TOP แจงกำไรสุทธิ 2551 ร่วงหนัก ผลจากขาดทุนสต็อกน้ำมัน 11,211 ล้านบาท พร้อมขออนุมัติวงเงินออกหุ้นกู้ใหม่อีก 500 ล้านเหรียญ เผื่อฉุกเฉิน
นายวิโรจน์ มาวิจักขณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) เปิดเผยว่า จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2551 จากปัญหาเศรษฐกิจโลกทำให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกำไรสุทธิทั้งปีที่ 224 ล้านบาท ลดลงจากปี 2550 ที่มีกำไรสุทธิ 19,118 ล้านบาท แต่หากไม่รวมปัจจัยจากปัญหาสต๊อกน้ำมัน บริษัทจะมีกำไรจำนวน 11,435 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA จำนวน 7,949 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 21,010 ล้านบาท
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2552 นี้ คณะกรรมการบริษัท(บอร์ด)มีมติอนุมัติให้บริษัทออกหุ้นกู้อีก 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 17,500 ล้านบาท(คิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลล่าร์)เป็นการขออนุมัติไว้เป็นงบใช้จ่ายได้ทันทีหากต้องการเงินลงทุน แต่ทั้งนี้ยังไม่มีแผนที่ออกหุ้นกู้จำนวนนี้แต่อย่างใด ส่วนหุ้นกู้เดิมที่ออกไปก่อนหน้านี้ราว 12,000 ล้านบาท ได้ใช้ไปจนครบทั้งหมดแล้ว
“เป็นเพียงกรอบหุ้นกู้ที่เราขออนุมัติไว้เท่านั้น ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในขณะนี้ เพราะสภาพคล่องและกระแสเงินสดของบริษัทยังดีอยู่ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาสต๊อกน้ำมันทำให้เราขาดทุนไปเยอะ จนกำไรเราเหลือเพียง 224 ล้านบาทเท่านั้น จาก 19,118 ล้านบาท”
เขากล่าวว่า ในปี 2552 มั่นใจว่าบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสต๊อกน้ำมัน เชื่อว่าในไตรมาสแรกของปีและโดยเฉลี่ยทั้งปีผลการดำเนินงานและกำไรน่าจะออกมาเป็นบวก ไม่มีการขาดทุนสุทธิแน่นอน เนื่องจากปีนี้ไทยออยล์จะเดินหน้ากำลังการผลิตอย่างเต็มที่ ไม่ลดกำลังการผลิตลง และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ราคาน้ำมันจะต้องไม่ผันผวน
คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปีนี้น่าจะอยู่ที่ ประมาณ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนค่าการกลั่นน่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ที่มีค่าการกลั่นโดยเฉลี่ยประมาณ 5-6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ไทยออยล์ยังมีแผนขยายการลงทุนใน 2 โครงการ คือ การเพิ่มมูลค่าของทูลิอีนเป็นพาราไซลีน เนื่องจากคาดว่าความต้องการในตลาดจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการใช้สูงมากโดยเฉพาะประเทศจีน ขณะที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ หรือ สเปรดอยู่ที่ประมาณ 800 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอีก และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องเพื่อลดการเกิดมลภาวะ ซึ่งทั้งสองโครงการจะใช้เงินลงทุนราว 30 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1,050 ล้านบาท ขณะที่โครงการขนาดใหญ่บริษัทจะชะลอการลงทุนและรอดูสถานการณ์ไปก่อน
Tags : ไทยออยล์ • วิโรจน์ มาวิจักขณ์ • น้ำมัน • โรงกลั่น


ความคิดเห็นที่ 1
toppp , 13 กุมภาพันธ์ 2552 18:34
But TOP risen today !