"ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์"แนะรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ เน้นโครงการดี-รอบคอบ เตือนหากปล่อยรั่วไหลและเร็วไป ทำงบสูญเปล่า สร้างปัญหาระยะยาว
ศ.ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ท่ามกลางสถานการณ์การเงินโลก ยังวิกฤติและไม่แน่นอน การทำนโยบายของประเทศไทยต้องระมัดระวัง ที่จะใช้จ่ายเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศ
ขณะนี้ยังมีความกังวลในภาคการเงินสหรัฐลดลงมาก เมื่อเทียบกับเดือน ต.ค.2551 แม้จะเป็นข่าวดีขึ้น แต่ปัญหาความสงบทางการเงินอาจจะเป็นเพียงชั่วคราวยังต้องระมัดระวัง เพราะราคาที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐยังตกลงต่อเนื่องในอัตราที่เร่งตัวประมาณกว่า 2% ต่อเดือน
จากกลางปี 2550 จนมาถึงเดือน ม.ค2552 ราคาที่อยู่อาศัยในสหรัฐ ได้ตกลงมาแล้ว 28% โดยที่ปัญหาสถาบันการเงินสามารถรองรับการตกราคาสินทรัพย์ที่อยู่อาศัยได้ 6-8% แต่ถ้ามากกว่านี้สถาบันการเงินประสบปัญหาความไม่เพียงพอของทุนจะเกิดขึ้นได้ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤติการเงินสหรัฐรอบสองได้
สำหรับการดำเนินนโยบายของประเทศไทยต้องระวังวิกฤติการเงินโลก การออกแบบนโยบายการคลังและนโยบาย การเงินต้องแตกต่างออกไป และรอบคอบ อาจต้องประเมินสถานการณ์ในอนาคต ส่วนโยบายการคลังต้องเป็นระยะยาวมากขึ้น ถ้าวิกฤติยังยืดระยะเวลานานออกไป
จุดสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงขาลงนโยบายการเงินใช้ไม่ได้ผล อย่างลดดอกเบี้ยก็ไม่ใครที่จะลงทุน เพราะความเสี่ยงมากเกินไป เศรษฐกิจขาลงนโยบายการคลังจะใช้ได้ผลดีกว่า เพราะสามารถออกแบบได้ตรงเป้าหมายกว่านโยบายการเงิน
"แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจจะได้ผลหรือไม่ได้ผล ไม่ใช่เร็วอย่างเดียว แต่ต้องเหมาะสม และโครงการตามแผนใช้จ่ายเงินก็ต้องดีด้วย" ดร.ตีรณ กล่าว
ในทางเศรษฐศาสตร์การจะให้การใช้จ่ายเงินได้ผลนั้น ค่าตัวทวีมีความสำคัญ โดยคุณภาพ แพคเกจ ของโครงการ ต้องมีแผนใช้จ่ายเงินที่ดี
ดร.ตีรณ กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลใช้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ จะใช้จ่ายเงินในรอบ 9 เดือนปีนี้ จะมีเม็ดเงินได้ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินมาจากงบขาดดุลงบประมาณกลางปี 1.15 แสนล้านบาท และจากมาตราการภาษีอีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
ในจำนวนนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ประมาณ 1.7% ของจีดีพี แต่หากแพคเกจไปเน้นการแจกจ่ายเงินง่ายๆ การกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจมีการรั่วไหล เม็ดเงินที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะเกิดขึ้นได้น้อยกว่าเป้าหมาย คาดการณ์ว่าหากโครงการไม่ดี มีเงินรั่วไหล การกระตุ้นเศรษฐกิจ จะได้เพียง 0.5% ของจีดีพีเท่านั้น
ประเด็นต่อมา หลังจากรัฐบาลกระตุ้นรอบแรก จำนวน 1.5 แสนล้านบาทผ่านไปแล้ว ถ้าหากให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง 3 ปี คาดปีละ 1% ของจีดีพี เม็ดเงินจะตกประมาณปีละ 9 หมื่นล้านบาท จะใช้เงินช่วง 3 ปีเฉลี่ย 2.75 แสนล้านบาท
ดังนั้นหากจะให้การกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผล ต้องใช้เงินในโคงการที่มีผลระยะยาว เพื่อทำให้ค่าตัวทวี (แผนโครงการ) มีค่าสูงขึ้น จึงเป็นที่มาว่าหากโครงการที่ดี มีระยะเวลายาว การใช้จ่ายเม็ดงินไม่ต้องใช้จ่ายมาก แต่มีเงินหมุนเวียน ให้กับระบบเศรษฐกิจ
"คาดว่าในรอบ 3 ปี หลังจากใช้เงินรอบแรกไปแล้ว คาดว่าใช้เงิน 2-2.5 แสนล้านบาท ก็เพียงพอ ถ้าปรับโครงการดี และมีเงินรั่วไหลน้อย" ดร.ตีรณ กล่าวย้ำ
