ์เดิมที่ใช้ในการจัดสรรปีที่ผ่านมา และเงินอุดหนุนทั่วไปรายการใหม่จำนวน 148.75 ล้านบาท
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดสรรเงินให้กับอปท.จะทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น และจะทำให้เร่งรัดเงินงบประมาณไปสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามเงินในส่วนนี้เมื่อเข้าไปสู่ระบบก็จะสอดคล้องกับแผนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความจริงเงินในส่วนของอปท.จะลงไปเร็วกว่า เพราะงบกลางปีต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา
เมื่อถามถึงกรณีที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีต รมว.คลัง วิจารณ์ว่าแนวคิดนี้ไม่น่าจะออกมาจากคนที่จบจากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด และเคมบริดจ์ โดยเฉพาะมาตรการการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 2 , 000 บาท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ได้คิดดีแล้ว อย่างที่สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินให้กับลูกจ้างสมทบประกันสังคม ซึ่งผลก็ไม่ได้ต่างกัน เรื่องนี้แล้วแต่มุมมองของคน ตนยืนยันว่าได้ติดตามการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลกทั้งที่ผ่านมา และที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ยืนยันว่ามีการติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ ทุกแห่งก็มองตรงกันว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนในขณะนี้ ซึ่งเป็นวิธีการที่จะช่วยธุรกิจโดยไม่ต้องไปบิดเบือนกลไกตลาด
ต่อข้อถามว่าเงินแค่ 2,000 บาท ไม่ได้มากแล้วจะไปช่วยเหลือกำลังซื้อได้แค่ไหน นายกรัฐมตรี กล่าวว่า ก็ดีกว่าไม่มี คิดว่าการช่วยเหลือลักษณะนี้ทั่วถึง แม้จะไม่สามารถให้กับทุกคนได้ แต่ก็ต้องเลือกกับคนที่มีรายได้ต่ำตามเกณฑ์เท่าไหร่ โดยพิจารณาจากเกณฑ์เพดานของการจัดประกันสังคม ส่วนคนกลุ่มอื่นๆ เช่น เกษตรกร รัฐบาลก็อนุมัติวงเงินในการเข้าไปดูแลราคาพืชผลการผลิต รวมทั้งการตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนคนว่างงานและการจัดโครงการช่วยเหลือผู้ว่างงานก็มีการจัดสรรงบอีกกว่า 6,000 กว่าล้านบาท จึงต้องมองในภาพรวม
“การวิพากวิจารณ์สามารถทำได้ถือเป็นสิทธิ์ รัฐบาลพร้อมรับฟังการวิพากวิจารณ์ แต่เราก็มีเหตุผลของเราชัดเจน ผมไม่ได้คิดว่าการวิจารณ์จะแรงหรือไม่แรง แต่ผมก็ยังมีความเชื่อมั่นว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางที่จะฟื้นเศรษฐกิจ หรือประคับประคองเศรษฐกิจได้เร็วและได้ผลที่สุด”นายกรัฐฒนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษกิจของรัฐบาลครั้งนี้ เป็นการหาเสียงเพื่อปูทางไว้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายอภิ สิทธิ์ กล่าวว่า ก็ยังไม่มีการเลือกตั้งในขณะนี้ จึงไม่จำเป็นต้องหาเสียง
Tags : อภิสิทธิ์ • นายกรัฐมนตรี • ปรีดิยาธร • มาตราการแก้เศรษฐกิจ

ความคิดเห็นที่ 19
มรรค๘ , 16 มกราคม 2552 07:05
ทำไมคนจนถึงเลือกพรรคไทย ตอนนี้ก็ได้คำตอบ เวลาพรรคปชป.เป็นฝ่ายค้าน ก็ค้านทุกเรื่อง เวลานี้ก็เอานโยบายของเขามาใช้ ก็ดีที่หันมาดูแลคนจนบ้าง ก่อนนี้ดูถูกดูแคลนคนจนว่าโง่ ไร้การศึกษา ซื้อสิทธิ์ขายเสียง เวลานี้เอาเงินลงไปหว่านคนจน ไม่รู้เป็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือไม่ เงินผ่านทางอบท. จะเป้นการซื้อพวกอบท.ด้วยหรือไม่ จะถึงมือคนจนสักกี่เปอณ์เซ็นต์ เหล่านี้ล้วนที่ปชช.จะต้องจับตราตรวจสอบให้ดี เพราะเป็นเงินภาษีจากปชช.ผู้มี่รายได้สูง จะช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้นหรือไม่อย่างไร ๙๙วันเหลือน้อยลง เมื่อยุบสภาก็หวังว่าปชป.จะได้ส.ส.มากว่าครึ่ง ไม่ต้องพึ่งพรรคเล็ก ,พวกพธม.และพวกอมาตยาธิปไตย จริงหรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 18
