กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : CEO Blogs

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 04:00
ดร. อธิป อัศวานันท์
ดร. อธิป อัศวานันท์

Broadband และ Digital TV บทเรียนจากญี่ปุ่น

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

หลายสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่นกับ หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง

ซึ่งต้องขอขอบคุณ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และทีมงาน ที่ได้ริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ จึงก่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ ที่ได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในภาวะเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีและการกำกับดูแลเช่นปัจจุบัน
 

ท่ามกลางกระแสของ Facebook ที่กำลังจะ IPO การเสียชีวิตของ Steve Jobs และกระทั่ง K-Pop ที่ครอบงำวัฒนธรรมบันเทิงในปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องยาก หากจะหลงลืมญี่ปุ่น ในฐานะมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและผู้นำในโลกเทคโนโลยี ผู้ซึ่งเคยสร้างสีสันในโลกนวัตกรรมตั้งแต่ยุคของ Sony Walkman มาแล้ว
 

ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) มากที่สุดในโลก คือเป็น 100% ของประชากร จากการให้บริการผ่านเทคโนโลยีมีสายเช่น DSL, Fiber to the Home (FTTH), Cable Internet และเทคโนโลยีไร้สายเช่น 3G และ WiMAX ทั้งนี้ จากการเข้าถึงทั้งหมด 92.7% เป็น Ultra-High-Speed Broadband ซึ่งมีความเร็วกว่า 30 Mbps และเป็นการให้บริการผ่านเทคโนโลยีมีสายเช่น Fiber to the Home (FTTH) และ Cable Internet ยิ่งไปกว่านั้น FTTH ได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากที่สุดที่ 59% โดยที่การใช้งาน DSL ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสหัสวรรษ และปัจจุบันเหลือเพียง 20% ของประชากร
 

เมื่อย้อนกลับมามองประเทศไทย อาจต้องล้าหลังกว่าญี่ปุ่นเป็นอย่างน้อย 10 ปี การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบันจัดอยู่ในระดับเดียวกับญี่ปุ่นเมื่อต้นสหัสวรรษ และเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด โดยเป็นสาระสำคัญสำหรับการแข่งขันของประเทศในเวทีสากล ณ เวลานี้ การเข้าถึง Broadband ของไทยอยู่ที่ 2-5% โดยที่ DSL เป็นเทคโนโลยีหลัก
 

แต่ยังอาจโชคดีที่ Ultra-High-Speed Broadband ในรูปแบบของ Cable Internet ได้เริ่มให้บริการไปบ้างแล้ว แต่ถึงกระนั้น ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง จะมีขึ้นเมื่อมีการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับ Broadband อย่างไร้สาย ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ของ กสทช. ทั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนผ่านให้ Social Media และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต สามารถมีประโยชน์ต่อประชากรของประเทศได้อย่างกว้างขวาง
 

นอกจาก Broadband แล้ว ญี่ปุ่นยังเป็นผู้นำด้าน Digital TV โดยเป็นเจ้าของระบบ ISDB-T ที่นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในอเมริกาใต้ อย่างไรก็ดียังคงมีระบบอื่นเช่น DVB-T, DVB-T2, ATSC, DTMB ที่แย่งชิงส่วนแบ่งของตลาดทั่วโลก ทั้งนี้ ญี่ปุ่นกำลังจับตามอง Digital Switchover ของไทย โดยจะเป็นบทบาทของ กสทช. ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านจาก Analog TV เข้าสู่ Digital TV การเปลี่ยนจาก Analog เข้าสู่ Digital จะเป็นการใช้คลื่นความถี่อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
 

ดังนั้น จากเดิมที่มี Free TV อยู่เพียง 6 ช่อง คือ 3, 5, 7, 9, 11 และ ThaiPBS ประเทศไทยจะเข้าสู่ยุคต่อไป ที่จะมี Free TV เป็นอย่างน้อย 60 ช่อง โดยที่บางช่องจะเป็น High Definition อีกด้วย
 

เมื่อเทียบกับ Social Media และช่องทางอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ที่ถูกเปรียบเป็นสื่อทางเลือก จำนวนช่องของ Free TV ที่เพิ่มขึ้นย่อมสามารถเป็นทางเลือกใหม่ได้อีก ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยี จำนวนช่องมิใช่ข้อจำกัด ที่จะนำมาสู่การผูกขาดอีกต่อไป ภารกิจที่สำคัญของ กสทช. ทั้งในด้าน Broadband และ Digital Switchover จะนำมาซึ่งการปลดแอกครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะเปลี่ยนภูมิศาสตร์ของการแข่งขัน ในธุรกิจของสื่อ ทั้งในรูปแบบเก่าและใหม่ ที่จะถูกหลอมรวม โดยมีจุดประสงค์เดียวคือแย่งชิงลูกค้า ด้วยการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
 

ถึงแม้จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และอาจถูกบดบังบทบาทในโลกนวัตกรรมโดยประเทศเพื่อนบ้านที่มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดดเช่นเกาหลี ญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้นำเทคโนโลยีในระดับโครงสร้างพื้นฐานเช่น Broadband และ Digital TV และเป็นตัวอย่างสำคัญ สำหรับกรณีศึกษา เพื่อการวางแนวทางที่จะก้าวเดินต่อไปของประเทศไทย อย่างมีประสิทธิภาพ
 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจุดเปลี่ยนผ่านเช่นปัจจุบัน ที่ กสทช. จะมีบทบาทที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศ ที่จะส่งผลในเชิงบวกต่อโลก Social Media และนวัตกรรมของประเทศ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

 

Tags : ดร.อธิป อัศวานันท์

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement

advertisement