กรุงเทพธุรกิจ

  •  

ธุรกิจ : HR Management

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 11:44

คนเหนือดวง ตะติยะ ซอโสตถิกุล

ภาพประกอบข่าว

ทุกคนมีเหตุผลของตนเองที่จะ “เชื่อ” หรือ “ไม่เชื่อ” โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นอยู่เหนือธรรมชาติ และยากจะพิสูจน์ได้

...แต่สำหรับ "ตะติยะ ซอโสตถิกุล" ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ เขาเลือกที่จะยืนอยู่ในฝั่งของเหตุผล ซึ่งจับต้องได้จริงบนหลักคิดทางวิทยาศาสตร์

ตะติยะบอกว่าเขาเชื่อในหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่สอนให้ทุกคนมีหลักในการดำเนินชีวิต และคิดเป็นตรรกะ ซึ่งอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์

ดังนั้น การดำเนินชีวิต แก่นคิดในการทำธุรกิจของ ตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จะไม่ถูกนำไปผูกกับ “ดวง” หรือ “วาสนา” ในทุกกรณี

“หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ก็ย่อมต้องยืนอยู่บนจุดของความถูกต้องเป็นกลาง และคงจะไม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงใดๆ เพียงเพราะสินบน”

ตัวอย่างที่ตะติยะยกให้เห็น คือ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบโควตา หากในปีนั้นกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิ์เข้ารับการศึกษาไว้ที่ 100 คน ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่พูดกันด้วยเหตุและผล จะมีคนที่สอบผ่านด้วย "ความสามารถ" ของตนเอง 100 คน

ตรงกันข้าม หากมองในมุมของสิ่งที่อยู่เหนือการพิสูจน์ ถ้ามีผู้เข้าสอบคนหนึ่งคนใดไป “บนบาน” ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยตน และถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย เท่ากับว่า คนที่สอบเข้าได้ด้วยความสามารถของตนเองจะต้อง “หลุด” ไปหนึ่งคนเช่นกัน

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง การที่ไปทำให้คนอื่น “หลุด” คือ “ผิด”

“ผมเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ทำเช่นนั้น คิดด้วยตรรกะแบบนี้ไม่น่าจะเป็นจริงไปได้”

เมื่อคิดเช่นนี้ ทำให้ตะติยะเชื่อมั่นในความสามารถและความถนัดเฉพาะทางของทุกคน แต่ไม่ใช่การยึดติดตัวบุคคลมากเกินไป เพราะเขาก็เชื่อมั่นในระบบ และความมั่นคงระยะยาวองค์กรเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้หลักการทำงานของเขาจึงต้องเดินหน้าไปพร้อมกันทั้ง “คน” และ “ธุรกิจ”

หลังจากทุกคนถูกตั้งเป้าหมาย เพื่อไปให้ถึงปลายทางร่วมกัน นั่นคือความสำเร็จขององค์กร แต่หากระหว่างทาง เมื่อลงมือปฏิบัติจริง แล้วเจอปัญหาติดขัดอะไรส่วนไหน เขาก็พร้อมรับฟัง

ถ้าประเมินแล้วเห็นว่า "เกินกำลัง" ก็สามารถปรับลดได้บ้าง และเน้นการมองภาพกว้างเพื่อให้ทุกอย่างได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องและตรงจุด

โดยเมื่อมีปัญหา เขามักกระตุ้นให้ทุกคนมองหาต้นตอปัญหา ไม่ยึดติดกับอะไร หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

“อะไรที่ทำมาสิบปีแล้วไม่ได้แปลว่าเราถูก ถ้าเราตีโจทย์แตกขึ้นมาเราก็โยนของเก่าทิ้งไปเลย ต้องดูเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นหลัก”

วิธีคิดที่ตั้งอยู่บน “เหตุและผล” ของตะติยะยังถูกสะท้อนผ่านงานที่ทำและวิธีคิดในการบริหารคนของซีคอนสแควร์ ด้วย “โบนัส” ที่มาทั้งในรูปของความสุข ความสนุก และผลตอบแทนในรูปของเงินพิเศษ

