กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 15 พฤษภาคม 2552 01:00
เล่าเท่าที่รู้
เล่าเท่าที่รู้

เลิกบุหรี่แล้วอ้วน

ผมเข้าใจว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้ การกักตุนบุหรี่จนทำให้เกิดสภาพขาดแคลนชั่วคราวคงจะคลี่คลายไป

เมื่อผู้แทนจำหน่ายและร้านค้าสามารถปรับราคาจำหน่ายขายปลีกบุหรี่ได้เรียบร้อยแล้ว

ที่ผมเรียนเช่นนี้ก็เพราะว่า พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้วครับ

ประเด็นก็คือมีการปรับอัตราค่าธรรมเนียมและแสตมป์ยาสูบให้สูงกว่าเดิม ซึ่งก็จะทำให้ราคาจำหน่ายขายปลีกบุหรี่ทั้งที่ผลิตในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศต้องเพิ่มขึ้นตามการบวกภาษีสรรพสามิตใหม่เข้าไป

บุหรี่แต่ละยี่ห้อจะแพงขึ้นมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฐานราคาเดิมและอัตราภาษีใหม่ที่ปรับขึ้นไป

เข้าใจว่าอย่างน้อยก็ซองละสี่ห้าบาท ไล่ไปจนถึงซองละเกือบยี่สิบบาท ใครเป็นคอบุหรี่ยี่ห้อไหนคงทราบดีจากราคาใหม่ที่เริ่มจำหน่ายกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

เรื่องขึ้นภาษีบุหรี่นี่ต้องบอกว่าสนับสนุนเต็มที่ครับ

อันที่จริงถ้าหากจะขึ้นอีกในอนาคตก็คิดว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค้านแน่ จะยกเว้นเฉพาะผู้เสพที่อาจจะเดือดร้อนซื้อหาแพงขึ้นเท่านั้นที่บ่นนิดหน่อย

อยากจะบอกว่าบ้านเราบุหรี่ยังถูกมาก ยังเก็บภาษีน้อย เพราะฉะนั้นไม่สมควรบ่นเป็นอันขาด

เรื่องที่จะเกิดขึ้นตามมาในระยะแรกก็คือผู้เสพอาจจะลดปริมาณลงเพราะราคาแพงขึ้นแต่หลังจากนั้นก็จะปรับตัวได้และกลับมาเสพในปริมาณเดิม ซึ่งก็เป็นเช่นนี้มาชั่วนาตาปี แม้จะมีการรณรงค์และสร้างอุปสรรคให้มีการเสพบุหรี่ลดน้อยถอยลง

สิ่งที่ควรทำก็คือทำยังไงให้มีผู้เสพใหม่น้อยลง ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับหาทางให้คนเสพอยู่ลดหรือเลิก

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ในห้วงเวลาที่บุหรี่แพงขึ้นเช่นนี้ อาจจะเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ผู้เสพเดิมจำนวนหนึ่งตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่หลังจากรีรอมานาน

ตรงนี้ต้องรณรงค์อย่างต่อเนื่อง

ส่วนเรื่องที่เป็นผลพวงตามมาสำหรับคนเลิกบุหรี่ก็คือจะอ้วนขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ซึ่งก็น่าแปลกเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

พอดีในระหว่างที่มีข่าวเรื่องบุหรี่ขึ้นราคา ผมแอบไปเห็นข่าวรายงานผลการศึกษาวิจัยเรื่องคนสูบบุหรี่แล้วเลิกว่าทำไมน้ำหนักถึงขึ้นพรวดๆ คิดว่าน่าจะเอามาคุยกันแบบรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามก็แล้วกัน

รายงานวิจัยชิ้นใหม่เขาได้พบร่องรอยความสัมพันธ์ระหว่างการเลิกบุหรี่กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการสูบบุหรี่ไปกระตุ้นให้ยีนที่ทำหน้าที่ละลายไขมันทำงานเพิ่มขึ้น

พูดกลับกันก็คือเลิกสูบบุหรี่แล้วเท่ากับไปลดการทำงานของยีนที่ว่า เลยทำให้น้ำหนักขึ้นนั่นเอง\

งานวิจัยนี้เขาเอาคนสูบบุหรี่กับคนไม่สูบบุหรี่มาเปรียบเทียบกันแล้วศึกษาพบว่า ยีนประเภทหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า เอแซดจีพี1 (AZGP1) ซึ่งเกี่ยวพันกับกระบวนละลายไขมันทำงานแตกต่างกัน

ยีนสายพันธุ์ที่ว่านั้นเชื่อกันว่ามีส่วนสำคัญในการทำลายไขมันและควบคุมน้ำหนัก ผลการศึกษายังพบว่า เป็นไปได้ว่าการทำงานของยีนตัวนี้ซึ่งถูกกระตุ้นด้วยการสูบบุหรี่ ทำให้คนสูบบุหรี่น้ำหนักน้อยกว่าคนไม่สูบและที่สำคัญกว่านั้นก็คือทำให้คนเลิกสูบบุหรี่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในระยะแรกที่เลิกสูบบุหรี่อย่างเห็นได้ชัด

คนทำวิจัยเรื่องนี้คือ ดร.ฮอลลี แวนนี และคณะจากโรงเรียนแพทย์เวลล์แห่งมหาวิทยาลัยคอร์แนลในรัฐนิวยอร์กและได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยในนิตยสารทางวิชาการชื่อเชสต์ (Chest)

ผลวิจัยบอกว่าคนเลิกบุหรี่มักจะกินมากกว่าเดิมและเป็นไปได้ว่ากระบวนเผาผลาญในร่างกายอาจจะทำงานน้อยลงเพราะสารนิโคตินที่ทำหน้าที่เร่งเร้าขาดหายไป

การทดสอบการทำงานของยีนที่ว่าในสัตว์อย่างหนูและคนไข้โรคมะเร็งให้ผลว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการสูบบุหรี่ สารนิโคตินในบุหรี่ และการทำงานของยีนที่ว่าที่โยงไปถึงเรื่องการละลายไขมันและการควบคุมน้ำหนัก
 แต่เรื่องนี้ก็มีข้อถกเถียงกันไปได้หลายทางครับ

อันที่จริงเรื่องน้ำหนักเพิ่มหลังเลิกสูบบุหรี่อาจจะต้องไปดูพฤติกรรมของคนสูบบุหรี่ที่เลิกประกอบกันด้วย เพราะถ้าหากออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันไปพร้อมๆ กับการบริโภคในสัดส่วนที่เหมาะสม ผลกระทบข้างเคียงว่าอ้วนเพราะเลิกบุหรี่ก็ไม่เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นห้ามใช้เป็นข้ออ้างที่จะสูบบุหรี่ต่อไปในยามที่แพงจนน่าจะเลิกได้แล้วเช่นนี้

 

Tags : เลิกบุหรี่

Adsense

advertisement

advertisement