chance , 16 มกราคม 2552 06:46
ถ้านักเศรษฐศาสตร์เก่งจริง ทั่วโลกก็ไม่เป็นอย่างนี้ซิ มัว แต่คิดทฤษฎีต่างๆ อยู่นั้นแหละ คนจะอดตายอยู่แล้ว เดี๋ยวรอก่อน ผมยังคิดทฤษฎีเพิ่มผลผลิตมไม่ได้ รอผมก่อน คุณอดไปก่อน 2000 บาท ไม่มากสำหรับบางคน แต่คนจนนั้นมหาศาล อย่างน้อยก็ทำให้คนรายได้น้อย มีเงินเพิ่มขึ้น มีความหวัง มีความสุขชั่วเวลาสั้นๆ ดีกว่าไม่มีอะไรเลย ส่วนคนที่ออกมาวิจารณนะ เป็น 1 ใน 8.13 ล้านคนรึเปล่า
ความคิดเห็นที่ 17
pc in atlanta , 16 มกราคม 2552 03:59
ผมรู้จักหม่อมอุ๋ย ครับ เลยทราบว่าท่านไม่ได้เขียนความเห็นที่สิบสอง แน่ๆ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องเขียนความเห็นที่สิบสี่ ผมเชื่อว่าในเว็ปบอร์ดมีทั้งคนดี คนไม่ดี และคนที่อ่านเร็ว โดยไม่คำนึงถึงเหตุและผล การผลักดันความเห็นให้เป้นกลุ่มตรงข้าม ไม่ใช่พฤติกรรมที่ดี ที่นักประชาธิปไตยนิยมทำกัน จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ส่วนคนที่แอบอ้างชื่อ คนอื่น ขอย้ำครับ ความอาญา อย่าทำเลย โทษมันหนัก
ความคิดเห็นที่ 16
ข้อเท็จจริง , 16 มกราคม 2552 01:39
"ถ้าเป็นผม ลาออกไปแล้ว ไม่มาหน้าด้านอยู่หรอก ส่วนแกนนำพรรคต้องเรียก ส.ส.กลุ่มนี้ไปพูดคุยทำความเข้าใจหรือไม่นั้น ถ้าเป็นสุภาพบุรุษตัวจริงก็ต้องมาพูดคุยกัน แต่เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าหรอก เพราะเป็นพวกอีแอบกันทั้งนั้น ทุกวันนี้พรรคจริงใจกับทุกคนแต่ ส.ส.ไม่มีความจริงใจให้กับพรรคเลย ฉะนั้นอยู่ร่วมกันไม่ได้" นายสุรพงษ์กล่าว ข่าวจากมติชนหนังสือของพรรคเพื่อไทย ตอนนี้บอกว่าเงินซื้อ หรือกระแสทักษิณตกกันแน่หรือการกระทำของคนเสื้อแดง หรือความบ้าคลั่งของนปช. เงิน 2 แสนน้อยมาก แต่สส.ต้องการอยู่กับพรรคที่เป็นรัฐบาลทั้งนั้น และรู้ดีว่า นับวันการทำงานของรัฐบาลเข้าตาประชาชน การออกมาตรฐานต่างๆ ความรวดเร็วในการทำงาน เกือบจะเรียกได้ว่า วิ่งลอกก็ว่าได้ สส.เริ่มเห็นชัดว่าเปรียบเทียบกับทักษิณก็ยังด้อย สมัคร สมชายหรือเฉลิม อยู่บำรุงยิ่งไปกันใหญ่ สส.ที่เขาไป เขารู้ว่าทักษิณไม่ยอมรับผิด ทั้งๆที่มีคนพร้อมที่จะให้อภัย หลักฐานขนาดนี้ยังไม่ยอมรับ ความชั่วกับความดี มันลบล้างกันไม่ได้แน่นอนครับ กระแสจึงตกและเชื่อว่าจะยิ่งตกต่ำลงไปอีกเรื่อยๆ
ความคิดเห็นที่ 15
อิเหนา , 16 มกราคม 2552 01:09
เริ่มแตะไม่ได้แล้วซิ วิจารณ์ปุ๊บโดนสวนทันที พฤติกรรมคุ้นๆ นะ
ความคิดเห็นที่ 14
pc in atlanta , 16 มกราคม 2552 00:50
ถึง ความเห็นที่สิบสอง
ผมไม่แน่ในว่าสิ่งที่ท่านเสนอความคิดนั้น เข้าข่ายหมิ่นประมาท หรือไม่ การใช้ชื่อผู้อื่นทำสิ่งไม่ดี และเสี้ยมให้คนดีแตกกัน ไม่ใช่วิสัยที่พึงกระทำ ขอเรียกร้องให้ ทางเว็ปช่วยตรวจสอบ ไอพี ด้วยครับ ความอาญานะครับ อย่าทำเลย
ความคิดเห็นที่ 13
เด็กน้อย , 16 มกราคม 2552 00:21
ลูกไม่ตกใต้ต้น
ความคิดเห็นที่ 12
Dr. Pridiyathorn Devakul , 15 มกราคม 2552 23:09
I criticize Abhisit due to the unjust defeat of my son Pleum in the governor of BKK race last week. My son Pleum has more and better education and quality than Abhisit ten fold but the stupid Bangkokians just could not see it. Like Thaksin Shinawatra once said the Bangkokians are stupid and easy to be fooled, ring a bell?
