กรุงเทพธุรกิจ

  •  

ยานยนต์

วันที่ 19 มกราคม 2552 01:30

ไทยยานยนตร์กรุ๊ป ปูฐานแบรนด์ เดินหน้าเข้าตลาดฯ

โฟล์คสวาเก้น

โฟล์คสวาเก้น

ไทยยานยนตร์ ดำเนินงานออกเป็น 2 สายธุรกิจ คือ ดำเนินการขยายส

นับตั้งแต่ไทยยานยนตร์ แยกตัวออกมาจากกลุ่มยนตรกิจเดิม จากการปรับโครงสร้างบริหารใหม่ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารสูงสุดได้ออกมาพูดถึงความเปลี่ยนแปลงและทิศทางการดำเนินธุรกิจ  วิทิต ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร ไทยยานยนตร์ กรุ๊ป  ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนถึงแผนการดำเนินธุรกิจ

ไทยยานยนตร์ กรุ๊ปมีการจัดโครงสร้างอย่างไร
โครงสร้างองค์กรและการบริหารงานของไทยยานยนตร์ กรุ๊ปแบ่งการดําเนินงานออกเป็น 2 สายธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจการค้า คือเป็นผู้นําเข้าและจัดจําหน่ายรถยนต์โฟล์คสวาเก้นและรถยี่ห้อเฌอรี่ (Volkswagen and Chery Importer/Distributor) และดําเนินธุรกิจกิจการสาขา (Dealer) ในการจําหน่ายรถยนต์จํานวน 11 แห่ง ในส่วนสายธุรกิจการผลิต ประกอบไปด้วย โรงงานประกอบรถยนต์วายเอ็มซี (YMC) และโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เอทีพี (ATP)

อะไรคือจุดประสงค์ของการจัดโครงสร้างใหม่
 การแบ่งโครงสร้างใหม่นั้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงาน มีอิสระ และมีอํานาจในการตัดสินใจ ตามเป้าหมายของแต่ละกลุ่มที่วางไว้ แต่ก็ยังสามารถเอื้อประโยชน์ต่อกัน โดยคนในครอบครัวจะขึ้นไปนั่งในตำแหน่งบอร์ดบริหาร ดูแลนโยบายธุรกิจ จากเดิมที่ลูกหลานในตระกูลลีนุตพงษ์จะเข้ามาช่วยบริหาร และดึงเอามืออาชีพในธุรกิจยานยนต์แขนงต่างๆ เข้ามาดูแลแต่ละธุรกิจ ทั้งธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ ศูนย์บริการ อะไหล่และโรงงานประกอบรถยนต์
รถเฌอรี่ มีแผนธุรกิจอย่างไร

เราจะเปิดตัวรถยนต์เฌอรี่ (CHERY) จากจีน ในงานอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ปลายมีนาคม 52 ที่จะถึงนี้ หลังจากได้สรุปกับพันธมิตรทางธุรกิจเรียบร้อยแล้ว โดยไทยยานยนตร์ได้ร่วมทุนกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพีในสัดส่วน 50:50 ตั้ง บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนตร์ จํากัด เป็นผู้แทนจำหน่าย ใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 200 ล้านบาท สำหรับการนำเข้าและสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่าย โดยแบ่งหน้าที่กันคือ ด้านการตลาด การบริหารนั้น ไทยยานยนตร์ซึ่งมีประสบการณ์ด้านนี้มายาวนาน จะเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่ซีพีจะทำหน้าที่ดูแลเรื่องการเงิน บัญชี และความสัมพันธ์กับทางผู้บริหารระดับสูงของเฌอรี่ ประเทศจีน 

กลุ่มเป้าหมายหลักของ เฌอรี่คือใคร
สําหรับกลุ่มเป้าหมาย คือกลุ่ม ที่คํานึงถึงการใช้งาน ที่คุ้มค่าใช้จ่าย รวมถึงคุณภาพระยะยาว เป็นตลาดที่แทบจะครอบคลุมคนทุกกลุ่มโดยแต่ละกลุ่ม ได้รับประโยชน์จากรถเฌอรี่ต่างกันไป จุดสูงสุดที่ตั้งไว้ คือการสร้างแบรนด์เฌอรี่ ให้เป็นรถยนต์ที่จําเป็นหรือเหมาะสมที่ทุกบ้านควรมีไวครอบครองเพราะเป็นรถยนต์คุณภาพดี ในราคาที่คุ้มค่า
สินค้าของเฌอรี่มีอะไรบ้าง

ในช่วงแรกจะนำเข้ารถมาเปิดตลาด 3 รุ่น คือ รถยนต์ขนาดเล็ก รุ่นคิวคิว (QQ) ซิตี้ คาร์ ที่เจาะกลุ่มผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม เป้าหมายคือการเป็นรถยนต์ที่จําเป็น หรือเหมาะสมที่ทุกบ้านควรมีไว้ครอบครอง รุ่นทิกโก้ (TIGGO) รถยนต์อเนกประสงค์ หรือเอสยูวีขนาด 5 ที่นั่ง และรุ่นครอส (CROSS) รถยนต์อเนกประสงค์ หรือเอ็มพีวี 7 ที่นั่ง เป็นรถยนต์สำหรับครอบครัว

