กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : CEO Blogs

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 04:33
ดร.วิรไท  สันติประภพ
ดร.วิรไท สันติประภพ

“ภาระของคนไทยช่วงวัย 40”

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

คนไทยจำนวนไม่น้อยคิดไม่ตกว่าbต้องทำอย่างไรประเทศไทยจึงจะก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของเราดูจะร้อนแรงเพิ่มขึ้น ซับซ้อน และเกี่ยวเนื่องกันเป็นลูกโซ่มากขึ้น จนคนไทยจำนวนไม่น้อยคิดไม่ตกว่าbต้องทำอย่างไรประเทศไทยจึงจะก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้คนไทยโดยรวมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สังคมมีความสุขและเป็นธรรม และเศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ แข่งขันได้กับประเทศรอบข้างที่กำลังเดินหน้าปฏิรูประบบเศรษฐกิจกันอย่างจริงจัง
 

ปัญหาของประเทศไทยมีหลากหลาย และเกี่ยวพันกันจนยากที่จะกำหนดว่า ต้องแก้ปัญหาใดก่อนหลัง ช่วงที่ผ่านมาเรามักพยายามแก้ปัญหาทีละเรื่อง และผู้มีอำนาจแต่ละคนมองเฉพาะมิติที่ตนถนัด หรือมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ โดยไม่ได้ให้ความสำคัญต่อมิติอื่นที่เกี่ยวเนื่องกัน เวลาที่นำแนวคิดมิติเดียวไปปฏิบัติจึงมักจะขับเคลื่อนได้ช้า หรือตกม้าตายไม่เกิดผลสำเร็จตามที่คาดหวัง เพราะไม่ได้วางแผนจัดการผลกระทบด้านอื่นๆ ไว้ล่วงหน้า รัฐบาลที่ผ่านมาหลายรัฐบาลได้พยายามส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทั้งระหว่างหน่วยงานราชการด้วยกันเอง และระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน แต่ก็ยังไม่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
 

นอกจากนี้ ปัญหาของประเทศไทยมักเป็นปัญหาของการปฏิบัติ เรานิยมมีแผนงานมากกว่าหนึ่งแผนสำหรับทุกปัญหาหลักของประเทศ แต่แผนดีๆ มักถูกเก็บดองไว้ โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงเป็นเรื่องของการทำแผนต่างๆ ให้เกิดผลจริง และมีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
 

การจะขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืนและเกิดผลจริงจัง อาจต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากที่เน้นการทำแผนแก้ปัญหาทีละมิติ ไปสู่การหากลุ่มคนที่จะเป็นกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง แนวคิดนี้คล้ายกับการมี change agent ในองค์กรธุรกิจที่ต้องเป็นกำลังหลักเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับการขับเคลื่อนประเทศไทยนั้น ผมคิดว่าคนไทยช่วงวัย 40 จะต้องร่วมกันเป็น change agent ที่สำคัญ
 

มีหลายเหตุผลที่ทำไมคนไทยช่วงวัย 40 ต้องรับหน้าที่เป็น change agent ของประเทศ ประการแรก ถ้าพิจารณาตามอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยแล้ว คนไทยช่วงวัย 40 จะต้องมีชีวิตอยู่ในประเทศไทยไปอีกประมาณ 30 ปี  ตอนนี้อาจจะช้าเกินไปแล้วที่คนไทยช่วงวัย 40 จะคิดย้ายที่อยู่และที่ทำงานไปประเทศอื่นได้เหมือนกับคนรุ่นหนุ่มสาว ถ้าปัญหาของประเทศไทยถูกสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ หรือถ้าประเทศไทยไม่สามารถก้าวทันกับการพัฒนาของประเทศรอบข้างแล้ว หนีไม่พ้นที่คนไทยช่วงวัย 40 จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในช่วงบั้นปลายชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเพราะค่าของเงินที่จะลดลง เงินออมไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ หรือสวัสดิการของรัฐตกต่ำลง และถ้าปัญหาการขาดคุณธรรม การขาดจิตสาธารณะของนักการเมือง และปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ระบบอุปถัมภ์พวกพ้อง มือใครยาวสาวได้สาวเอาจะรุนแรงขึ้น จนสังคมขาดความเป็นธรรม คนไทยช่วงวัย 40 ในวันนี้จะกลายเป็นคนชราที่ไม่มีใครสนใจในอนาคต
 

ประการที่สอง คนไทยช่วงวัย 40 เริ่มมีความพร้อมและความมั่นคงทางการเงิน และมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงพอที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้ คนไทยช่วงวัย 40 ยังมีความรู้และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติให้เกิดผลจริงมามากพอควร อาจจะกล่าวได้ว่าคนไทยช่วงวัย 40 ที่เป็นผู้นำองค์กรต่างๆ อยู่ตอนนี้จะเป็น change agent ที่มีพลังมากที่สุดของประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่คนกลุ่มนี้จะต้องไม่นิ่งเฉยต่อปัญหาของประเทศ และกล้าที่จะเผชิญกับความไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะความไม่ถูกต้องที่เกิดจากผู้มีอำนาจรัฐ ถ้าคนไทยช่วงวัย 40 ขาดจิตสาธารณะและนิ่งเฉยกับความไม่ถูกต้องแล้ว คงยากที่ประเทศไทยจะก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง
 

ประการสุดท้าย คนไทยช่วงวัย 40 จะสามารถเป็นสะพานต่อเชื่อมความคิดระหว่างคนสูงอายุกับคนรุ่นหนุ่มสาวในสังคมไทยได้ คนไทยช่วงวัย 40 ได้ผ่านช่วงประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นยุคฟองสบู่ที่ผู้คนร่ำรวยฟุ้งเฟ้อ ขาดความพอเพียง จนนำไปสู่วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เหตุการณ์กบฏ ปฏิวัติ หรือรัฐประหารทุก 3 ปีครั้ง หรือยุคที่ชนบทไทยหลายพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สีแดง คนไทยช่วงวัย 40 จะสามารถทำหน้าที่ส่งผ่านประวัติศาสตร์ให้คนไทยรุ่นหนุ่มสาวและเยาวชนไทยได้เข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทยได้ เยาวชนไทยรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจประวัติศาสตร์ และมักมองปัญหาที่เกิดขึ้นในลักษณะ snapshot ไม่พยายามเข้าใจที่มาที่ไป และความเกี่ยวเนื่อง ซับซ้อนของปัญหาต่างๆ ในสังคมไทยอย่างรอบด้าน
 

เรื่องหนึ่งที่คนไทยช่วงวัย 40 จะต้องทำให้คนไทยรุ่นใหม่เข้าใจคือ ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ และคุณูปการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงสร้างให้แก่คนไทย คนรุ่นหนุ่มสาวเกิดไม่ทันทฤษฎีโดมิโนในยุคที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ระบาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนนำไปสู่การล่มสลายและบ้านแตกสาแหรกขาดในเขมร ลาว และเวียดนาม คนรุ่นหนุ่มสาวเกิดไม่ทันการยึดอำนาจในพม่าโดยทหาร นำไปสู่การปกครองแบบเผด็จการกดขี่ประชาชนปิดประเทศไปหลายสิบปี
 

ในช่วงเวลาดังกล่าวไทยอยู่รอดมาได้เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการพัฒนาประเทศ และดูแลประชาชนในระดับรากหญ้าต่อเนื่องมาหลายสิบปี จนพรรคคอมมิวนิสต์หายไปจากแผ่นดินไทย และเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างผู้มีอำนาจในประเทศหลายครั้งยุติลงได้ด้วยพระบารมี ถ้าประเทศไทยไม่มีพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ผมเชื่อว่าเรามีโอกาสสูงที่จะตกอยู่ในสถานะไม่ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่อนาคตและชีวิตของคน 1-2 ช่วงอายุต้องหายไป  ในวันนี้เห็นได้ชัดเจนว่าคนไทยมีพัฒนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเพื่อนบ้านเราหลายสิบปี
 

ท่านผู้อ่านที่เป็นคนไทยช่วงวัย 40 ที่อยากมีส่วนร่วมขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในประเทศไทย คงมีคำถามในใจว่า ต้องเริ่มต้นอย่างไร เพราะปัญหาของประเทศไทยมีหลายมิติ รุนแรง และซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ การแก้ปัญหาของประเทศไทยไม่มีสูตรสำเร็จ และไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนว่า ต้องทำอะไรก่อนหลัง ผมคิดว่าประเด็นที่สำคัญที่สุดคือคนไทยช่วงวัย 40 ต้องเริ่มด้วยการมีจิตสาธารณะ ตระหนักถึงบทบาทของตนต่อส่วนร่วม เริ่มมองถึงผลกระทบจากสิ่งที่ตน หรือองค์กรของตนทำต่อสังคม เริ่มคิดถึงผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศมากกว่าผลประโยชน์เฉพาะหน้าของตนเอง และเริ่มที่จะเอาความตั้งใจและความคิดดีๆ ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริง
 

นอกจากนี้คนไทยช่วงวัย 40 มีภาระที่จะต้องกล้าเผชิญหน้ากับความไม่ถูกต้อง ไม่นิ่งเฉยต่อความไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะความไม่ถูกต้องของผู้มีอำนาจ รวมทั้งจะต้องเผยแพร่ความคิดเรื่องจิตสาธารณะ และการไม่ยอมรับความไม่ถูกต้องแก่คนไทยรุ่นหนุ่มสาวในวงกว้าง
 

ท้ายที่สุดคนไทยช่วงวัย 40 ต้องทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อประวัติศาสตร์ของชาติไทยให้คนไทยรุ่นหนุ่มสาวได้เข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันหลักของประเทศ ไม่คิดแบบ snapshot และหลงกระแสได้โดยง่าย โดยไม่พิจารณาเหตุและปัจจัย
 

ถ้าคนไทยช่วงวัย 40 ร่วมกันทำหน้าที่เป็น change agent ให้กับประเทศไทยแล้ว ผมเชื่อว่าประเทศไทยจะก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีพลัง
 

Tags : เศรษฐศาสตร์พเนจร ดร.วิรไท สันติประภพ

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement

advertisement