I will from now on follow closely and keep on scrutinize and criticize Abhisit and his team of economy advisers who in my eyes really know nothing as much as I and my son Pleum do and that is the fact.
ความคิดเห็นที่ 11
นาสงสาร , 15 มกราคม 2552 22:42
ต่อจาก 10 ผมเป็นนักลงทุนคนหนึ่ง ไม่ค่อยเชื่อมั่นมาตรการของรัฐบาลที่ออกมานี้เท่าไร คงต้องเก็บเงินสดซักปีดอกเบี้ยตอนนี้ขาลงด้วย ไม่เป็นไรเก็บเงินซัก 5 ปีก็ยังอยู่ได้
ความคิดเห็นที่ 10
นาสงสาร , 15 มกราคม 2552 22:39
ผมเป็นนักเศรฐษศาสตร์ ผมรู้สิ่งที่รัฐบาลทำลงไปมันเท่ากับหลอกประชาชน เงินที่อัด หัวละ 2000 นะมันเงินภาษี เป็นเงินเก้เงินที่ไม่สร้างงานสร้างผลผลิต แต่เป็นเงินก่อหนี้จริง ให้กับประชาชน มันแก้ไขระยะสั้นก็จริงอยู่บ้าง แต่เท่าๆ ที่ดูเห็นบอกว่าศึกษามาหลายประเทศเขาก็ทำกัน แล้วไม่มองดูผลบ้าง สหรัส อัดเงินไปเท่าไร ถึงขนาดเคาะบ้านแจกเงิน เศรฐษกิจมันยังไม่ฟื้น หัดคิดเองบ้าง ไม่ต้องเอาตัวอย่างเค้า แถมกระตุ้นอสังหานะมันก็ดีอยู่ แต่คงคิดตื้นไปหน่อยไหม ว่าไม่ต้องวางเงินดาวอะ มันจะเหมือนการเริ่มปั้มฟอง ซื้อขายเก็งกำไรกัน เนื่องจากไม่ต้องวางดาว ทำให้ต้นทุนต่ำ มีโอกาสเป็นหนี้เสียสูง เนื่องจากตอนนี้เศรฐกิจไม่ดีอาจราวๆ สองปีหรือมากกว่านั้น จะดูเครดิตผู้ซื้อจากประวัติ ไม่ได้ ธนาคารอาจติดกับ น่าสงสารประเทศไทย
ความคิดเห็นที่ 9
อุ๋ยมั่ว , 15 มกราคม 2552 21:47
อุ๋ยจบสถาบันไหนมาที่ออกมาตรการสำรอง30%ของเงินที่เข้ามาลงทุนทำให้หุ้นตกทั้งกระดาน สมองคนหรือเปล่าตัวเองไม่มีปัญญาแก้ปัญหาพอรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือกระจายทุกกลุ่มไปตามมาตรการที่ออกมา แต่ละกลุ่มก็ไม่ได้หมดทุกมาตรการอย่างที่รัฐบาลออก มันก็เป็นธรรมแล้วนะมันก็ธรรมดาที่ไม่มีอะไรที่มีแต่ข้อดีแต่ต้องชั่งน้ำหนักว่าอะไรที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
ความคิดเห็นที่ 8
asdf , 15 มกราคม 2552 21:29
แทนที่จะวิจารณ์ในเนื้อหาของมาตรการว่าดีไม่ดีอย่างไร ดันไปว่าถึงโรงเรียนเก่า อุ๋ยเอ๋ยอุ๋ย สมแล้วทีท่านพ่อปวดฉี่แล้วไปมุดมุ้งคนใช้ได้อุ๋ยมาเป็นลูก
ความคิดเห็นที่ 7
xxx , 15 มกราคม 2552 20:54
