กรุงเทพธุรกิจ

  •  

ธุรกิจ : Coporate Movement

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 15:49

ไทยออยล์เจ๊งสต๊อกน้ำมันกำไรหด1.8หมื่นล.

วิโรจน์ มาวิจักขณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

วิโรจน์ มาวิจักขณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

Get Adobe Flash player
TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

TOP แจงกำไรสุทธิ 2551 ร่วงหนัก ผลจากขาดทุนสต็อกน้ำมัน 11,211 ล้านบาท พร้อมขออนุมัติวงเงินออกหุ้นกู้ใหม่อีก 500 ล้านเหรียญ เผื่อฉุกเฉิน

นายวิโรจน์ มาวิจักขณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) เปิดเผยว่า  จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2551  จากปัญหาเศรษฐกิจโลกทำให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลกำไรสุทธิทั้งปีที่  224 ล้านบาท ลดลงจากปี 2550  ที่มีกำไรสุทธิ 19,118 ล้านบาท  แต่หากไม่รวมปัจจัยจากปัญหาสต๊อกน้ำมัน บริษัทจะมีกำไรจำนวน  11,435 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA จำนวน  7,949 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่  21,010  ล้านบาท

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี  2552  นี้  คณะกรรมการบริษัท(บอร์ด)มีมติอนุมัติให้บริษัทออกหุ้นกู้อีก 500  ล้านเหรียญสหรัฐ  หรือประมาณ 17,500 ล้านบาท(คิดที่อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อดอลลล่าร์)เป็นการขออนุมัติไว้เป็นงบใช้จ่ายได้ทันทีหากต้องการเงินลงทุน แต่ทั้งนี้ยังไม่มีแผนที่ออกหุ้นกู้จำนวนนี้แต่อย่างใด  ส่วนหุ้นกู้เดิมที่ออกไปก่อนหน้านี้ราว 12,000 ล้านบาท ได้ใช้ไปจนครบทั้งหมดแล้ว

“เป็นเพียงกรอบหุ้นกู้ที่เราขออนุมัติไว้เท่านั้น ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในขณะนี้ เพราะสภาพคล่องและกระแสเงินสดของบริษัทยังดีอยู่ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาสต๊อกน้ำมันทำให้เราขาดทุนไปเยอะ จนกำไรเราเหลือเพียง 224 ล้านบาทเท่านั้น จาก 19,118  ล้านบาท”

เขากล่าวว่า ในปี 2552  มั่นใจว่าบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสต๊อกน้ำมัน  เชื่อว่าในไตรมาสแรกของปีและโดยเฉลี่ยทั้งปีผลการดำเนินงานและกำไรน่าจะออกมาเป็นบวก  ไม่มีการขาดทุนสุทธิแน่นอน เนื่องจากปีนี้ไทยออยล์จะเดินหน้ากำลังการผลิตอย่างเต็มที่  ไม่ลดกำลังการผลิตลง  และมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ  แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ราคาน้ำมันจะต้องไม่ผันผวน

คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปีนี้น่าจะอยู่ที่ ประมาณ 50  เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล  ส่วนค่าการกลั่นน่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ที่มีค่าการกลั่นโดยเฉลี่ยประมาณ  5-6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

นอกจากนี้ ไทยออยล์ยังมีแผนขยายการลงทุนใน 2 โครงการ คือ การเพิ่มมูลค่าของทูลิอีนเป็นพาราไซลีน  เนื่องจากคาดว่าความต้องการในตลาดจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดยังมีความต้องการใช้สูงมากโดยเฉพาะประเทศจีน ขณะที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์ หรือ สเปรดอยู่ที่ประมาณ  800 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอีก  และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องเพื่อลดการเกิดมลภาวะ  ซึ่งทั้งสองโครงการจะใช้เงินลงทุนราว 30 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1,050  ล้านบาท ขณะที่โครงการขนาดใหญ่บริษัทจะชะลอการลงทุนและรอดูสถานการณ์ไปก่อน

Tags : ไทยออยล์ วิโรจน์ มาวิจักขณ์ น้ำมัน โรงกลั่น

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

But TOP risen today !

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement