ภาวะโลกร้อน เป็นปรากฎการณ์การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของอากาศใกล้พื้นผิวโลกและน้ำในมหาสมุทร
คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติสรุปว่า “ ..จากการสังเกตการณ์การเพิ่มอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 (ตั้งแต่ประมาณปีพ.ศ.2490) ค่อนข้างแน่ชัดว่าเกิดจากการเพิ่มความเข้มของก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น โดยกิจกรรมของมนุษย์.. ”
ก๊าซเรือนกระจก มีสภาพคล้ายฟิล์มบางๆ ปิดกั้นชั้นบรรยากาศ เป็นตัวกักเก็บความร้อนไม่ให้สะท้อนออกนอกผิวโลก ทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้น ซึ่งประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างตื่นตัวกับภาวะโลกร้อนกันพอสมควรตั้งแต่ปี 2549 เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้น เป็นเพราะทุกวันนี้โลกถูกปกคลุมไปด้วยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่เกินดุลธรรมชาติ จึงเป็นที่มาของความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
หนึ่งในมาตรการดังกล่าว คือ การวิเคราะห์คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon footprint) ของผลิตภัณฑ์ตลอดกระบวนการผลิต รวมถึงการแสดงข้อมูลดังกล่าวโดยใช้ฉลากคาร์บอน (Carbon Reduction Label) เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความตระหนักถึงผลของพฤติกรรมการบริโภคต่อภาวะโลกร้อน ซึ่งได้รับการขานรับจากกลุ่มผู้ขายปลีกในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรปเป็นอย่างดี
ฉลากคาร์บอน เป็นฉลากที่แสดงข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตลอดวัฎจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การได้มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การแปรรูป การขนส่งยังร้านค้าปลีก การใช้ และการกำจัดขั้นสุดท้าย ที่สำคัญยังเป็นการลดต้นทุนการผลิตด้านพลังงานทางหนึ่งด้วย
ข้อมูลในฉลากคาร์บอน จึงเป็นปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่า เพื่อแสดงความร่วมมือในการลดภาวะโลกร้อน
ประเทศไทย โดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม, Institut National de la Recherche Agronomique สาธารณรัฐฝรั่งเศส University of Santiago de Compostela ประเทศสเปน และ University of Surrey สหราชอาณาจักร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาตลาดการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารของไทยไปยังประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป รวมทั้งประเทศคู่ค้าอื่นๆ จึงพัฒนาโครงการวิจัยเชิงรุก เรื่อง “การพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารไทยเกี่ยวกับฉลากคาร์บอน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการค้าที่ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ระหว่างประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปและประเทศไทย อันเป็นการส่งเสริมการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ” ซึ่งบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันว่า ซีพีเอฟ ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทนำร่องของโครงการนี้ด้วย
น.สพ.บุญเพ็ง สันติวัฒนธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ บอกว่า ด้วยศักยภาพของซีพีเอฟที่เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารครบวงจร สามารถทวนสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อาหาร และ คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ทั้งยังมีระบบการเก็บข้อมูลการใช้ วัตถุดิบ พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำไฟฟ้า และระบบการขนส่งสินค้า ที่เชื่อถือได้ คณะผู้วิจัยในโครงการนี้ จึงพิจารณาเลือกซีพีเอฟเข้าร่วมเป็นบริษัทนำร่องในโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นท์และฉลากคาร์บอน
