กรุงเทพธุรกิจ

  •  

ธุรกิจ : HR Management

วันที่ 30 มกราคม 2552 00:05

เกมธุรกิจ กัย "บาสเกตบอล"

สุเวทย์ ธีรวชิรกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็มบีเค

สุเวทย์ ธีรวชิรกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็มบีเค

ความคุ้นชินจากกิจกรรมที่ชื่นชอบ ในลักษณะการทำซ้ำและบ่อยครั้ง อาจเป็นการบ่มเพาะเขี้ยวเล็บอย่างลงตัว

สุเวทย์ ธีรวชิรกุล เป็นอีกผู้หนึ่งที่เปรียบการเล่นกีฬาเหมือนกับการบริหารงาน ที่นอกจากต้องใช้ชั้นเชิงรุก-รับแล้ว ยังมีแทคติคที่ช่วยสร้าง “แต้มต่อ” เหนือคู่แข่ง

แม้ว่าเวลาที่มีส่วนใหญ่จะหมดไปกับการทำงาน และการประชุมเฉกเช่นนักธุรกิจทั่วไป แต่ถ้ามีเวลาว่างเมื่อใด สุเวทย์ ธีรวชิรกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็มบีเค เป็นต้องสาละวนอยู่กับการออกกำลังกาย

ความชอบส่วนตัวนี้ ถูกส่งต่อเป็นโครงการให้คนของเอ็มบีเค ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือพนักงานต้องออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

ด้วยหวังให้พนักงานได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และมีสุขภาพจิตที่ดี

เพราะเมื่อไรก็ตามที่สุขภาพกายและสุขภาพใจดี ย่อมส่งผลให้การทำงานดีไปด้วย

“เราใช้ร่างกาย ใช้สมองในการทำงานไปเยอะ เราจึงควรคืนอะไรที่ดีๆ ให้กับร่างกายของเราบ้าง”

เขาออกกำลังกายเกือบทุกประเภทที่มีโอกาส ทั้งแบดมินตัน ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน วิ่ง รวมถึงอุปกรณ์ฟิตเนสทุกชนิด แต่ที่ชื่นชอบเป็นพิเศษเห็นที่จะไม่มีกีฬ่าชนิดไหนสามารถทำแต้มนำ “บาสเกตบอล” ได้

ดีกรีนักกีฬาระดับโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัยคงพิสูจน์ได้ถึงความชอบในกีฬาดังกล่าว

บาสเกตบอล ในมุมของ สุเวทย์ นอกจากจะเป็นกีฬาที่สนุก ได้ออกกำลังกายทุกสัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นสายตา แขน ขา ที่ต้องเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กัน ยังได้ฝึกสมาธิ รู้จักควบคุมเกม รู้จักวางแผน

"เราจะเล่นอย่างไรให้ชนะคู่ต่อสู้ เวลาไหนเราควรเป็นฝ่ายรุก เวลาไหนควรเป็นฝ่ายรับ"

สิ่งที่เขาเรียนรู้จากกีฬาประเภทนี้อีกอย่างคือ เรื่องของทีมเวิร์ค เพราะจากภาพที่เห็น บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีม ทำให้ผู้เล่นทุกคนต้องไว้ใจ และเชื่อใจกันซึ่งกันและกันจริงๆ

สุเวทย์เล่าว่า จากประสบการณ์ที่เขาเล่นกีฬาบาสเกตบอล แม้นักกีฬาทุกคนจะมีทักษะการเล่นเฉพาะตัว แต่การที่คนๆ เดียวจะเล่นเก่ง จะเล่นเด่นคนเดียว แบบเล่นม้วนเดียวจบทำคะแนนอยู่คนเดียวคงเป็นไปได้ยาก

เปรียบได้กับการทำงานในบริษัท ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม ยิ่งพนักงานในบริษัทไหนทำงานเป็นทีมเวิร์คได้มากเท่าไร ประสิทธิภาพของการทำงานและผลงานที่ได้จะดีกว่าการทำงานเดี่ยวๆ แบบวันแมนโชว์แน่นอน

เช่นกัน กีฬาบาสเกตบอล ที่สอนให้รู้จักวางแผน รู้จักวิธีเอาชนะคู่ต่อสู้ รู้จักว่าเวลาไหนควรเป็นฝ่ายรุก เวลาไหนควรเป็นฝ่ายรับ สอนให้รู้จักอ่านใจคู่แข่ง

ทำให้เข้าใจว่า คู่ต่อสู้จะเล่นแบบไหน ใช้กลยุทธ์ หรือวิธีใดเพื่อหลอกล่อเรา ก็ไม่ต่างจากการสังเกตพฤติกรรมของคู่แข่งในยามต่อสู้ในเชิงธุรกิจนั่นเองว่า คู่แข่งมีกลยุทธ์ใดในช่วงเวลาไหน ชอบใช้กลยุทธ์อะไร เพื่อที่เราจะสามารถตามคู่แข่งทัน หรือเอาชนะคู่แข่งขันได้

“จะประเมินได้อย่างไรว่าส่งลูกไหนทางไหน ไม่ใช่ทำอะไรไปอย่างไร้จุดหมาย นอกจากจะเป็นการสูญเปล่าแล้ว ยังอาจส่งผลเสียได้ เมื่อลูกตกไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม”

เหล่านี้ สุเวทย์บอกว่า คือสิ่งที่เรียนรู้ได้จากสนามแข่งบาสเกตบอล

อีกบทเรียนที่ได้จากประสบการณ์ตรงของการเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของสุเวทย์ คือ ตำแหน่งที่เล่นจะบอกบุคลิก บุคลิกจะบ่งบอกถึงตำแหน่งหน้าที่

เขาอธิบายว่า ด้วยรูปร่างที่ค่อนข้างหนา และไม่สูงมากนักอย่างเขา ทำให้มักจะได้เล่นในตำแหน่งการ์ดกับเซ็นเตอร์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นคนคอยควบคุมเกม เป็นคนวางแผน เป็นคนจ่ายบอล

บทเรียนในสนามแข่งขัน ที่สั่งสมจนฝังรากลึกกลายเป็นวิชั่นของนักบริหารในเวลาต่อมา

ยุทธศาสตร์รุก-รับ ในสนามที่ถูกฝังรากลึก และต่อยอดในภาคผู้บริหารที่ต้องเป็นคนวางแผน วางกลยุทธ์ต่างๆ รู้จักแบ่งงานให้เป็น จ่ายงานให้ถูกคน เพื่อจะได้ทำแต้มให้กับทีม

"เหมือนกันกับการวางคนให้ถูกกับงาน จึงจะสามารถทำกำไรให้บริษัท วงบาสก็เหมือนจุดหมาย ขณะที่การทำงานก็ต้องมีเป้าหมายของบริษัท ถ้าเราวางแผนดีๆ มีทีมงานเวิร์ค ก็ไม่ยากที่จะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จได้"

บาสเกตบอลยังสอนให้ผู้เล่นต้องรู้แพ้ รู้ชนะ แต่สำคัญต้องสามารถนำความพ่ายแพ้ นำสิ่งที่ผิดพลาดมาเป็นบทเรียน และแก้ไขต่อไป

เมื่อเกมยังไม่จบ ต้องจำไว้ว่าห้ามถอดใจจนวินาทีสุดท้าย เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพียงเสี้ยววินาทีอาจทำให้คุณเป็นฝ่ายชนะก็ได้ ขอเพียงควบคุมเกมที่เล่นให้อยู่ในกฎและกติกาของเกม

“เช่นเดียวกับองค์กรทุกที่ก็ต้องมีนโยบาย มีแผนธุรกิจ ที่คนในองค์กรนั้นต้องเดินตามกรอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเราไม่ถอดใจเสียก่อนและหันมาแก้เกมอย่างถูกต้อง ถูกวิธี ที่สุดเราก็อาจปิดงบได้ตามเป้า ใครจะไปรู้”

"กีฬา" จึงมีอีกภาคที่คนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง แต่เป็นบทเรียนที่สามารถนำมาปรับใช้กับเกมธุรกิจได้จริง

“แทคติค” สิ่งที่เสริมเขี้ยวเล็บให้กับสุเวทย์ ในตำแหน่งของกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเอ็มบีเค  มาแล้ว

เขาบอกว่า มีหลายครั้งที่ไม่สามารถเล่นเกมแบบตรงไปตรงมาได้ แต่เมื่อเป้าหมายคือ “ชัยชนะ” การชิงไหวชิงพริบเท่านั้นที่จะทำให้เกิด "แต้มต่อ" ทั้งในเกมกีฬาและเกมธุรกิจ ซึ่ง “แทคติค” ช่วยได้

นั่นหมายถึงว่า ต้องรู้จักคู่แข่งขันดีพอ จึงจะสามารถปรับยุทธศาสตร์รุก-รับได้อย่างลงตัว

เสน่ห์ของการเล่นกีฬายังมีอีกหลากหลายแง่มุม และมุมหนึ่งที่สุเวทย์นำมาใช้กับลูกน้องอย่าง “เนียนๆ” คือ ศึกษาตัวตนที่แท้จริงของลูกน้องในอีกมิติ ที่ไม่ใช่แค่บรรยากาศของ “งาน” “งาน” และ “งาน”

เพราะหากเป็นมุมของการทำงาน ภาพที่เห็นและจับต้องได้คือ หลักคิดที่ต้องมุ่งไปในทิศทางเดียวกันไม่ว่าจะเป็นรุกหรือรับ แต่เมื่อลงไปอยู่ในสนาม “เพื่อน” หรือ “ลูกน้อง” ที่เคยรู้จักอาจจะไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันเสมอไป บทเรียนที่ได้ก็ย่อมแตกต่างออกไปในฐานะของ "คู่แข่ง"

สุเวทย์บอกว่า คุณเองก็สามารถหยิบไปใช้ได้ แต่ต้องเข้าใจธรรมชาติของ "กีฬา"

Tags : สุเวทย์ ธีรวชิรกุล เอ็มบีเค

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement