"อจีรังคือโอกาส" นิทรรศการฉายภาพความไม่เที่ยงแท้ของชีวิตโลก ปลุกจินตนาการนักออกแบบ ก่อนส่งต่อให้นักธุรกิจนำไปแปรสภาพเป็นเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล
“โอกาสตั้งอยู่บนความไม่เที่ยง อยู่ที่ว่าคนเราจะมองเห็น และหยิบฉวยมาสร้างสรรค์ได้มากน้อยแต่ไหน” ภารวี วงศ์จิรชัย รองผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือทีซีดีซี กล่าว
คำพูดของเขาคงไม่ต้องพิสูจน์อะไรมากมาย ศูนย์ความงามดารดาษที่ตั้งอยู่ตามห้างสรรพสินค้า คลินิกตึกแถว ตลอดจนโรงพยาบาลเสริมความงามมีอัตราเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นับสปาที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ
ใครจะเชื่อว่า "โบทอกซ์" จุลินทรีย์พิษร้ายแรงที่ปนเปื้อนอยู่กับหน่อไม้ปี๊บ ที่คร่าชีวิตคนมาแล้วจากภาวะกล้ามเนื้อเกร็ง แต่ถูกนำมาลดฤทธิ์เดชแล้วใช้ฉีดให้หน้าตึงลดอายุจริงลงได้อย่างมหัศจรรย์
วลี "อจีรังคือโอกาส" ถูกเคี่ยวจนข้นจากทีมนักออกแบบนิทรรศการของทีซีดีซี จนกลายเป็นศิลปะแห่งชีวิตได้อย่างเหมาะเจาะ ผ่านห้องจัดแสดงที่วางธีมไว้อย่างลุ่มลึก ตั้งแต่ อนิจจัง ความตาย ความกลัว ความงาม และฤดูกาล
"มนุษย์ไม่ว่ายุคไหน ร่ำร้องหาความเป็นอมตะมาตลอด อย่างอียิปต์โบราณทำมัมมี่ หมักดองศพ เพราะเชื่อว่าจะคืนชีวิตสู่ความเป็นนิรันดร์ มาจนถึงยุคของการโคลนนิ่ง ดัดแปรพันธุกรรมต่อสู้กับเชื้อโรค เป้าหมายล้วนเพื่อการอยู่รอดในยุคที่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าขึ้น" ภารวี กล่าว
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าปรัมปราถึง "พระนางคลีโอพัตรา" ผู้เลอโฉม ดูเป็นสาวสองพันปีเพราะอาบน้ำนมชุบผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ต่างจากยุคปัจจุบันที่เต่งตึงได้ด้วยรกแกะ หรืออาจรวมถึงสเต็มเซลล์จากรกเด็กด้วยก็ได้
"ความงาม ความเยาว์วัยและความเชื่อ เปิดโอกาสทางธุรกิจเกิดขึ้นมากมายบนโลก สำหรับผู้ที่มองเห็นและเอื้อมถึง เมื่อดูจากสถิติจะพบว่า มนุษย์ทั่วโลกใช้จ่ายเพื่อบำรุงบำเรอความงาม และดิ้นรนให้หลุดพ้นจากความอจีรังถึง 11 ล้านล้านบาทต่อปี”
ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องความงามเพียงอย่างเดียว เพราะธุรกิจหลายรูปแบบล้วนเกิดจากความไม่เที่ยงทั้งสิ้น อาจรวมถึงเทศกาลดอกซากุระบานของญี่ปุ่น ก่อนร่วงโรยรา เป็นเทศกาลสำคัญของชาวอาทิตย์อุทัย และก่อกำเนิดบทกวีไฮกุอันเพราะพริ้ง
ส่วนเนเธอร์แลนด์ คิดเทคโนโลยีช่วยชะลอความสดของดอกไม้ ตลอดพัฒนากระบวนการขนส่งที่ทันสมัย จนกระทั่งสามารถยืดอายุความสดของดอกไม้ไว้ได้นาน จนได้ชื่อว่าเป็นผู้ส่งออกดอกไม้ประดับเมืองร้อนที่มีลูกค้าอยู่ในแต่ละประเทศภูมิภาคทั่วโลก
“สำหรับประเทศไทย ยังมีความท้ายทายและโอกาสในการทำธุรกิจ บนความไม่จีรังซ่อนอยู่ เพียงแต่โอกาสไม่ได้อยู่ข้างหน้าเราอย่างผิวเผิน ต้องขุดคุ้ยทำวิจัยและพัฒนา วิเคราะห์หาทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเพื่อพยุงความไม่เที่ยง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของอาหาร ความงามรวมถึงสุขภาพ” รองผู้อำนวยการทีซีดีซี ทำท่าครุ่นคิด
ออร์แกนิกส์เป็นโอกาสที่ดีของประเทศเกษตรกรรมอย่างไทย เพียงแต่ต้องมีความสนใจมากพอ และให้เวลากับมัน เพราะธุรกิจนี้ไม่สามารถทำเงินได้ในทันที โอกาสจึงไม่ได้มาแบบฉาบฉวย
ไทยยังมีความแข็งแกร่งด้านอาหาร สุขภาพและท่องเที่ยว แต่หากมองให้ลึกทั้ง 3 ธุรกิจยังมีแง่มุมให้ขบคิด และต่อยอดได้อีกมาก โดยการวิจัยและพัฒนายังคงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะศิลปะกับวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่มาด้วยกันอย่างแยกไม่ออก
"ผมเชื่อว่าแรกๆ คนหลงไปกับความหรูหราฟู่ฟ่า แต่พอนานไปจะมองถึงความสะดวกสบาย ความคุ้มค่ากับการใช้งานจริงมากกว่า" ภารวี กล่าวอย่างตกผลึก ขณะที่เรากวาดตามองหามุมความไม่หรูหราของศูนย์ทีซีดีซี แล้วจู่ๆ ก็เหมือนกับ "ซาโตริ" เข้าถึงความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต
ขนาดศูนย์ทีซีดีซีที่เกือบถูกยุบช่วงหลังปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 และเกือบจะถูกย้ายไปอยู่จามจุรี สแควร์ แต่ยังคงสถิตสถาพรอยู่ได้อย่างไม่เกรงขาม
แล้วจะไม่ให้เราถึงสัจธรรมได้อย่างไร
Tags : ทีซีดีซี • นิทรรศการ • ศิลปะ • จามจุรีสแควร์ • ธุรกิจ • ชีวิต





