กรุงเทพธุรกิจ

  •  

การเมือง : บทวิเคราะห์

วันที่ 20 มกราคม 2552 15:52

นโยบายรัฐบาลปัจจุบันกับการกระจายอำนาจแก่ อปท.

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

การจัดสรรเงินให้กับ อปท.จะทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น และจะทำให้เร่งรัดเงินงบประมาณไปสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วยิ่งขึ้น

รัฐบาลปัจจุบัน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กกถ.) ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในปีงบประมาณ 2552 จำนวน 104,099.79 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และภารกิจถ่ายโอนเลือกทำจำนวน 57,233.60 ล้านบาท รวมทั้งเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อดำเนินภารกิจถ่ายโอนรวม 46,717.44 ล้านบาท ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดสรรให้แก่ อปท.ตามหลักเกณฑ์เดิมที่ใช้ในการจัดสรรปีที่ผ่านมา และเงินอุดหนุนทั่วไปรายการใหม่จำนวน 148.75 ล้านบาท และได้กล่าวว่า การจัดสรรเงินให้กับ อปท.จะทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น และจะทำให้เร่งรัดเงินงบประมาณไปสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วยิ่งขึ้น

ในส่วนของนโยบายรัฐบาลปัจจุบันที่เกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นนั้นได้กล่าวไว้อย่างกว้างๆ ในนโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีสาระสำคัญ พอสรุปได้ดังนี้ คือ

๐ สนับสนุนการกระจายอำนาจทางการคลังสู่ท้องถิ่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น โดยมีการปรับปรุงกฎหมายเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นจัดเก็บรายได้จากภาษีอากรและค่าธรรมเนียมได้มากขึ้น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดบริการสาธารณะที่ได้มาตรฐานและตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมตามศักยภาพของท้องถิ่น

๐ สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ยึดหลักธรรมาภิบาลและปรับระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ มุ่งตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ความรับผิดชอบต่อชุมชน และมีความโปร่งใสมากขึ้น โดยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล และมีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผนและการทำงานตลอดจนการจัดบริการสาธารณะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และร่วมติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของท้องถิ่น

๐ ปรับบทบาทและภารกิจการบริหารราชการระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน เพื่อสามารถดำเนินภารกิจที่สนับสนุนเชื่อมโยงกัน และประสานการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเร่งรัดการดำเนินการถ่ายโอนภารกิจและงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้มีการติดตามประเมินผลและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง

๐ บูรณาการความเชื่อมโยงของการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคสู่ท้องถิ่นโดยสนับสนุนการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการผ่านกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาล แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติและระดับภาค ตลอดจนเชื่อมโยงกับแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนชุมชน โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในทุกขั้นตอนของการจัดทำแผน

๐ สนับสนุนให้มีการบริหารท้องถิ่นรูปแบบพิเศษให้สอดรับกับระดับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ โดยสนับสนุนให้ท้องถิ่นที่มีศักยภาพและความพร้อมจัดตั้งเป็นมหานคร

เมื่อมองถึงนโยบายจะเห็นว่า วิธีการนำนโยบายไปปฏิบัตินั้นไม่ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนเพียงแต่เขียนไว้อย่างกว้างๆ อาทิเช่น การกระจายอำนาจเรื่องการคลังท้องถิ่น การปรับปรุงโครงสร้างกฎหมายเรื่องภาษี การสร้างระบบการตรวจสอบการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักธรรมาภิบาล การปรับบทบาทภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน และการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การบูรณาการในการจัดทำแผนพัฒนาโดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน การสนับสนุนการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเป็นต้น ซึ่งในส่วนของตัวนโยบายไม่ได้กล่าวถึงวิธีการนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างชัดเจน

ที่สำคัญ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นประเด็นที่รัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาหลายรัฐบาลได้นำมากำหนดเป็นนโยบายไว้เหมือนกัน แต่ว่ากระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัตินั้นไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้น การที่รัฐบาลปัจจุบันได้มีการอนุมัติงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปีงบประมาณ 2552 จำนวน 104,099.79 ล้านบาทนั้น ที่สำคัญ ต้องคำนึงถึงพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ที่ได้บัญญัติไว้ในหมวด 4 เรื่อง แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา 30 แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการนั้น พอสรุปได้ดังนี้

การกำหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุน และรายได้อื่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม โดยในช่วงระยะเวลาไม่เกิน พ.ศ. 2544 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบ และในช่วงระยะเวลาไม่เกิน พ.ศ. 2549 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ของรัฐบาลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบห้า ทั้งนี้ โดยการเพิ่มสัดส่วนตามระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินกิจการบริการสาธารณะได้ด้วยตนเอง และโดยการจัดสรรสัดส่วนที่เป็นธรรมแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคำนึงถึงรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นด้วย

ปัจจุบันแนวโน้มการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถึงแม้จะไม่สามารถกระจายอำนาจทางด้านการคลังตามที่ได้บัญญัติไว้ในแผนกระจายอำนาจฯ ที่ว่า "ไม่เกิน พ.ศ. 2549 ให้ อปท. มีรายได้เพิ่มขึ้นคิดเป็นอัตราส่วนของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ 35" แต่ว่าการกระจายอำนาจทางด้านอื่นๆ นั้น มีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยเฉพาะการถ่ายโอนภารกิจทางด้านต่างๆ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองที่ได้รับการถ่ายโอนและการกระจายอำนาจจากส่วนกลางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือว่าเป็นหน่วยงานที่นำงบประมาณและนโยบายไปปฏิบัติต้องคำนึงถึงหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน การพัฒนากลุ่มองค์กรเครือข่ายในชุมชน และการสนับสนุนในการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานและการพัฒนาองค์กรทางด้านต่างๆ เพื่อรองรับการถ่ายโอนภารกิจที่จะเกิดขึ้น และดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงานของท้องถิ่นต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Tags : นโยบาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เงินอุดหนุน ปีงบประมาณ

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า