Bangkokbiznews.com

ธุรกิจ

วันที่ 22 มกราคม 2552 15:14

แนะรัฐให้เงิน-เลิกแทรกแซงสินค้าเกษตร

พรศิลป์  พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร

พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

พรศิลป์ แนะรัฐแจกเงินเกษตรโดยตรงภายใต้ระบบขึ้นทะเบียน แทนการแทรกแซงราคาที่ทำให้กลไกราคาบิดเบือน และยกเลิกโครงการเพาะปลูกในประเทศเพื่อนบ

นายพรศิลป์  พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธฺการสภาหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตรและอาหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในงานเสวนา อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ จะรุ่งโรจน์หรือร่วงโรยในปี 2552 จัดโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่า ธุรกิจอาหารสัตว์ภาพรวมในปี 2552 คาดว่า ในเชิงมูลค่า จะลดลงประมาณ 10% แต่เชิงปริมาณจะไม่ลดลง แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่สินค้าเกษตรยังจำเป็นต่อการบริโภค พร้อมยอมรับไม่เห็นด้วยกับการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรของภาครัฐ ที่มีการรับซื้อในราคาสูงกว่าตลาด ส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสูงขึ้นและต้องขึ้นราคาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค

นอกจากนี้ การแทรกแซงราคาสินค้าเกษตร ยังทำให้เกิดปัญหาการทุจริต และมีการลักลอบนำเข้าพืชอาหารสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น  ลาว และกัมพูชา ภายใต้โครงการขยายพื้นที่ปลูกในประเทศเพื่อนบ้าน หรือ แอ็คเมก ทำให้เงินประเทศไทยไปอุดหนุนสินค้าเกษตรประเทศเพื่อนบ้าน จึงควรยกเลิกโครงการดังกล่าว

แนะรัฐแจกเงินเกษตรกรโดยตรงใต้ระบบขึ้นทะเบียน

"ภาครัฐ ควรใช้แนวทางการนำเงินไปให้เกษตรกรโดยตรง ภายใต้ระบบที่มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกร พร้อมจัดระบบการคำนวณราคาและผลผลิตสินค้าเกษตรล่วงหน้า แม้จะใช้งบประมาณจำนวนมากแต่เกษตรกรจะได้ประโยชน์โดยตรงและไม่กระทบต่อธุรกิจ

ทั้งนี้ การแทรกแซงราคาพืชผลเกษตร ปัจจุบันจะเกิดประโยชน์เฉพาะนักการเมือง แต่ทำให้กลไกตลาดบิดเบือน เพราะมีการประกันราคาสูงเกินไป เช่น ปัจจุบันราคาตลาดข้าวโพด อยู่ที่ 6.50 บาท แต่มีการแทรกแซง 8.50  บาทต่อกิโลกรัม  มันสำปะหลัง ราคาตลาด 1.60  บาท  ราคาแทรกแซง 1.90 บาทต่อกิโลกรัม

ด้านนายสงวนศักดิ์ อัครวรินทร์ชัย นายกสมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาการผลิตปลาป่น เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ แต่ราคาเริ่มปรับลดลงมาก เนื่องจากมีการนำเข้าเนื้อป่น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้โรงงานผลิตปลาป่นปิดตัวลงหลายราย จากความผันผวนเรื่องราคา จึงขอให้รัฐหามาตรการมาควบคุมดูแลการนำเข้า เพื่อให้มีการใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น 

รองเลขาธิการยังกล่าวถึงการส่งออกไทยว่า  การส่งออกอาจจะต้องติดลบ  5-10% เพราะได้รับผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยภาพรวมในช่วงในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2551 ที่ผ่านมาที่การส่งออกติดลบ  เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดังนั้น เชื่อว่า ในปีนี้การส่งออกไม่น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ที่ 3-5% และหากภาครัฐ ไม่เร่งรักษาระดับการส่งออกให้มากขึ้น เชื่อว่า การส่งออก ปีนี้น่าจะลดลงอย่างน้อย  10% 
เขาจึงเสนอแนะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ควรออกไปเปิดตลาดส่งออกใหม่ ทั้ง แอฟริกา รัสเซีย และตะวันออกกลางมากขึ้น พร้อมตั้งทีมเฉพาะกิจเข้าไปเจาะตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง

คาดส่งออกครึ่งปีแรกลดลง 15-20%

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย  ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  กล่าวว่า การส่งออกช่วงครึ่งแรกของปี 2552 คาดว่า จะลดลงร้อยละ 15-20  แต่จะเริ่มขยับดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3-4

อย่างไรก็ตาม  จากสถานการณ์การเงินโลกที่ยังไม่คลี่คลาย และมีปัญหาสภาพคล่อง โดยล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้ จะขยายตัวลดลงจากประมาณการเดิมร้อยละ 0.5-1 เหลือเพียงร้อยละ 1.2-1.5 จะส่งผลให้การส่งออกของไทย เฉลี่ยในปีนี้ ขยายตัวติดลบร้อยละ 5 และส่งผลให้เศรษฐกิจไทย ปีนี้ ขยายตัวร้อยละ 0-2  เท่านั้น

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ภาครัฐควรออกมาตรการเพิ่มเติม โดยการอัดฉีดภาคการส่งออกและท่องเที่ยว โดยให้สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรน พร้อมเปิดตลาดส่งออกและท่องเที่ยวใหม่ๆ รวมทั้งเร่งกระตุ้นการใช้งบประมาณของรัฐวิสาหกิจ ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น หากดำเนินการได้ เชื่อว่า จะทำให้ปัญหาการว่างงานลดลงเหลือ 8 แสนคน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1 ล้าน 2 แสนคน 

Tags : แทรกแซงสินค้าเกษตร ส่งออก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

การให้เงินแบบนี้น่าเป็นห่วง เห็นบางคนที่ได้เงินนำเงินไปซื้อรถใหม่ แบบนี้จะถูกทางหรือเปล่าในสภาพการเงินของประเทศที่ไม่ดี สงสารประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 1

Strongly agree with Khun Pornsilp.He should be the commerce minister.

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement