กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
ad a1

ธุรกิจ : CEO Blogs

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 04:00
ดร. อธิป อัศวานันท์
ดร. อธิป อัศวานันท์

Digital TV สู่สังคม Social Media และสื่อทางเลือก

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีความสับสนเกี่ยวกับ Digital TV เนื่องจากคำว่า Digital นั้น ได้พ้องความหมายกับหลายสิ่งหลายอย่างในโลกของ Social Media

หรือกระทั่งอินเทอร์เน็ต ที่เป็นเทคโนโลยีรากฐาน จนอาจถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่วีดิโอในรูปแบบของ Social Media เช่น YouTube, Facebook ฯลฯ และอาจรวมไปถึง IPTV, Web TV ​ฯลฯ ที่อาศัยช่องทางของอินเทอร์เน็ต
 

อย่างไรก็ดี Digital TV ที่จะเริ่มต้นด้วย Digital Switchover และนำไปสู่ Analog Switch-Off กำลังจะเป็นปรากฏการณ์ระดับชาติ ที่มีความสำคัญไม่แพ้การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับ 3G, 4G ฯลฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และสำคัญที่สุด จะเป็นการปฏิรูปสื่อครั้งมโหฬาร ที่จะลดความแตกต่างระหว่าง สื่อทางเลือก เช่น Social Media กับสื่อกระแสหลัก เช่น Free TV ในยุคที่เป็นการหลอมรวมสื่ออย่างแท้จริง
 

สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้แถลงการณ์ Digital TV เพื่อเปลี่ยนจาก Analog เข้าสู่ Digital ภายใน 5 ปี Digital TV ที่กำลังเป็นข่าวนั้น มิได้หมายถึงการเผยแพร่วีดิโอผ่านอินเทอร์เน็ตหรือ Social Media แต่กลับเป็นการเผยแพร่ Free TV เช่น ช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และ ThaiPBS ซึ่งปัจจุบันใช้คลื่นความถี่ VHF และ UHF ซึ่งไม่ต้องผ่านดาวเทียม เคเบิล หรืออินเทอร์เน็ต โดยเปลี่ยนเป็นระบบ Digital แทนของเดิม ซึ่งเป็น Analog
 

ข้อได้เปรียบของ Digital คือ การใช้คลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากคลื่นความถี่ที่ให้บริการ 1 ช่อง ในระบบ Analog สามารถให้บริการได้ถึง 10 ช่องในระบบ Digital ดังนั้น คลื่นความถี่สำหรับให้บริการ ช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และ ThaiPBS หากเปลี่ยนเป็น Digital ทั้งหมด จะให้บริการได้ถึง 60 ช่อง จำนวนช่องที่เพิ่มขึ้นด้วยเทคโนโลยี Digital ถูกเรียกตามศัพท์เทคนิคว่า Digital Dividend
 

นอกจากคลื่นของ ช่อง 3, 5, 7, 9, 11 และ ThaiPBS ยังมีคลื่นอื่นๆ ที่ กสทช. ยังสามารถเรียกคืนจากหน่วยงานรัฐต่างๆ ตามร่างแผนบริหารคลื่นความถี่ และสามารถนำมาให้บริการ Digital TV ได้อีก ในภาพรวมแล้ว จะสามารถให้บริการ Digital TV ได้กว่า 100 ช่องในประเทศไทย Digital TV 60-100 ช่องที่จะมีขึ้นใหม่ จะถูกจัดสรรด้วยวิธีการประมูล ตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ปี 2553
 

อุปสรรคที่สำคัญสำหรับ Digital Switchover ตามร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ โดย พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ คือ การที่ประชาชนต้องเพิ่มเติมอุปกรณ์ คือ Set-Top Box สำหรับแปลงสัญญาณ เนื่องจากโทรทัศน์ที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบันไม่มีระบบที่จะแปลงสัญญาณด้วยตัวเอง ดังนั้น ในแผน Digital Switchover ของหลายประเทศ รัฐบาลได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายกับประชาชนในรูปแบบของ Subsidy อุปสรรคที่สำคัญอีกประการ คือ ประเทศไทยมีการให้บริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมหรือเคเบิลเป็นกว่า 200 ช่อง ซึ่งมีการเข้าถึงเกือบทั้งประเทศอยู่แล้ว และยังมีการเผยแพร่วีดิโอผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ Social Media ที่เริ่มมามีอิทธิพลอย่างกว้างขวางอีก Digital TV 60-100 ช่องที่จะมีขึ้นใหม่ ยังคงต้องพิสูจน์ว่าแม้จะเป็น Free TV แต่ต้องมีลักษณะจำเพาะที่เป็นคุณค่าสำหรับประชาชนทั่วไป จึงจะสามารถแข่งขันได้
 

อย่างไรก็ดี Analog Switch-Off กลับเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ที่จะก่อให้เกิดการแพร่กระจายของ Digital TV อย่างทั่วถึง เพราะเป็นการกำหนดระยะเวลาที่จะไม่มี TV ในระบบ Analog อีกต่อไป โดย กสทช. ได้กำหนดให้เริ่มต้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ เมื่อ Analog ถูก Switch-Off โดยบริบูรณ์ ซึ่งมิได้เป็นเพียงกฎเกณฑ์ภายในประเทศ แต่ยังเป็นพันธกรณีของการเข้าร่วม ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อีกด้วย การรับชม TV ซึ่งเว้นแต่จะผ่านดาวเทียม เคเบิล และอินเทอร์เน็ต จำเป็นต้องใช้ระบบ Digital TV เท่านั้น ในยุคหลอมรวมสื่อต่อไปจึงอาจเป็นการแข่งขันอย่างเท่าเทียมระหว่างช่องทางต่างๆ ในการเข้าถึง TV
 

เมื่อเทียบกับสังคม Social Media และสื่อทางเลือกอื่นๆ Digital TV ที่จะเกิดขึ้น 60-100 ช่อง อาจมิใช่สื่อกระแสหลักอีกต่อไป จากเดิมที่มีเพียง 6 ช่อง ผู้เข้าชมในยุค Digital TV ย่อมกระจัดกระจายระหว่าง 60-100 ช่อง และมิใช่ทุกช่องที่จะมีผู้เข้าชมและรายได้จากโฆษณาทัดเทียมช่องหลักในยุคก่อนหน้าที่มีเพียง 6 ช่อง ด้วยอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และ Social Media ที่จะสูงยิ่งขึ้นต่อไปด้วยการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับ 3G, 4G ฯลฯ ซึ่งเป็นอีกบทบาทหนึ่งของ กสทช. เป็นไปได้อย่างยิ่งว่า บางช่องทางของสื่อทางเลือก อาจมีผู้เข้าชมและรายได้จากโฆษณาไม่น้อยกว่าบางช่องของ Digital TV
 

ในยุคหลอมรวมสื่อที่จะเกิดขึ้นต่อไป ย่อมเป็นการปฏิรูปครั้งมโหฬาร ที่จะลดความแตกต่างของการเข้าถึง TV ผ่านช่องทางต่างๆ โดยจะเป็นการปลดแอกที่ลดการผูกขาด และนำมาสู่การแข่งขันสร้าง Content ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

 

 

Tags : ดร.อธิป อัศวานันท์

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement