พลังงานเล็งปรับราคาน้ำมัน หวังเพิ่มภาษีสรรพสามิต อีกระลอก ระบุไม่มีประกาศล่วงหน้าป้องกันการเก็บกำไร
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมปรับราคาขายปลีกน้ำมันอีกระลอก หลังจากที่ได้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันไปแล้วที่ 1.55 บาทต่อลิตรในวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยการปรับขึ้นจะพิจารณาในช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน นอกจากนี้จะดำเนินทันทีเพื่อป้องกันการเก็งกำไร
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันยังอยู่ในช่วงขาขึ้นกระทรวงพลังงานจะทยอยปรับไม่ให้เกินลิตรละ 1 บาท จนกว่าจะเต็มเพดานภาษีสรรพสามิตตามมติ ครม.
“หากราคาน้ำมันยังสูงการปรับขึ้นแต่ละครั้งก็จะไม่มาก และพร้อมขยายระยะเวลาจากเดิมที่ตั้งเป้าหมายว่าจะขึ้นราคาเต็มเพดานภาษีสรรพสามิตน้ำมันภายใน 2 เดือน”
ด้านนายปรัชญา ภิญญาวัธน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติหาร กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT กล่าวว่า เดือนก.พ. นี้ปตท. มีแผนนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปทั้งเบนซิน และดีเซล เพื่อนำมาจำหน่ายในประเทศ เนื่องจากปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ธ.ค.51 เนื่องจากน้ำมันขายปลีกในประเทศมีราคาถูกหลังราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับโรงกลั่นน้ำมันในประเทศปิดซ่อมบำรุง โดยคาดว่าเบนซินจะนำเข้าเพิ่มเติมในปริมาณ 20-25 ล้านลิตร ดีเซลจะนำเข้าเพิ่ม 30 ล้านลิตร
“ปัจจุบันการใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากราคาที่ต่ำ โดยเบนซินเพิ่มขึ้นจากเดิม 9 ล้านลิตรต่อวัน หรือ 31% ดีเซลเพิ่ม 15-20 ล้านลิตรหรือ 35%” สำหรับการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)นั้น คาดว่าเดือนก.พ.นี้จะนำเข้าเพิ่มเติมอีก 3 หมื่นตัน แต่หากประชาชนแห่ใช้มากคงต้องนำเข้าเพิ่มขึ้นกว่านี้ ซึ่งอาจทำให้กองทุนน้ำมันมีภาระเพิ่มขึ้น
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. กล่าวว่า ปตท.จะรับภาระในการตรึงแอลพีจีเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนต่อ เนื่องจากปตท. จำเป็นต้องรักษาธรรมาภิบาลตามกฎของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
"โครงสร้างแอลพีจีผิดเพี้ยนมาก โดยราคาก๊าซหุงต้มหน้าโรงงานขายอยู่ที่ 19.25 บาทต่อกก.แต่ราคาขายปลีกอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกก.ซึ่งปัจจุบันปตท.ขายได้เพียง 10 บาทต่อกก. ที่เหลือจะเป็นภาษีและค่าบริหารจัดการ ทำให้ต้องรับภาระ 9 บาทต่อกก. ล่าสุดปตท.รับภาระไปแล้ว 8,000 -9,000 ล้านบาท คาดว่าเดือน เม.ย.นี้ คงถึงระดับ 1 หมื่นล้านบาท ตามเพดานกำหนด”
นายประเสริฐ ห่วงว่าถ้าราคาก๊าซหุงต้มยังต่ำเกินไปคนก็จะหันไปใช้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้กองทุนน้ำมันมีภาระมากขึ้นด้วย โดยคาดว่าปีนี้การนำเข้าก๊าซหุงต้มน่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาคือ 4-5 แสนตัน แต่ถ้ารัฐบาลจะใช้วิธีให้กองทุนน้ำมันอุดหนุนต่อก็สามารถทำได้ เหมือนในอดีตที่เคยทำจนเป็นหนี้ 8-9 หมื่นล้านบาท ซึ่งสุดท้ายก็สรุปว่าไม่ไหว โดยคิดว่าควรจะพิจารณาโครงสร้างราคาให้เหมาะสมมากกว่า
Tags : กระทรวงพลังงาน • น้ำมัน • ปตท.นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล • ปรัชญา ภิญญาวัธน์

ความคิดเห็นที่ 1
บุญเติม , 27 กุมภาพันธ์ 2553 18:44
มีแต่ข่าว จะขึ้นอีกแล้วเหรอ เฮ้อเงินในกระเป๋าเราก็ลดอีกแล้ว เซ็งจิง จิง