วางเป้าหมายให้เฌอรี่ไว้อย่างไร
เป้าการจำหน่ายเราตั้งไว้ประมาณ 3,000 - 5,000 คันต่อปี ส่วนแผนการขั้นต่อไปก็คือ การขึ้นสายการประกอบในประเทศ (CKD) เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้สูงขึ้นในอนาคต

เฌอรี่ใช้ตัวอักษร "ฌ" เกี่ยวกับฮวงจุ้ยหรือไม่
เปล่าครับ ไม่ได้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยหรือโหราศาสตร์ใด ที่เลือกใช้อักษร “ฌ” แทน “ช” สําหรับรถยนต์ “เฌอรี่” เพื่อสร้างความแปลกใหม่และให้ภาพลักษณ์โดนใจคนรุ่นใหม่ ต้องการความรู้สึกว่าเท่ห์ และ "เฌอรี่" ก็ให้ความรู้สึกนั้นมากกว่า
ธุรกิจโฟล์คสวาเก้น วางแผนไว้อย่างไร

ในส่วนของรถยนต์โฟล์คสวาเก้น ในปี 2552 ตั้งเป้ายอดขายไวประมาณ 950 คัน แบ่งเป็น รถตู้ 500 คัน และรถเก๋ง 450 คัน คิดเป็นอัตราเติบโต 20% โดยการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 4-5 รุ่น คือ พาสสาท ซีซี (Passat CC), ซีรอคโค (Scirocco) , บีเทิล (Beetle) และกอล์ฟ (Golf) เป็นต้น เรายังคงเน้นทําตลาดโฟล์คกสวาเก้น เพราะเชื่อว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เป็นผู้มีฐานะ ทางเศรษฐกิจดี

ธุรกิจดีลเลอร์มีนโยบายอย่างไร
 ธุรกิจกิจการสาขาหรือดีลเลอร์จําหน่ายรถยนต์ ปัจจุบันมีจํานวน 11 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย โฟล์คสวาเก้น 7 แห่ง บีเอ็มดับเบิลยู 3 แห่ง และมิตซูบิชิ 1 แห่ง และกำลังจะเปิดโชว์รูมฟอร์ด-มาสด้า สาขาร่มเกล้าในเร็วๆ นี้

ไทยยานยนตร์มีนโยบายขยายโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นเป็น 20-30 แห่ง ขณะเดียวกันจะขยายแบรนด์จําหน่ายเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่างของแบรนด์สินค้า เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค และในอนาคต ยังมีเป้าหมายในการนําธุรกิจกิจการสาขานี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมไปถึงการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ และขยายธุรกิจด้วยสินค้าคุณภาพ

เตรียมรับมือปัจจัยลบไว้อย่างไร
 แนวทางการดำเนินธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจขาลงเช่นนี้ ภาคธุรกิจต้องระมัดระวังตัวอย่างมาก ต้องไม่ก่อหนี้ แต่การลงทุนนั้นก็ทำได้หากมีเงินเย็นที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ต้องกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น กล้าใช้จ่ายเงิน แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียงด้วย

 

Tags : ไทยยานยนตร์ รถยนต์โฟล์คสวาเก้น รถยี่ห้อเฌอรี่ วิทิต ลีนุตพงษ์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2

นโยบาย, รูปลักษณ์การบริหารและการวางแผนดีนะคะ
แต่อยากให้ใส่ใจการบริการหลังขายให้มากกว่านี้ (ตรงนี้คงต้องลงลึกนิดนึงค่ะคุณวิทิต) เพราะรถเฌอรี่เป็นรถที่ยังใหม่และคนไทยส่วนใหญ่ขาดความเชื่อถือเพราะปะยี่ห้อจากจีนเป็นทุนอยู่แล้ว เหมือนอย่างที่ว่า "เริ่มจากติดลบ"
ถ้าเป็นอย่างทุกวันนี้คือ เซลล์ที่สุขุมวิท 89 อย่างขายของอย่างเดียว ไร้ซึ่งเซอร์วิทมายด์ใดๆทั้งสิ้น
แถมอู่กับศูนย์บริการก็น้อยเหลือเกิน ปัจจุบันเอารถเข้าอู่ที่พัทยาต้องรออะไหล่2อาทิตย์แล้วยังไม่มาแถมไม่กำหนดอีกด้วย รู้สึกตะหงิดๆว่าตัวเองเลือกผิดหรือเปล่าที่เป็นลูกค้าไทยยานยนต์?

ความคิดเห็นที่ 1

เสี่ยค่ะคำนึงถึงสวัสดิการของพนักงานบ้างสิค่ะว่าเราควรจะให้อะไรพวกเขาบ้างไม่ใช่ให้แต่นโยบายแล้วให้พวกหัวหน้างานมาข่มเหงผู้น้อย

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า