โอ ... จัดสรรเงินให้อปท. ระวังเงินจะรั่วไหลเข้ากระเป๋า นายกฯ หมด นา ... ใครๆ ก็รู้กันว่า นายกฯ อปท. อบต. เอาเงินไปใช้ทำอะไรบ้าง ... อม ทุก บาท ทุก สตางค์ ... ใครๆ ก็รู้
ความคิดเห็นที่ 6
คนไทย , 15 มกราคม 2552 20:52
ค่อยๆทำก็หาว่าช้าพอรัฐบาลประกาศเดินหน้าแก้ใขปัญหาก็ไปโจมตีเขาโถคนหนอคนเป็นถึงอดีต รมต.วาจาเหมือนกุลี
ความคิดเห็นที่ 5
คนไทย , 15 มกราคม 2552 20:47
ทุกมาตรการมีข้อดีข้อด้อย ขึ้นกับสถานการ์ณ การติชมก็เป็นสิ่งที่ดีน่ารับฟัง ถ้าจะแนะนำก่อนเขาจัดทำก็จะน่าสรรเสริญยิ่ง
ความคิดเห็นที่ 4
Suirauqa , 15 มกราคม 2552 20:24
อัดฉีดเงินเข้าไปในระบบนั้น เป็นวิธีช่วยสภาพคล่องของระบบอยู่เเล้ว ถึงแม้ว่าผมจะไม่ชอบวิธีที่อัดฉีดลงไปในกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางเท่าไหร่ เพราะเป็นวิธีที่ จะมีกลุ่มที่ไม่ได้ประโยชน์เช่นผู้ว่างงาน และผู้มีรายได้ระดับสูง
แต่วิธีนี้ก็จะส่งผลดีให้ระบบทันทีเพราะจะมีการจับจ่ายซื้อของ และใช้จ่ายเงินทำให้ระบบหมุนเวียนดีขึ้น
ที่สำคัญจะเป้นระบบที่โปร่งใสดี เพราะมีจำนวนประชาชนที่ได้เงินชัดเจนสามารถตรวจสอบเทียบกลับ โดยใช้จำนวนผู้ได้รับเงิน และจำนวนเงินที่ได้ ว่าตรงกับปริมาณเม็ดเงินที่อัดฉีดไปได้หรือไม่ทันที ไม่ต้องมากังวลเรื่องเม็ดเงินอัดฉีดรั่วไหลไปตามที่ต่างๆอย่างนโยบายอัดฉีด ในอดีต
ความคิดเห็นที่ 3
เบื่อคนประเภทนี้ , 15 มกราคม 2552 19:28
ก็แปลกดี... เป็นพ่อแต่เอานิสัยถาวรของลูกมาใช้
ความคิดเห็นที่ 2
min , 15 มกราคม 2552 18:57
สมัย คุณปรีดิยาธร เป็น รมว.คลัง ในยุครัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ เคยออกมาตรการเกี่ยวกับค่าเงิน ประเภท 30 เปอร์เซ็นต์อะไรนี่แหละ ทำให้หุ้นตกกราวรูดภายในวันเดียว ร้อยกว่าจุดกระมัง แต่ทนต่อเสียงเรียกร้องไม่ไหว เลยกลับลำ ระงับมาตรการนั่นไว้ทันควัน ทำให้หุ้นตีกลับ ช่วงนั้นโดยโจมตีเยอะมาก มีผู้รู้เสนอแนะว่าไม่ควรให้ยาแรงขนาดนั้น แต่คุณชายก็ยังทำ ถือว่า เป็นความผิดพลาดหรือเปล่าละ นอกนั้น ก็ยังมีการบริหารผิดพลาดบางประการอื่นอีก ลองย้อนดูเองในช่วงรัฐบาลสุรยุทธนั่นละ
ความคิดเห็นที่ 1
ไม่ปลื้มฮ่า , 15 มกราคม 2552 18:46
แหม มีแอบแค้น ลูกชายแพ้เลือกตั้ง วิจารณ์น่ะวิจารณ์ได้ แต่แอบกัดสถาบันด้วยนี่ มันเหมาะสมกับฐานะของท่านหรือไม่