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการ จะให้ได้ผลในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ ในการใช้เงิน 1.5 แสนล้านบาท ไม่ใช่ใช้จ่ายเงิน เน้นความเร็ว แต่ต้องเป็นโครงการที่ดี เพราะถ้าหาก ระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ ถ้าโครงการไม่ดี เงินที่ลงไปไม่เป็นประโยชน์ การกระตุ้นเศรษฐกิจก็สูญเปล่า และจะเป็นปัญหาให้กับเศรษฐกิจระยะยาวตามมา
ที่ผ่านมาการออกแบบทำโครงการในการพัฒนาประเทศ ไม่ได้ทุ่มเทพัฒนาโครงการที่ดีๆ แต่มักพัฒนาลักษณะโครงการ "ลด แลก แจก แถม" เสียมากกว่า เงินที่ลงไปไม่เพิ่ม productivity growth ที่จะทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง ตามหลักที่ว่า "หัวใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจ คือการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยั่งยืน"
จนหลายรัฐบาล ถูกตั้งคำถามกับเม็ดเงินที่ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่าหวังผลทางการเมืองมากกว่าใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง
Tags : ศ.ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ • คณบดีเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ความคิดเห็นที่ 6
ช่วยกันคิด , 22 มกราคม 2552 11:42
เรื่องเบี้ยคนชราอายุ 60 ปีที่รัฐจะแจกให้คนไทยทุกคน ทุกเดือนไปจนวันตายควบคู่กับบัตรทองที่แจกให้ร้านขายทองไปรักษา 0 บาทรักษาทุกโรคทั้งบ้าน ก็ขอนายกมาร์ค และรัฐบาลอย่าพูดเอาหน้า เอาดีใส่ตัว ทวงบุญทวงคุณกับคนไทยว่าพรรคของตนเองเป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณต่อผู้อาวุโสจึงต้องแจก ..ความจริงเรื่องนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่รัฐต้องให้สวัสดิการให้แก่ประชากรทุกๆ คนอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งพอทำได้ โดยยังไม่ต้องเก็บภาษีจากรายได้คน 40% เหมือนพวกฝรั่งตะวันตก..คนชราอายุ 60,70,80 ที่ทำกิจการส่วนตัวเสียภาษีให้รัฐอยู่ มีชื่อเสียภาษีอยู่ในระบบภาษีอยู่ หรือข้าราชการบำนาญ ..งดแจกเบี้ยคนชรา คนชราสามารถสละสิทธ์ไม่รับเบี้ยคนชราได้
ความคิดเห็นที่ 5
ผ่านมา , 22 มกราคม 2552 11:34
ก็ยังเห็นด้วยเรื่องแจกทางเทคนิคแค่ 2 พันบาท 1 ครั้งถึงมือแค่กลุ่มแรงงานประกันสังคมและข้าราชการเงินเดือนน้อยโดยตรงเพื่อนำเงินไปซื้อของไทย ใช้ของไทย กินของไทย หรือ ซื้อข้าวไทยโดยการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัทพ่อค้าโดยไม่ฮั้ว โปร่งใส ไม่คอรับชั่น ให้ทุกๆ คนผู้มีชื่อในระบบประกันทั้งเคยมีแต่ขาดส่งเงิน และปัจจุบันใช้สิทธ์ ...เอาบัตรประกันสังคมไปรับที่สำนักงานประกันสังคมโดยตรงคนละ 1 ถุง ..ทำไมรัฐบาลประเทศใต้หวันแจกคูปองให้ประชาชนรายได้ต่ำเรียบร้อยแล้วนี่ยังไม่ตรุษจีนเลย
ความคิดเห็นที่ 4
ลิ้มพ่อ ปชป , 22 มกราคม 2552 11:31
พันธมิตรพ่อ ปชป ไง พวกกัน กระตุ้นลิ้ม อย่าเหิมเกริมกับมาร์คให้มากนัก
กรูรู้ว่า * เส้นใหญ่ เอาม๊อบไปทำลายใครก็ได้ ถ้าทำลายมาร์คเมื่อไหรวิญญาณยายเนียมกระเทือบอ๊ายลิ้มตายแน่!!!!
ความคิดเห็นที่ 3
เอก , 22 มกราคม 2552 10:48
ความคิดเห็นที่ 1
เค้ารู้ครับ ว่าทำอะไรที่มันโง่ เค้าไม่ทำกัน
ความคิดเห็นที่ 2
นี , 22 มกราคม 2552 09:17
แจกตัวอย่างฟรี ฟรี
เครียด ทำงานหนัก ทานข้าวไม่เป็นเวลา ไม่ได้ออกกำลังกาย
ความอ้วนถามหา ความดันตามมา เบาหวานอีกหละ แก้ที่ตนเหตุสิค่ะ
เราช่วยได้ ลดน้ำหนัก อย่างปลอดภัย 100% แล้วสุขภาพที่ดีจะตามมา สนใจรับข้อมูลเพิ่มเติม รับตัวอย่างทดลองฟรีที่ sample.true.ws
ความคิดเห็นที่ 1
Adam , 22 มกราคม 2552 08:57
ทำไมรัฐบาลต้องมาแก้ไขสิ่งที่ พธม ทำความเสียหายแก่ประเทศด้วย ฟรีโน่นฟรีนี่แม้แต่วีซ่าแก่นักท่องเที่ยวยังฟรี ความเสียหายทางตรง กว่าสองแสนล้าน แล้วทางแฝงล่ะอีกเท่าไหร่ เสียหายเป็นล้านๆแน่นอนถ้าคิดในระยะสั้นและระยะยาว ทุกผู้ประกอบการได้รับผลกระทบแต่คงไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ฟันธงได้เลยจากการชุมนุมและปิดสนามบิน เอ่อแล้วท่านผู้ประกอบการทั้งหลายรวมทั้งภาครัฐ ทำไมไม่เอาผิดกับแกนนำ พธม กรุณาอย่าปล่อยแกนนำชั่วให้ลอยนวล