กรุงเทพธุรกิจ

การเมือง : ทัศนะวิจารณ์

วันที่ 6 พฤษภาคม 2552 00:57
ชำนาญ จันทร์เรือง
ชำนาญ จันทร์เรือง

เมื่อใดที่เสื้อเหลืองกับเสื้อแดงจับมือกันได้แล้วจะหนาว

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ผู้อ่านที่เห็นชื่อบทความชิ้นนี้แล้ว คงคิดอยู่ในใจว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีการปะทะกันจนเลือดตกยางออกมาแล้ว

มีการกล่าวหาโจมตีกันอย่างรุนแรงประเภทที่ว่าได้ยินแล้วคงนึกว่าชาตินี้คงไม่เผาผีกันแล้ว แต่คำกล่าวที่ว่า "ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวรทางการเมือง" ยังคงความเป็นจริงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองของไทยหรือของต่างประเทศ

 

อย่าลืมว่า เหตุแห่งความขัดแย้งระหว่างเสื้อเหลืองและเสื้อแดงนั้น มาจากความขัดแย้งทางการเมืองโดยแท้ ผู้คนที่บาดเจ็บล้มตายจากการปะทะกันของเสื้อสองสีนี้ ไม่ว่าจะเป็นน้องโบว์หรือคุณณรงค์ศักดิ์ กรอบไธสงค์ ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งโกรธเคืองกัน เป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่เกิดจากการปลุกปั่นยุยงของแกนนำของทั้งสองฝ่ายที่ชักจูงให้เข้าห้ำหั่นกัน

 

ใครจะนึกว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะโอบกอด จูบปากกันอย่างดูดดื่มกับเนวิน ชิดชอบ ผู้เคยโค่นล้มพรรคประชาธิปัตย์ด้วยการอภิปราย ไม่ไว้วางใจจนพรรคของตนเองตกเก้าอี้กรณี ส.ป.ก.4-01 มาแล้ว

 

ใครจะนึกว่าสหายที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขเมื่อคราวหนีเข้าป่าครั้ง 6 ตุลาคม 2519 มาด้วยกัน จะต้องมาแยกทางไปสวมเสื้อที่ต่างสี แล้วกล่าวโจมตีกันประหนึ่งว่าโกรธแค้นกันมาเป็นโกฏปี

 

ใครจะนึกว่าจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร พันเอกณรงค์ กิตติขจร หรือแม้กระทั่งพลเอกสุจินดา คราประยูร ที่ถูกขับไล่จากมวลชนเป็นเรือนหมื่น เรือนแสน จนเกิดการปะทะกันมีผู้เสียชีวิตมากมาย กลับสามารถเดินอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นจะฆ่ากันให้ตายเสียให้ได้

 

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ทำไมเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงจะหันกลับมาจับมือกันไม่ได้ หากว่าจัดสรรอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองลงตัวกัน เพราะแท้จริงแล้ว "การเมืองเป็นเรื่องของการจัดสรรอำนาจ" เมื่อใดที่จัดสรรอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองลงตัวกันแล้ว ก็ย่อมสามารถหันมาจูบปากกันได้อย่างแน่นอน

 

เสื้อเหลืองกับเสื้อแดงจะรวมกันได้อย่างไร

 

ณ สถานการณ์ปัจจุบันนี้ หากว่าเสื้อเหลืองสามารถสลัดคราบของแกนนำพันธมิตรบางคนที่อิงแอบกับพรรคประชาธิปัตย์ออกไปได้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าแกนนำเสื้อเหลืองกำลังพยายามทำอยู่ ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์เดือนเมษายนที่ผ่านมา แกนนำเสื้อเหลืองต่างสงบนิ่งไม่ออกมาเคลื่อนไหวช่วยเหลือพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำรัฐบาลแต่อย่างใด ซึ่งเผลอๆ อาจอยากเห็นรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำล้มลงเสียด้วยซ้ำกระมัง จนฝ่ายรัฐบาลต้องจัดตั้งม็อบเสื้อน้ำเงินออกมาปะทะกับเสื้อแดงที่พัทยา จนเหตุการณ์ลุกลามใหญ่โตดังที่เราทราบกัน

 

เสื้อเหลืองหลายคนออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้ เป็นเพราะชื่นชอบคุณสนธิ หรือแกนนำ แต่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะรับไม่ได้กับระบอบทักษิณที่เหลิงอำนาจ มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและแทรกแซงสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง มีทั้งการอุ้มและฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ มีการใช้กลไกของรัฐคอร์รัปชันเชิงนโยบายและผูกขาดตัดตอนเอื้อแต่ธุรกิจของกลุ่มและพวกตนเอง

 

ในทำนองเดียวกัน หากว่าเสื้อแดงสามารถสลัดคราบของคุณทักษิณ และนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยออกไปได้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะยาก แต่ต้องยอมรับความจริงว่า มีเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยที่ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุน มิได้ออกมาเพราะความนิยมชมชอบคุณทักษิณ แต่เพราะทนเห็นการปฏิบัติที่เป็นสองมาตรฐานจากรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้ หลายคนออกมาเคลื่อนไหวเพราะทนไม่ได้ต่อการที่สื่อกระแสหลักไม่เปิดพื้นที่ให้เขา หลายคนออกมาเคลื่อนไหวเพราะรับไม่ได้กับการรัฐประหารของทหารที่ทำให้บ้านเมืองล้าหลังและวุ่นวายจนถึงปัจจุบัน หลายคนออกมาเคลื่อนไหวเพราะทนเห็นการกระทำที่เลอะเทอะของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองไม่ได้

 

แต่ที่แน่ๆ ที่ทั้งสองกลุ่มมีเหตุผลตรงกันในการออกมาเคลื่อนไหวทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ก็คือ "ความอยุติธรรม" ในสังคมที่อำนาจทางการเมืองถูกผูกขาดโดยคนไม่กี่ตระกูล ไม่กี่อาชีพ คนรวยยิ่งรวยขึ้น คนจนยิ่งจนลง อำนาจทางธุรกิจถูกผูกขาดโดยคนไม่กี่กลุ่มที่แอบอิงอำนาจรัฐ ฯลฯ

 

ฉะนั้น จึงมิใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใดที่เสื้อเหลืองกับเสื้อแดงจะหันกลับมารวมกัน เพราะมีจุดร่วมเดียวกัน คือ ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในสังคมที่กำลังเกิดขึ้นและเป็นอยู่ในขณะนี้ และเหตุผลที่สำคัญที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ ก็คือ "ศัตรูของศัตรูคือมิตร" นั่นเอง

 

หากเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงรวมกันได้ แล้วใครจะหนาว

 

แน่นอนว่า หากเสื้อเหลืองกับเสื้อแดงรวมกันได้แล้ว ผู้ที่จะหนาวไปถึงขั้วหัวใจย่อมเป็นชนชั้นนำที่ยึดกุมอำนาจรัฐ และกลุ่มนายทุนขุนศึกผู้ที่หนุนหลัง ตลอดจนนักการเมือง อีแอบทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.ทั้งหลายที่คอยฉกฉวยประโยชน์ จากการเคลื่อนไหวของเสื้อเหลืองเสื้อแดงนั่นเอง

 

การผลักดันนโยบายและการตรวจสอบการใช้อำนาจของเสื้อเหลืองและเสื้อแดงที่รวมกันโดยปราศจากการหนุนหลังจากนักการเมือง ย่อมเป็นการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่แท้จริง ผู้ที่ทุจริตคิดมิชอบและฉ้อฉลย่อมอยู่ไม่เป็นสุข บ้านเมืองย่อมสะอาดและโปร่งใสขึ้น เพราะพลังมวลชนอันมหาศาลคอยตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอยู่ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่แกนนำพันธมิตรบางคนมีแนวคิดที่จะกระโจนออกจากการเมืองภาคประชาชน ด้วยการพยายามขายแนวคิดจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตัวอย่างพรรคพลังธรรมก็เคยมีให้เห็นมาแล้วว่า ไม่ได้ผล

 

เราลองคิดทบทวนดูว่าเมื่อครั้ง 14 ตุลาคม 2516 ที่มวลชนออกมาเต็มถนนราชดำเนิน โดยไม่มีการแบ่งแยกสีเสื้อแล้วผลที่ตามมาว่าคืออะไร แน่นอนว่า เราสามารถโค่นล้มรัฐบาลทหารและนำประชาธิปไตยมาสู่สังคมไทยได้ แม้ว่าจะไม่คงทนนักเพราะถูกรัฐประหารในภายหลังอีกก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการริเริ่มที่เป็นแบบอย่างมาจนถึงปัจจุบัน

 

แต่เมื่อหวนกลับมาถึงปัจจุบันที่มวลชนต่างแยกกันเดินเป็นเสื้อเหลืองเสื้อแดง แล้วผลที่ได้กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แทนที่จะได้การเมืองใหม่แบบที่เสื้อเหลืองต้องการ หรือการเมืองที่ปลอดจากการแทรกแซงของอำมาตยาธิปไตยแบบที่เสื้อแดงต้องการ แต่กลับเป็นว่าทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดงต่างถูกจับกุม และถูกตั้งข้อหากันระนาว มิหนำซ้ำ ยังมีการมุ่งร้ายถึงกับใช้อาวุธสงครามถล่ม เพื่อเอาชีวิตแกนนำ โดยผู้ที่ต้องการ "หยุดเสื้อแดงและสยบเสื้อเหลือง" เสียอีก

 

ถึงเวลาแล้วที่ทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดงที่จะหันกลับมาคิดที่จะออกจากสภาพของการเป็นเบี้ยที่ถูกจับวางไว้เพื่อป้องกัน ขุน โคน ม้า หรือเรือทั้งหลาย โดยต้องพร้อมที่จะเป็นเบี้ยหงายที่มีพิษสง สามารถเดินหน้าและถอยหลังได้หลายทิศทาง ไม่ตกอยู่ในสภาพที่เป็นเบี้ยคว่ำที่จะต้องถูกจับให้เดินเพื่อไปถูกกิน แต่เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป

 

Tags : นักการเมือง เสื้อเหลือง เสื้อแดง ชำนาญ จันทร์เรือง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6

ความเห็นที่ 3 ดูเป็นหลักการที่ยากต่อการปฏิบัติ เหตุผลและปรากฏการณ์จริง
1. กลุ่มเสื้อเหลือง ก็ยอมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกคดี และต่อสู่ตามกระบวนการยุติธรรมทุกคดี
2. การเขียนกฏหมายลงโทษย้อนหลังกรุณาชี้ให้ชัดเป็นรูปธรรม เพราะพูดคลุมเครือ ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ?
ซึ่งถ้ายกตัวอย่างมาแล้ว ผมว้าคุณ คห.3 อาจจะเข้าใจผิดหรือ อาจรับข้อมูลไม่ครบก็ได้น้ะครับ ด้วยความเคารพ
3. ผมเองก็อยากเห็นการรวมตัวของประชาชนร่วมกันตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง
โดยเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชนเป็นที่ตั้ง
แต่เชื่อเถอะ 30 กว่าปีที่ผ่านมา ผมเดินเส้นทางนี้มา ทั้งในป่าและในเมือง ก็ยังไม่เห็นหนทางเลย แต่คิดว่าสถานการณ์ต้องเปลี่ยนตามกฏเกณฑ์ของมัน ต้องช่วยกันและทิ้งอัตต

ความคิดเห็นที่ 5

เสื้อเหลืองเสื้อแดงช่วยกันตรวจสอบรัฐอันนี้น่าสนับสนุน
ตอนนี้เสื้อเหลืองได้ทำไปแล้ว
แต่เสื้อแดงยังจับจุดไม่ได้ ยังเป๋อยู่ ยังไม่มีผลงานที่เข้าตา

เสื้อเหลืองถ้าตั้งพรรค ได้พรรค แต่คนจะแตก
เพราะแกนนำบางคนไม่อยากเข้าสู่วงจรอุบาศ์นี้

อยากให้ใช้พลังมวลชนทำสังคมการเมืองให้โปร่งใส
ฝากเสื้อแดงให้ทำผลงานตรวจสอบรัฐบาล
ทำเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ทำเพื่อคนบางคน

ความคิดเห็นที่ 4

เคยคิดไหม คนที่นั่งบนภู ดูเสือสีแดงก้บเสือสีเหลืองฟัดกันเป็นใคร เมื่อเสือ 2 ตัว หมดแรงตายไป เขาจะลงมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อะไรไปจากพวกเรา

ความคิดเห็นที่ 3

นี้ละครับ ความเห็นที่สอง ตัวอย่างของการมีความสามัคคีไม่ได้ หากใครรักทักษิณ ต้องโง่ ต้องเลว ... ผมว่าหากรื้อคดีทักษิณ ให้ตัดสินและตรวจสอบ โดยคนที่เป็นธรรม เป็นกลาง ไม่ใช่เอาคนเกลียดทักษิณ มาทำสำนวนฟ้องทักษิณ ... เอากฎหมายที่เป็นธรรม ไม่ใช้เขียนทำโทษย้อนหลังผิดหลักทั่วโลก แล้ว ทำอะไรกับเสื้อแดง ก็ ทำแบบเดียวกันกับเสื้อเหลือง มาตรฐานเดียวกัน ... แค่นี้เองครับ เชื่อไหมว่า ทุกคนจะกลับมาสามัคคี ยอมรับคำตัดสินของคนที่เป็นคนที่น่าเชื่อถือ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
แค่นี้ ถ้าทักษิณผิด ผมว่าเสื้อแดงส่วนใหญ่รับได้ครับ แต่ถ้าออกมาไม่ผิดนี้เสื้อเหลืองรับได้หรือเปล่าไม่แน่ใจ เท่ากับตบหน้าสิ่งที่เขาทำมา แต่ก็น่าจะมีบางส่วนที่รับได้ และน่าจะเริ่มคุยกันได้มากขึ้นจากทั้งสองสี

ความคิดเห็นที่ 2

เป็นไปไม่ได้ ถ้าตราบใด แดงยังคงสนับสนุนทักษิณ อยู่

ความคิดเห็นที่ 1

เหลืองที่อิงประชาธิปัตย์ ก็ว่ากันไป แดงที่อิงทักษิณ ก็ว่ากันไป และถ้าเหลืองแดงที่ต้องการทำให้บ้านเมือง โปร่งใส น่าอยู่โดยช่วนกันกำจัดพวกทุจริตคิดมิชอบและฉ้อฉล ในสังคมไทยให้ลดลงหรือหมดไปให้ได้ เหลืองแดงประเภทที่ 3 นี้คิดว่าไงครับพี่น้อง

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Video

advertisement

advertisement