การวิจัยครั้งนี้จะเป็นการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ออกสู่บรรยากาศ ต่อการผลิตอาหารประเภท Chicken Snack ซึ่งซีพีเอฟทำการส่งออกสินค้าประเภทนี้ไปยังสหภาพยุโรปด้วย
โครงการนี้มุ่งเป้าในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนประสบการณ์เชิงปฏิบัติ เพื่อพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทย เกี่ยวกับการวิเคราะห์ขนาดและจัดการเพื่อลดขนาดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารไทย เป็นการเตรียมพร้อมในการดำเนินการระบบฉลากคาร์บอน เพื่อผลักดันการพัฒนาการค้าที่ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ ระหว่างอุตสาหกรรมอาหารของไทยกับร้านค้าปลีกในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้กำหนดมาตรการส่งเสริมให้ไทยเข้าสู่เศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) โดยมุ่งเน้นให้ภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งมีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเลือกใช้พลังงานทดแทน (Renewable Energy) เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ขณะที่ภาคธุรกิจชั้นนำของโลกได้พยายามปรับตัวต่อวิกฤตการณ์โลกร้อน โดยติดฉลากคาร์บอน (Carbon Label) ควบคู่กับฉลากคุณค่าทางโภชนาการ (Nutrition Facts) เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ
นับเป็นอีกย่างก้าวของผู้ประกอบการไทย ที่จำเป็นต้องใส่ใจกับการปรับตัวเข้าสู่การผลิตแบบคาร์บอนต่ำ เพื่อสนองตอบความต้องการของผู้บริโภคที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Consumer) ทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญ เพื่อนำมาซึ่งความยั่งยืนของธุรกิจ
Tags : ฉลากคาร์บอน • ภาวะโลกร้อน • ก๊าซเรือนกระจก • ภัทร รุ่งโรจน์


ความคิดเห็นที่ 1
แพรว , 16 กุมภาพันธ์ 2552 10:07
บริษัทมิตรแท้ประกันภัย
สินค้าขายดี ประกันภัยชั้น 3+พรบ ของมิตรแท้ทวีคูณ ราคาประหยัด ซื้อ ป.3 เหมือนได้ พรบ. ฟรีๆ
1. เก๋ง ในราคา 2,690 บาท
2. กระบะ ในราคา 3,690 บาท
3. ตู้ ในราคา 3,890 บาท
ประกันแนะนำ ชั้น 3 พิเศษใหม่ มี 7 แบบ 4 ราคา (ไม่รวมค่า พรบ.) ดังนี้
1. ราคา 6,666 บาท ซ่อมรถให้ 100,000 บาท เสียค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท
2. ราคา 7,777 บาท ซ่อมรถให้ 100,000 บาท(***พิเศษ***)
3. ราคา 7,777 บาท ซ่อมรถให้ 180,000 บาท เสียค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท
4. ราคา 7,777 บาท ซ่อมรถให้ 100,000 บาท รถหาย/ไฟไหม้ 100,000 บาท เสียค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท
5. ราคา 8,888 บาท ซ่อมรถให้ 100,000 บาท รถหาย/ไฟไหม้ 100,000 บาท (***พิเศษ***)
6. ราคา 8,888 บาท ซ่อมรถให้ 180,000 บาท รถหาย/ไฟไหม้ 180,000 บาท เสียค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท
7. ราคา 9,999 บาท ซ่อมรถให้ 180,000 บาท รถหาย/ไฟไหม้ 180,000 บาท (***พิเศษ***)
***พิเศษ**** กรณีเชียวชนเป็นฝ่ายผิดไม่ต้องเสีย 2,000 บาท
ความคุ้มครองหลัก
1.ความรับผิดต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต บคุคคลภายนอก 500,000 บาทต่อคน
2.ส่วนเกิน พรบ. 10,000,000 บาทต่อครั้ง
3.ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 1,000,000 บาทต่อครั้ง
4.อุบัติเหตุส่วนบุคคล คุ้มครองสูงสุดถึง 5 ท่านๆล่ะ100,000 บาทต่อคน รวม 500,000 บาทต่อครั้ง
5.ค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองสุงสุดถึง 5 ท่านๆหล่ะ 50,000 บาทต่อคน รวม 250,000 บาทต่อครั้ง
6.การประกันตัวผู้ขับขี่คดีอาญา 300,000 บาทต่อครั้ง
ขอเสนอพิเศษ
1. ไม่ต้องถ่ายรูปรถ,ไม่ต้องตรวจสภาพรถ,ไม่จำกัดอายุรถ
2. คุ้มครองทันทีที่คุณโทรแจ้งประกัน
**รับสมัครตัวแทนขายด้วยนะค่ะค่าคอมมิชั่นสุงกว่าบริษัทๆอื่นๆๆ**
ถ้าสนใจข้อเสนอนี้ ติดต่อ สุนทรี (แพรว)
โทร 081-7786141 E-mail: taw-d@msn.com