กรุงเทพธุรกิจ

  •  

Life Style

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 12:30

ตึกใหม่สภาสถาปนิก สื่อภารกิจ-เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

กฤษฎา พนิตโกศล และ ประกิต พนานุรัตน์

ภาพประกอบข่าว

เจาะไอเดีย 2 สถาปนิกประกวดแบบสร้างตึกสภาสถาปนิก ชูดีไซน์ไทยประยุกต์ โปร่ง โล่ง ต้อนรับ สะท้อนภารกิจต่อสังคม-ต้นแบบอาคารประหยัดพลังงาน

เพราะต้องการบอกกล่าวกับสังคมว่า สถาปนิกมีความสำคัญและมีบทบาทมากกว่าแค่การออกแบบบ้านให้คนมีสตางค์ สภาสถาปนิก ซึ่งเตรียมจะจัดสร้างอาคารที่ทำการถาวรหลังใหม่ จึงคัดเลือกแบบก่อสร้างจากการจัดประกวด ผลงานของ 2 สถาปนิก กฤษฎา พนิตโกศล และ ประกิต พนานุรัตน์ ซึ่งมีความโดดเด่นตรงแนวคิดที่มุ่งสื่อสารถึงภารกิจขององค์กรวิชาชีพด้านสถาปัตย์ต่อสังคม

"แนวคิดแบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก ด้านหนึ่งคือพยายามให้ตัวอาคารสื่อถึงภารกิจขององค์กรที่มีต่อสังคม ดังนั้น จึงเป็นการออกแบบในลักษณะที่เป็นการเปิดตัวสู่เมือง โดยอาคารเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และสังคมก็เป็นส่วนหนึ่งของอาคาร ไม่ใช่เป็นรูปทรงปิดที่คนเข้าไม่ถึง" กฤษฎา พนิตโกศล สถาปนิกจาก Architects&Associated เล่าถึงที่มาของลักษณะทางกายภาพของอาคารซึ่งถูกออกแบบให้โปร่ง โล่ง ดูเชื้อเชิญต้อนรับ

ส่วนในแง่ภารกิจขององค์กร อาคารออกแบบเพื่อมุ่งสื่อสารถึงวิชาชีพสถาปัตยกรรม ที่ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ สถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน ภูมิสถาปัตยกรรม และผังเมือง โดยสภาฯ มีอำนาจหน้าที่ในการออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ซึ่งหน่วยย่อยต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสภาสถาปนิก ถูกสื่อผ่านอาคาร คือความเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งครอบคลุมหน่วยงานย่อย ด้วยคอนเซ็ปต์ Under One Roof

"อาคารเปิดโล่งภายใต้หลังคาคลุมเพื่อบอกถึงความเป็นหนึ่งเดียว ที่เสริมความแข็งแกร่งของสภาฯ เพื่อรองรับงานบริการทั้ง 4 ด้าน โดยภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ เสมือนเป็นเซลล์เล็กๆ"

ในส่วนแนวคิดในการออกแบบเน้น สถาปัตยกรรมไทยสมัยใหม่ (Thai Modern Architecture) ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ร่วมสมัย สะท้อนความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ด้วยหลังคาที่ล้อกับสถาปัตยกรรมแบบไทย ที่มีความอ่อนช้อย และเหมาะกับสภาพภูมิอากาศของประเทศในเขตร้อน โดยประยุกต์ให้เหมาะกับยุคสมัย แต่ไม่ตามกระแสแฟชั่น ทั้งนี้ ต้องอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ใช้งานของอาคารเป็นสำคัญ

อาคารที่ทำการสภาสถาปนิก ยังถูกออกแบบให้เป็นอาคารประหยัดพลังงาน โดยมี ดร.วรสัณฑ์ บูรณาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประหยัดพลังงาน จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่ปรึกษา

การก่อสร้างอาคารประหยัดพลังงาน เน้นที่การออกแบบให้สามารถรับแสงที่จะให้ความสว่างภายในอาคาร รวมทั้งการนำเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ และการรีไซเคิลน้ำเข้ามาประกอบ

"ต้องการให้เป็นอาคารต้นแบบ ซึ่งก็สอดรับกับกระแสและความจำเป็นของโลกยุคปัจจุบัน แม้คนทั่วไปจะมองว่าอาคารประหยัดพลังงานจะมีต้นทุนการก่อสร้างที่สูงกว่าอาคารทั่วไป แต่ถ้าเป็นการออกแบบตั้งแต่เริ่มต้นก็จะทำให้สิ้นเปลืองไม่มากนัก อีกทั้งคุ้มค่าเมื่อมองในระยะยาว อย่างการประหยัดไฟฟ้าจากการใช้ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และการรีไซเคิลน้ำ โดยนำน้ำฝนมารดต้นไม้ และ retreat น้ำที่ใช้ในการชะล้าง" กฤษฎา ให้ตัวอย่าง

Interior Design Farm และ Minimalist เป็นบริษัทซึ่งรับหน้าที่ในการการออกบบตกแต่งภายในตัวอาคารมีความสัมพันธ์กับการออกแบบโดยรวม คือการเลือกใช้วัสดุและการตกแต่งในสไตล์ที่สะท้อนความเป็นไทย เช่นการนำลายไทยมาประดับ และการเลือกใช้สีแดงชาด และสีทอง ที่ให้ความรู้สึกของวัดวาอารามของไทย รวมทั้งเน้นประโยชน์ใช้งานที่สอดรับกับแนวคิดประหยัดพลังงาน อย่างการดีไซน์แสงสว่าง รวมไปถึงระบบเสียงคะคูสติกภายในตัวอาคาร

ในส่วนของการออกแบบภูมิทัศน์ เป็นหน้าที่ของบริษัทพีแอล ดีไซน์ ซึ่งจะเน้นแนวคิดในการจัดวางพันธุ์ไม้ที่สัมพันธ์กับวัสดุที่ใช้ในอาคาร อาทิ ไม้สัก ประดู่ ซึ่งพันธุ์ไม่ใหญ่เหล่านี้ยังสามารถทำหน้าที่ในการสกัดฝุ่นควันและเสียงอันแออัดอึกทึกของถนนพระราม 9 ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการซึ่งเตรียมจะก่อสร้างขึ้นด้วย

แบบอาคารที่ออกแบบโดยสองสถาปนิก ได้รับการประกาศรางวัลไปเมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา ก่อนจะถูกพัฒนาเพื่อสู่แบบเพื่อดำเนินการจริงในเนื้อที่ 1 ไร่ ภายใต้งบประมาณก่อสร้างรวม 50 ล้านบาท

"ในการพัฒนาแบบต้องมีการนำเสนอต่อคณะกรรมการสภาฯ โดยมีแนวคิดที่พยายามสร้างมาตรฐานให้กับการดำเนินการจากแบบที่ได้จากการจัดประกวด เพราะที่ผ่านมาหลายโครงการที่ชนะประกวดเจอปัญหาว่าแบบที่ได้รางวัลเป็นอย่างหนึ่ง แต่พอจะสร้างจริงถูกปรับเปลี่ยนเยอะ เพราะข้อจำกัดด้านงบประมาณหรืออื่นๆ ซึ่งสภาฯ ต้องการสร้างให้เกิดต้นแบบในจุดนี้ รวมไปถึงการสร้างมาตรฐานด้านการทำสัญญาต่างๆ อีกด้วย" เป็นคำบอกเล่าจาก ประกิต พนานุรัตน์ จาก ARbay หนึ่งในสถาปนิกผู้ร่วมโครงการ

ล่าสุด โครงการก่อสร้างอาคารสภาสถาปนิกอยู่ในขั้นตอนการเตรียมเปิดประมูลก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถดำเนินการจนแล้วเสร็จเปิดใช้ภายในปี 2552

Tags : สภาสถาปนิก กฤษฎา พนิตโกศล ประกิต พนานุรัตน์

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement