ในชีวิตการทำงาน เราต่างยอมรับว่า กว่าจะประสบความสำเร็จ ต้องผ่านอุปสรรคนานับประการ
หนักใจเรื่องงานว่ายุ่งยากมากแล้ว หนักใจเรื่องคน ลำบากยากกว่าหลายเท่าตัว
ท่านผู้อ่านคงเคยมีอาการสะดุดปมปัญหาคาใจเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงาน ที่ดูจะทำตนเป็นได้ทุกอย่าง ยกเว้น “เพื่อน”
อาการของเราอาจเข้าข่ายตั้งแต่ รำคาญใจ กดไม่ like หมั่นใส้ ไม่อยากเข้าใกล้ ไล่ไปถึงกดเกลียดเข้ากระดูกดำ
เพราะในมุมมองของเรา เขาช่างเอาเปรียบ ขี้อิจฉา นินทาเป็นงานประจำ ทำตัวเก่งกว่าใครทั้งที่ข้างในกลวง หวงวิชา เห็นแก่ได้ ไม่เห็นหัวรุ่นพี่ ขี้โกหก ฯลฯ
หากเลือกได้ ไม่อยากร่วมงาน ไม่อยากแม้ให้มาอยู่ในสายตา เพราะเราจะออกอาการคลื่นเหียน วิงเวียน ท้องเฟ้อ เรอเปรี้ยวแบบกระทันหันทันทีที่เห็น
แต่ชีวิตจริง บางสิ่งเลือกไม่ได้ จึงต้องฝืนใจเห็นหน้า พลังที่เราต่างมีจำกัด จึงต้องจัดไปใช้มากมายในการข่มอารมณ์ กลบความหงุดหงิด ประคองจิตไม่ให้ตก กว่าจะได้ทำงาน ก็หมดพลัง คุ้มคลั่ง นั่งฝันร้ายได้ทั้งวัน
ผลคือ หัวเสีย ใจเสีย งานเสีย
ทำอย่างไรดี เมื่อมีปัญหาเช่นนี้ที่ทำงาน
ลองมาฟังแนวคิดจากผู้เชี่ยวชาญ Dr. Robert Sutton อาจารย์คนดังด้านการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัย Stanford และ Dr. Daniel Goleman กูรูผู้รู้เรื่อง Emotional Intelligence หรือ ความฉลาดด้านอารมณ์
1. ไม่ว่าที่ใด ก็อาจมีใครที่เราไม่ถูกชะตา ในกรณีที่เราใช้เวลายามจิตตกหมกมุ่นครุ่นคิดว่าเราจะย้ายไปอยู่แผนกไหนดี หรือหางานที่ใหม่ จะได้ไม่ต้องเจอ “สมศรี”(นามสมมุติ)ตัวดี กรุณาตระหนักว่า ในที่สุด ไม่ว่าที่ใด ก็จะมี “สมศรี” ในร่างใหม่ มาให้เราหนักใจได้เสมอ
แม้ที่บ้าน สถานการณ์ในครอบครัว คนใกล้ชิดหรือเป็นสายโลหิตเดียวกัน ก็อาจทำให้เราอารมณ์ขุ่นข้องหมองใจได้ ไม่ผิดปกติ
ดังนั้น หากหลบลี้หนี “สมศรี” ไปได้ย่อมง่าย แต่ ปัญหาคือไม่มีที่ให้หนี เพราะ “สมศรี” เขาคอยเราอยู่ในทุกที่ทำงานค่ะ
สรุปว่ามีปัญหา ก็ต้องก้มหน้าก้มตาแก้ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
2. ฝึกบริหารอารมณ์และพฤติกรรมของเราเอง ศาสตร์และศิลป์เรื่องความฉลาดอารมณ์ ชี้ว่า การหันมาใช้พลังที่มี ดูแลสติและพฤติกรรมของตัวเอง มีประสิทธิภาพกว่าไปหมกมุ่นกับพฤติกรรมของน้องสมศรี ว่าเขาคิดได้อย่างไร ทำไมเขาช่างทำอะไรที่ไม่เข้าท่า
กรุณาตระหนักว่าพฤติกรรมของเขา ก็เป็นของเขา เราไม่ใช่เจ้าเข้าเจ้าของ ห้ามให้เขาทำคงยาก หากง่ายก็คงไม่มีปัญหาเช่นนี้
ดังนั้น สิ่งที่เป็นประโยชน์กว่า คือมาจดจ้องที่อารมณ์และพฤติกรรมของเราเอง เพราะพฤติกรรมของเราก็เป็นของเรา เขามิใช่เจ้าเข้าเจ้าของ จึงต้องไม่ปล่อยให้เขาสามารถสั่งให้ใจเราตกต่ำ เพราะเพียงคำพูดหรือสิ่งที่เขาทำ
ครั้งถัดไป เมื่อได้ฟังเรื่องรำคาญใจจากปากสมศรี ต้องตั้งสติให้มั่น มองปากแดงๆขยับพะงาบๆดั่งปลาพะยูนอ้าปากงับโคลนตม มีลมออกจากปากเขามากระทบหูเรา แต่ไม่เข้าไปถึงประสาทรับรู้ ตัดไฟในใจให้ได้แต่ต้นลม เปรียบเสมือนเราฟังภาษาปลาพะยูนไม่เข้าใจ อย่างไรอย่างนั้น
3. ไม่สยายความคับแค้นใจให้ทุกคนในที่ทำงานรับรู้ คนที่มีปัญหากับเพื่อนร่วมงานมักมีพฤติกรรม “หาพวก” เช่นเผลอตั้งใจนินทาว่าร้ายยัยสมศรี ให้ทั้งเพื่อนสนิท กึ่งสนิท หรือแม้ไม่สนิทฟัง เพื่อทั้งระบายความเกลียดพร้อมสร้างแนวร่วม
ก่อนดำเนินการ กรุณาชั่งใจว่า ดารา เขายังเปลี่ยนค่ายได้ ไม่จีรัง ดังนั้น ต้องสวมวิญญาณนักการเมืองเรื่องไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร
สิ่งชั่วร้ายที่คายจากปากปลาพะยูนก็เรื่องของปลา อย่าให้ออกจากปากเรา เข้าท่ากว่ามาก
แถมคนที่จิตตกหมกมุ่นและสานเรื่องวุ่นวายให้เกิดความร้าวฉานในที่ทำงาน (แม้เราจะไม่ใช่ตัวต้นเรื่อง) อย่างไรก็ดูไม่มืออาชีพ ขาดวุฒิภาวะ คนส่วนใหญ่ รวมถึงเจ้านาย พาลหน่ายที่จะทำงานกับมนุษย์เจ้าปัญหา โดยเหมารวมเราเข้าไปด้วย
หากจะระบายทุกข์ ลุกไปคุยกับคนนอกที่ซี้ดีไหม อาจไม่สะใจในชั่วครู่ แต่สบายใจในชั่วยามค่ะ
4. เราอาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ยามเราอารมณ์ดีๆ ลองมองอย่างใจเป็นกลาง ลอยห่างจากความขัดแย้ง แกล้งทำตัวเป็นผู้ดูอย่างใจเป็นธรรม เราอาจโชคดีเห็นประเด็นว่า เราเองก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหา
ปัญหาที่แก้ยากที่สุด คือ ปัญหาที่ไม่รู้ว่าเป็นปัญหา
หากตระหนักว่าปมปัญหาอาจจะเกี่ยวกับเรา ถือว่าเป็นโชคดี เพราะหาสาเหตุพบ ถือเป็นจุดตั้งต้นที่ดียิ่งในการเริ่มแก้
แก้ยังไม่ได้ง่ายๆ คลายปมให้แน่นน้อยลงบ้างก็ยังดี
เริ่มใช้เวลามากขึ้นกับสมศรี วันดีคืนดี อาจมีโอกาสคุยเปิดใจ ในที่สุด อาจหยุดได้ที่ความจริงว่า เขาก็มิได้ต่างจากเรา มีทั้งข้อดี ข้อเสีย
จับจ้องมองด้านใด ก็เห็นด้านนั้น
หมั่นถามตนเองว่าแล้วจะคอยจดจ้องมองของเสียให้เพลียใจตนเองทำไม ไม่คุ้มๆค่ะ
Tags : พอใจ พุกกะคุปต์ • บริหารจัดการ
