ลูกสาวจ่าทวีครวญ แค่ชื่อดัง คนให้กำลังใจ แต่ไร้งบ "ศรีศักร" หนุนหาทุนเดินต่อ ระบุเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นดีสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ร้านหนังสือริมขอบฟ้า มุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ จัดเวทีเสวนาเล็กๆ ในหัวข้อ “ความพินาศ ? ของพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาจ่าทวี ...วิกฤตของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น” โดยเชิญ รองศาสตราจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี และ พรศิริ บูรณเขตต์ ผู้ดูแลบ้านพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี ดำเนินรายการโดย วลัยลักษณ์ ทรงศิริ เจ้าหน้านักวิชาการจากมูลนิธิเล็ก-ประไพฯ
พรศิริ บูรณเขตต์ เปิดเผยถึงความยากลำบากในการดูแลพิพิธภัณฑ์ว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ต้องประสบความยากลำบากหลายประการ กระทั่งเกิดความท้อถอย คิดว่าไม่สามารถที่จะสานต่อเจตนารมณ์ของผู้เป็นพ่อได้อีกต่อไปแล้ว
"เขียนจดหมายจดหมายขอโทษทุกคนที่นับถือ คนที่เคยเป็นกำลังใจให้เรายืนหยัดมา เพราะรู้สึกว่าเสียใจที่ไม่สามารถทำในสิ่งที่ทุกคนหวังไว้ได้ ได้พูดคุยกับพ่อ ว่าหนูไม่ไหวแล้วนะ พอเถอะนะ เหนื่อยเหลือเกิน ขอไปเขียนรูปไปทำสิ่งที่อยากทำบ้าง เพราะสิ่งที่เราทำมาดูมันเปล่าประโยชน์เหลือเกิน เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ ใช้ไปกับบ้านพิพิธภัณฑ์หลังนี้หมด แล้วยังถูกคิดว่า เราเข้ามาหาผลประโยชน์จากบ้านพิพิธภัณฑ์หลังนี้
"ตอนรุ่นพ่อไม่เก็บสตางค์เข้าชมสักบาท มารุ่นลูกเริ่มเก็บ แต่อยากจะบอกทุกคนว่า การทำพิพิธภัณฑ์นั้นมีค่าใช้จ่ายต่อวันประมาณ 2,000 บาท แต่เราไม่เคยเก็บได้ถึงเลย บางคนเคยเข้าฟรีอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้น บางทีคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตก็อยากเข้าแบบฟรีๆ เมื่อสมัยคุณพ่อทำ ท่านมีอาชีพหล่อพระขายสังฆภัณฑ์ แต่ตอนนี้ท่านป่วยแล้วทำไม่ไหวแล้ว ส่วนเราไม่มีอาชีพอื่นนอกจากดูแลพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว เพราะเรามันเป็นลูกสาวบ้านพิพิธภัณฑ์ ไม่ใช่ลูกสาวพ่อ ทั้งชีวิตนี้โตมาก็เห็นมันแล้ว ต้องตามพ่อไปตามหมู่บ้านไปพูดคุยกับชาวบ้าน เก็บของที่เขาจะทิ้งที่คนอื่นไม่เห็นคุณค่า คนในบ้านต้องมาทะเลาะกัน เพราะเรื่องที่เก็บแต่ของเก่า เงินบ้านเราหมดไปกับสิ่งพวกนี้ ครอบครัวเราขาดทุนทุกวัน บ้านเรามีหกหลัง เราก็คิดว่าพ่อต้องให้เราสักหลังหนึ่ง แต่พ่อบอกว่า นี่ไม่ใช่บ้านของเราแต่เป็นบ้านของคนไทยทั้งประเทศ"
พรศิริ กล่าวด้วยความรู้สึกน้อยใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา
"จากการที่ได้เขียนจดหมายระบายความทุกข์ใจออกมาเป็นตัวหนังสือ เพื่อบอกกล่าวคนที่นับถือและคนที่เคารพ ก็ได้รับกำลังใจและยับยั้งความคิดในการที่จะเลิกทำ จนกระทั่งได้พิมพ์ออกมาเป็นหนังสือชื่อ 'ลูกสาวพิพิธภัณฑ์' เมื่อหนังสือพิมพ์ออกมาก็ได้รับแรงใจจากทั่วสารทิศ ว่าให้ทำต่อๆ อย่าเลิกนะ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่มีเงินเข้ามา แต่มีกำลังใจหลั่งไหลเข้ามาเยอะที่สุด ทำให้มีกำลังใจที่จะทำต่อไป"
ดังนั้น เพื่อการแก้ปัญหาที่เกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่เพียงพอ จึงมีการร่วมประชุมของคณะกรรมการมูลนิธิพิพิธภัณฑ์จ่าทวีขึ้นมา โดยสรุปว่าจะจัดทำพระพุทธชินราช รุ่น 'บูรณะพิพิธภัณฑ์จ่าทวี' ขึ้นมา มีหน้าตัก 9 นิ้ว เพื่อเป็นวัตถุบูชาไม่ใช่เป็นเครื่องรางของขลังแต่อย่างใด
ด้าน รองศาสตราจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม กล่าวว่า "พระพุทธรูปที่จะจัดทำขึ้นนี้ ไม่ใช่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง หรืออิทธิปาฏิหาริย์ใดๆ แต่เพื่อเป็นพุทธบูชาตามแนวความเชื่อของ จ่าทวีที่ยึดมั่นมาตลอด พิพิธภัณฑ์นี้จำเป็นต้องมีการบูรณะ เพราะได้เปิดดำเนินการมาเป็นเวลา 20 กว่าปีแล้ว มันเป็นสถานที่สำคัญมากสำหรับประเทศเรา ไม่สามารถให้สูญหายไปได้
"พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้หน่วยงานของรัฐได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย อยากให้เข้ามาดูแลพิพิธภัณฑ์อย่างนี้ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย ไม่ให้สาบสูญเพราะมันคือสมบัติของชาติ และนี่ไม่ใช่หรือคือสิ่งที่เราภูมิใจกัน ภูมิใจกับสิ่งที่เราเรียกว่า ภูมิปัญญาชาวบ้าน"
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี จังหวัดพิษณุโลก เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของเอกชนซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เปิดดำเนินการเป็นพิพิธภัณฑ์มาได้ 26 ปีแล้ว ในเบื้องต้นมี จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ เป็นผู้ก่อตั้ง โดยมีการเก็บรักษารวบรวมอุปกรณ์ต่างๆ ที่กำลังจะสูญหายไปจากความทรงจำของคนไทย
ปัจจุบันมีของที่รวบรวมได้ประมาณ 30,000 ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ผ่านการคิดดัดแปลงออกมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของใช้พื้นถิ่นภาคเหนือ
Tags : พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาจ่าทวี • พรศิริ บูรณเขตต์ • พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น



ความคิดเห็นที่ 2
เจนนี่ , 9 สิงหาคม 2553 14:28
อยากไปจัง
ความคิดเห็นที่ 1
กลุ่มหนุ่มสาวศึกษาเพื่อการฟื้นฟูวิถีชุมชนท้องถิ่น , 8 มีนาคม 2552 13:17
ส่งข่าวถึงคนรัก พิพิธภัณฑ์บ้านจ่าทวีค่ะ
วันที่ 1 เมษายน 2552 นี้ จะมีงาน "ฟื้นวิถีชุมชน ชื่นชมคนท้องถิ่น" ตั้งแต่เวลา 15.00 - 23.00 น.มีเวทีเสวนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นน่าน - แควน้อยโดย อ.ศรีศักร วัลลิโภดม และดนตรีเพื่อชีวิตโดย เอ้ ผูกพัน วงคาวบอยบ้านตะวันออกจ.พิษณุโลก หงา คาราวาน, หว่อง มงคล อุทก, และผองเพื่อน บัตรเข้างาน 200 บาท รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้พิพิธภัณฑ์บ้านจ่าทวีค่ะ สอบถามรายละเอียดได้ที่ พิพิธภัณฑ์บ้านจ่าทวี 055-212749 และ กลุ่มหนุ่มสาวศึกษาเพื่อการฟื้นฟูวิถีชุมชนท้องถิ่น pimprapai42@hotmail.com ช่วยกันกระจายข่าวก็ยังดีค่ะ