ทุกปีตะติยะจะต้องเปิดไร่สามยะ ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนของครอบครัว ให้พนักงานซีคอนสแควร์และครอบครัวได้ไปกางเต็นท์สังสรรค์

ส่วนตัวเขาและครอบครัวก็มักหาเวลาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไปพักผ่อนที่ไร่นี้เหมือนกัน

“เวลามาที่นี่ผมจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อม โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกิน จะได้มีเวลาอยู่ชาร์ตพลังแบบเต็มๆ”

นั่นคือรางวัลชีวิต ที่ตะติยะบอกว่า ทุกคนต้องได้หลังจากทำงานหนัก

รางวัลของคนทำงานหนักและผลที่ได้ออกมาดีอีกอย่างที่ตะติยะ เตรียมไว้ให้กับพนักงานก็คือ “เงินพิเศษ” ที่นอกเหนือจากการขึ้นเงินเดือนประจำปี นอกเหนือจากโบนัสที่พนักงานควรได้จากการปฏิบัติงาน

แม้เงินจำนวนนี้จะไม่ได้มากมายอะไร จนทำให้เกิดทัศนคติในเชิงลบและทำให้เกิดการแตกแยกในกลุ่มคนทำงานด้วยกัน แต่เป็นจำนวนเงินที่มากพอจะกระตุ้นให้เกิด “แรงฮึด” ที่จะทำงานได้ตามเป้า หรือดีกว่าเป้าที่ตั้งไว้

“ผมไม่เน้นการสั่งลูกน้องว่าจะต้องเลี้ยวซ้าย ขวา แต่จะบอกว่า "เป้า" คืออะไร และเมื่อเขาทำได้เรามีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ติดปลายนวมให้”

วิธีนี้ตะติยะบอกว่า จะช่วยให้เห็น “ทักษะ” และ “ศักยภาพ” ที่แท้จริงของคนทำงาน โดยเขาเพียงแต่ทำหน้าที่พี่เลี้ยง พร้อมรับฟังและเข้าช่วยเหลือเมื่อต้องการ หรือเมื่อเห็นว่าลูกทีมกำลังหลงทาง

เปรียบได้กับการใช้บริการแท็กซี่ ที่คนขับรถย่อมต้องมีทักษะรวมถึงความชำนาญในเส้นทางดีกว่าเรา

การนั่งแท็กซี่แล้วเราเป็นผู้กำหนดเส้นทางเองทั้งหมด อาจทำให้ถึงที่หมายช้ากว่าด้วยซ้ำ และถ้าเรากำหนดเวลา "บวก" ด้วยเงินติดปลายนวมอีกเล็กน้อย

ย่อมทำให้ถึงจุดหมายทันเวลาที่ต้องการ หรืออย่างน้อยก็เร็วขึ้น เป็นผลประโยชน์ที่ win win ทุกฝ่าย ง่ายๆ และมีเหตุผลรองรับ

Tags : ตะติยะ ซอโสตถิกุล ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14

คุณดี้ ตะติยะเค้ามะใช่พ่อของก้องนะครับ ไปเอามาจากไหนเนี่ยยย???

ความคิดเห็นที่ 13

ใครเขียนข่าวนี้วะ ใช้ภาษาห่วยมาก
เหมือนจบจากมหาลัยบ้านนอก * จริง

ความคิดเห็นที่ 12

ใครเขียนข่าวนี้วะ ใช่ภาษาห่วยวะ
บ่งบอกว่าจบจากมหาลัยบ้านนอกมา
* จริง

ความคิดเห็นที่ 11

สร้างภาพ

ความคิดเห็นที่ 10

เห็นหน้าเจ้าของซีคอนสแควร์จาก Bangkok Gossib เหมือนกัน (หล่อทั้งพ่อทั้งลูกเลยค่ะ)
วันนี้เห็นข่าวไปเทคโอเวอร์ห้างฟิวเจอร์พาร์ค ในหนังสือพิมพ์หลายฉบับเลยนะคะ เก่งจังเลย ชื่นชม ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9

วันก่อนเพิ่งเห็นหน้าเจ้าของซีคอนสแควร์ในรายการ Bangkok Gossip เหมือนกันดูหล่อเข้มเชียวค่ะ เพิ่งรู้นะเนี่ยะว่าเป็นพ่อของคุณก้องด้วยอ่ะค่ะ..หายากนะค๊ะที่คนใหญ่คนโตสมัยนี้จะไม่เชื่อเรื่องดวง แม้แต่อดีตผู้นำ ยังให้หมอดูเป็นผู้บงการชีวิตเลย !! รู้สึกดีนะอยากทำงานด้วยจัง ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8

เพิ่งจะเห็นหน้าเจ้าของซีคอนสแควร์ บริหารแบบนี้นี่เองคนถึงได้เยอะ
อิจฉาพนักงานที่นี่จัง...ขอไปอยู่ด้วยคนได้ป่าว เดี๋ยวจาแอบ fw ไปให้
เจ้านายอ่านบ้าง...

ความคิดเห็นที่ 7

เห็นไม่บ่อยนักที่ผู้นำไม่ชี้ซ้าย-ขวา หรือไม่ใช้อำนาจ (เมื่อมี) แต่ด้วยทัศนคติที่ดีเช่นนี้ สามารถพัฒนางาน พัฒนาคน ให้ก้าวไกล ไปได้ในนาคต โดยยึดหลักเหตุและผล แม้ไม่ยึดติดต่อตัวบุคคลมากนัก แต่มิได้ละเลย

ความคิดเห็นที่ 6

เห็นไม่บ่อยนักที่ผู้นำไม่ชี้ซ้าย-ขวา หรือไม่ใช้อำนาจ (เมื่อมี) แต่ด้วยทัศนคติที่ดีเช่นนี้ สามารถพัฒนางาน พัฒนาคน ให้ก้าวไกล ไปได้ในนาคต โดยยึดหลักเหตุและผล แม้ไม่ยึดติดต่อตัวบุคคลมากนัก แต่มิได้ละเลย

ความคิดเห็นที่ 5

เป็นแนวคิดที่ดีมากๆ ถ้ามีนายแบบนี้หลายๆคน แบบคิดเชิงเหตุผล ตามตรรกะ มากกว่าอารมณ์ และไม่คิดแบบพวกมากลากไป รับรองว่า สุดจะแฮปปี้ ลูกน้องทำงานถวายหัว แต่บางทีเจอนายแบบวางท่าไฮโซมีลำดับชั้นเห็นเราไม่ใช่คน แถมเชื่อตัวเองหรือหูเบาแบบสุดๆ ละตายเลย ชอบคำว่า Win Win แต่บางทีเราทำงานแทบตายไม่มีใครเห็น เพราะโดนบล็อคซะเยอะ
โดนดองเพราะเด็กนายไม่ชอบ ทำงานแบบนี้มีแต่ตายกับตาย เฮ้อ ขอสมัครไปทำงานด้วยคน

ความคิดเห็นที่ 4

ดีใจจังที่มีเจ้านายที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
มีมุมมองที่เห็นค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน
ทำให้อย่างน้อย คนที่ขยันมุ่งมั่นมีกำลังใจ
ในการทำงานมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 3

ดีใจที่ยังมีคนคิดแบบนี้อยู่ พักหลังเห็นแต่คนบ้าเรื่องฮวงจุ้ยบ้าง จตุคามบ้าง แม้แต่คนที่เป็นผู้นำระดับประเทศ ยังให้หมอดูเป็นผู้บงการชีวิตของตนเอง และประเทศชาติ น่าอนาถใจแท้ๆ

ความคิดเห็นที่ 2

gay?

ความคิดเห็นที่ 1

สาธุ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement