พรศิลป์ แนะรัฐแจกเงินเกษตรโดยตรงภายใต้ระบบขึ้นทะเบียน แทนการแทรกแซงราคาที่ทำให้กลไกราคาบิดเบือน และยกเลิกโครงการเพาะปลูกในประเทศเพื่อนบ
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธฺการสภาหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในงานเสวนา อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ จะรุ่งโรจน์หรือร่วงโรยในปี 2552 จัดโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่า ธุรกิจอาหารสัตว์ภาพรวมในปี 2552 คาดว่า ในเชิงมูลค่า จะลดลงประมาณ 10% แต่เชิงปริมาณจะไม่ลดลง แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่สินค้าเกษตรยังจำเป็นต่อการบริโภค พร้อมยอมรับไม่เห็นด้วยกับการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรของภาครัฐ ที่มีการรับซื้อในราคาสูงกว่าตลาด ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้นและต้องขึ้นราคาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค
นอกจากนี้ การแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร ยังทำให้เกิดปัญหาการทุจริต และมีการลักลอบนำเข้าพืชอาหารสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว และกัมพูชา ภายใต้โครงการขยายพื้นที่ปลูกในประเทศเพื่อนบ้าน หรือ แอ็คเมก ทำให้เงินประเทศไทยไปอุดหนุนสินค้าเกษตรประเทศเพื่อนบ้าน จึงควรยกเลิกโครงการดังกล่าว
แนะรัฐแจกเงินเกษตรกรโดยตรงใต้ระบบขึ้นทะเบียน
"ภาครัฐ ควรใช้แนวทางการนำเงินไปให้เกษตรกรโดยตรง ภายใต้ระบบที่มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พร้อมจัดระบบการคำนวณราคาและผลผลิตสินค้าเกษตรล่วงหน้า แม้จะใช้งบประมาณจำนวนมากแต่เกษตรกรจะได้ประโยชน์โดยตรงและไม่กระทบต่อธุรกิจ
ทั้งนี้ การแทรกแซงราคาพืชผลเกษตร ปัจจุบันจะเกิดประโยชน์เฉพาะนักการเมือง แต่ทำให้กลไกตลาดบิดเบือน เพราะมีการประกันราคาสูงเกินไป เช่น ปัจจุบันราคาตลาดข้าวโพด อยู่ที่ 6.50 บาท แต่มีการแทรกแซง 8.50 บาทต่อกิโลกรัม มันสำปะหลัง ราคาตลาด 1.60 บาท ราคาแทรกแซง 1.90 บาทต่อกิโลกรัม
ด้านนายสงวนศักดิ์ อัครวรินทร์ชัย นายกสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาการผลิตปลาป่น เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ แต่ราคาเริ่มปรับลดลงมาก เนื่องจากมีการนำเข้าเนื้อป่น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้โรงงานผลิตปลาป่นปิดตัวลงหลายราย จากความผันผวนเรื่องราคา จึงขอให้รัฐหามาตรการมาควบคุมดูแลการนำเข้า เพื่อให้มีการใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น
รองเลขาธิการยังกล่าวถึงการส่งออกไทยว่า การส่งออกอาจจะต้องติดลบ 5-10% เพราะได้รับผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยภาพรวมในช่วงในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2551 ที่ผ่านมาที่การส่งออกติดลบ เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดังนั้น เชื่อว่า ในปีนี้การส่งออกไม่น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ที่ 3-5% และหากภาครัฐ ไม่เร่งรักษาระดับการส่งออกให้มากขึ้น เชื่อว่า การส่งออก ปีนี้น่าจะลดลงอย่างน้อย 10%
เขาจึงเสนอแนะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ควรออกไปเปิดตลาดส่งออกใหม่ ทั้ง แอฟริกา รัสเซีย และตะวันออกกลางมากขึ้น พร้อมตั้งทีมเฉพาะกิจเข้าไปเจาะตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง
คาดส่งออกครึ่งปีแรกลดลง 15-20%
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การส่งออกช่วงครึ่งแรกของปี 2552 คาดว่า จะลดลงร้อยละ 15-20 แต่จะเริ่มขยับดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3-4
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การเงินโลกที่ยังไม่คลี่คลาย และมีปัญหาสภาพคล่อง โดยล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้ จะขยายตัวลดลงจากประมาณการเดิมร้อยละ 0.5-1 เหลือเพียงร้อยละ 1.2-1.5 จะส่งผลให้การส่งออกของไทย เฉลี่ยในปีนี้ ขยายตัวติดลบร้อยละ 5 และส่งผลให้เศรษฐกิจไทย ปีนี้ ขยายตัวร้อยละ 0-2 เท่านั้น
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ภาครัฐควรออกมาตรการเพิ่มเติม โดยการอัดฉีดภาคการส่งออกและท่องเที่ยว โดยให้สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรน พร้อมเปิดตลาดส่งออกและท่องเที่ยวใหม่ๆ รวมทั้งเร่งกระตุ้นการใช้งบประมาณของรัฐวิสาหกิจ ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น หากดำเนินการได้ เชื่อว่า จะทำให้ปัญหาการว่างงานลดลงเหลือ 8 แสนคน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1 ล้าน 2 แสนคน
Tags : แทรกแซงสินค้าเกษตร • ส่งออก • สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย


ความคิดเห็นที่ 2
คนรักชาติ , 9 ธันวาคม 2552 14:48
การให้เงินแบบนี้น่าเป็นห่วง เห็นบางคนที่ได้เงินนำเงินไปซื้อรถใหม่ แบบนี้จะถูกทางหรือเปล่าในสภาพการเงินของประเทศที่ไม่ดี สงสารประเทศไทย
ความคิดเห็นที่ 1
wana , 22 มกราคม 2552 16:21
Strongly agree with Khun Pornsilp.He should be the commerce minister.